เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 29

หลักฐานที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ปล่อยรินลงเดี๋ยวนี้... คุณไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวฉันด้วยความหวังดีจอมปลอมนั่นอีกต่อไปค่ะ ดร.อคิน” รินสะบัดแขนออกจากอุ้งมือที่เคยอบอุ่นคู่นั้นอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของเธอโซเซไปกระแทกกับชั้นวางหนังสือเหล็กในห้องทำงานส่วนตัวของเขา เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก้องไปทั่วห้องที่เงียบงันจนน่าอึดอัด กลิ่นอายของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าแก่ลอยอบอวลจนน่าคลื่นไส้ เธอหอบหายใจถี่ สายตาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของเขายังคงนิ่งสงบเกินไป... นิ่งจนน่าหวาดกลัว “ความหวังดีจอมปลอมงั้นหรือครับ—ขออภัยค่ะ ฉันหมายถึง... นั่นคือสิ่งที่รินเชื่อจริงๆ หรือคะ?” อคินขยับยิ้มบางๆ มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูหนูทดลองที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกรงแก้ว “รินคะ ถ้าฉันต้องการให้เธอตาย เธอคงไม่มีโอกาสได้มายืนส่งเสียงสั่นๆ แบบนี้ในห้องของฉันหรอกค่ะ” รินไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่ถอยหลังไปเรื่อยๆ จนแผ่นหลังสัมผัสกับผนังเย็นเฉียบ เธอสังเกตเห็นบางอย่าง... เงาสะท้อนของอคินบนบานกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังด้านข้าง ไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของเขาในจังหวะเดียวกัน มันช้ากว่าหนึ่งจังหวะ และเงาสะท้อนนั้นกำลัง... 'ยิ้ม' กว้างกว่าที่ตัวจริงเป็น รินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมๆ ทิ่มแทงในสมองแล่นพล่าน เธอแสร้งทำเป็นเซไปปัดข้าวของบนโต๊ะทำงานของเขาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ มือของเธอเอื้อมไปใต้ลิ้นชักที่เปิดค้างไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับรอยร้าวของไม้ที่ผิดปกติ เธอออกแรงกด— *คลิก* ลิ้นชักลับใต้ฐานโต๊ะดีดตัวออกมาเผยให้เห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่ดูเก่ากรัง รินคว้ามันมาไว้ในอกด้วยความรวดเร็วที่เธอเองก็ไม่คิดว่าจะมี “ริน... วางมันลงเถอะค่ะ” น้ำเสียงของอคินเปลี่ยนไป มันไม่ได้อ่อนโยนอีกต่อไป ทว่ามีความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจนขนอ่อนลุกชัน “นั่นไม่ใช่ของที่คุณควรเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ” “สมบูรณ์แบบงั้นเหรอคะ?” รินเค้นเสียงหัวเราะที่สั่นเครือ เธอเปิดหน้ากระดาษที่ดูเหลืองกรอบออกมา ภาพถ่ายขาวดำหลายใบที่เสียบติดอยู่ทำเอาหัวใจเธอแทบหยุดเต้น มันเป็นภาพของเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งในชุดคนไข้สีขาวที่ดูคุ้นตา ดวงตาของเด็กคนนั้นในภาพ—ตาที่ดูว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว—เป็นตาคู่เดียวกับเธอในกระจกเงาทุกบานที่เธอเคยส่อง [โครงการ: กระจกคู่ขนานระยะที่ 7 | ผู้รับการทดลอง: รหัส 0-13 | สถานะ: การแตกสลายของจิตสำนึกเพื่อการรวมร่าง] “นี่มันอะไรกัน...” รินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนกระดาษที่ระบุวันที่เมื่อยี่สิบปีก่อน “ฉันไม่ได้ป่วย... ฉันไม่ได้มีภาวะวิตกกังวล... แต่ฉันถูกทำให้เป็นแบบนี้... คุณทำแบบนี้กับฉันตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ?” อคินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จังหวะการเดินของเขาเงียบเชียบดั่งแมวล่าเหยื่อ “รินคะ ความทรงจำคือสิ่งพรรค์พราย ถ้าเราไม่ฉีกมันออกแล้วประกอบใหม่ เราจะไม่มีทางค้นพบความจริงที่ซ่อนอยู่หลังกระจกเงาได้เลย ที่เธอเห็น... ที่เธอรู้สึกว่ามีคนจ้องมอง... นั่นไม่ใช่ความวิตกกังวลค่ะ แต่มันคือการที่ตัวตนของเธอจากอีกมิติหนึ่งกำลังพยายามสื่อสารผ่านเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่คุณถูกทำลายไป” “คุณมันปีศาจ” รินตวาด พลางเปิดอ่านบันทึกถัดไป บรรทัดที่เขียนด้วยลายมือของอคินเมื่อหลายปีก่อนปรากฏแก่สายตา *‘รหัส 0-13 แสดงความสามารถในการเชื่อมต่อได้สูงกว่าตัวอย่างก่อนหน้า จำเป็นต้องลบความทรงจำทุกห้าปีเพื่อป้องกันการตื่นรู้ของกระแสจิต’* ความโกรธแค้นประดังเข้ามาจนรินแทบสำลัก เธอหยิบกรรไกรโลหะบนโต๊ะขึ้นมาจ่อที่คอตัวเอง มือของเธอสั่นเทาแต่แววตากลับแน่วแน่ “ถ้าคุณอยากได้ข้อมูลจากฉันนัก... ถ้าฉันเป็นแค่เครื่องมือ... งั้นเรามาดูกันว่า ถ้าเครื่องมือชิ้นนี้พังพินาศไป คุณจะยังคงความเป็นอมตะที่น่าสมเพชนั่นได้อีกนานแค่ไหน!” อคินหยุดชะงัก สีหน้าของเขากระตุกวูบเป็นครั้งแรก ความประหลาดใจปรากฏขึ้นในดวงตาที่เคยสงบนิ่ง “ริน... อย่าทำอะไรที่เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต... ความตายไม่ใช่ทางออกของการหนีจากกระจกเงาหรอกนะคะ” “คนเดียวที่จะตัดสินใจได้ว่าฉันจะอยู่หรือตาย... คือฉันคนนี้ ไม่ใช่เงาที่สิบสามในกระจกของคุณ!” รินถอยหลังไปจนชิดกับบานกระจกเงาขนาดมหึมาที่ผนังด้านหลัง เธอตัดสินใจได้แล้ว ในวินาทีที่เธอเงื้อกรรไกรขึ้นเพื่อจะกระชากความลับสุดท้ายออกมาจากชีวิตตัวเองนั้นเอง เงาสะท้อนของเธอในกระจกกลับทำสิ่งที่ผิดธรรมชาติที่สุด— เงาสะท้อนนั้นค่อยๆ ยื่นมือออกมาจากผิวแก้วที่ควรจะทึบตัน มันคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสเย็นจัดจนแสบผิว รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตัวเองฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดแปลงเป็นเสียงของตัวเธอเองในโทนที่ต่ำลึกและอำมหิตว่า “ขอบคุณที่เปิดทางให้ฉันสักที... ริน... ถึงเวลาที่เราต้องสลับที่กันแล้วล่ะค่ะ” แสงไฟในห้องทำงานดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกแตกละเอียดดั่งเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพัน ในความมืดมิดนั้น รินรู้สึกถึงแรงกระชากมหาศาลที่ดึงเธอให้ทะลุเข้าไปในโลกที่บิดเบี้ยวของเงาสะท้อน... และทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยเสียงหัวเราะของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของ ดร.อคิน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกระจกเงามาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจความระทึกขวัญที่กระจกเงาต้องสาปตั้งใจมอบให้ค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%