เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 28

ความตายของตัวตนเก่า

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ไม่ต้องกลัว... ริน” น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและสั่นไหว ราวกับแก้วที่กำลังจะแตกกระจายอยู่รอมร่อ รินจ้องมองใบหน้าที่ดูเหมือนตนเองทุกประการ—หากแต่เปื้อนไปด้วยรอยร้าวของความเหนื่อยล้าและคราบเลือดจางๆ ที่มุมปาก ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือ ‘ริน’ อีกคนจากมิติที่บิดเบี้ยว รินที่ผ่านการสูญเสียมามากกว่าเธอหลายเท่าตัว “เธอจะทำอะไร?” รินถาม เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับความเงียบงันในห้องกระจกที่ไร้ทางออกนี้ ‘อีกคน’ ของเธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยจนน่าใจหาย เธอขยับมือที่สั่นเทาขึ้นมาแตะกระจกเงาบานใหญ่ที่คั่นกลางระหว่างพวกเขาไว้ รอยร้าวบนผิวกระจกเริ่มลุกลามเหมือนใยแมงมุมที่ถักทอด้วยความตาย “ฉันเฝ้ามองเธอมาตลอด... ริน ในมิติที่ฉันอยู่ ดร.อคินไม่ใช่คนใจดีที่เธอคิด เขาคือปรสิตที่ดูดกลืนตัวตนของเราเพื่อเติมเต็มรอยโหว่ในจิตวิญญาณของเขาเอง เขาต้องการเพียงแค่ ‘ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ’ และตอนนี้... เขากำลังจะข้ามมาที่นี่” รินรู้สึกถึงลมหายใจที่ติดขัด หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าอีกฝ่าย แต่เงาสะท้อนตรงหน้ากลับถอยห่าง “ทำไมต้องบอกฉันตอนนี้? ทำไมไม่หนีไปตั้งแต่วันที่เขาเริ่มทดลองกับเรา?” “เพราะการหนีไม่มีอยู่จริงในจักรวาลที่ทุกเงาคือพันธนาการ” หญิงสาวในกระจกตอบ สายตาของเธอจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของริน ราวกับต้องการถ่ายทอดความทรงจำทั้งหมดที่ถูกกักขังไว้ในจิตใต้สำนึก “ริน... ฟังให้ดี ความลับที่เขาซ่อนไว้ไม่ใช่ทฤษฎีตัวตนคู่ขนาน แต่มันคือ ‘พิธีกรรมการหลอมรวม’ เขาไม่ได้พยายามจะช่วยเราให้หายจากความจำเสื่อม แต่เขาต้องการลบตัวตนของเราทิ้ง เพื่อให้เงาของเขาเป็นผู้ครอบครองร่างกายนี้แต่เพียงผู้เดียว” ท่ามกลางความตึงเครียด อุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนเห็นไอระเหยจากลมหายใจ รินสังเกตเห็นว่ามือของ ‘อีกคน’ เริ่มจางหายไปราวกับหมอกควัน เธอไม่ใช่คนจริงๆ ตั้งแต่แรก แต่เป็นเศษเสี้ยวของจิตสำนึกที่ถูกดึงออกมาขังไว้ในรอยต่อของมิติเพื่อรอวันแตกดับ “แล้วฉันต้องทำอย่างไร?” รินเค้นเสียงถาม มือของเธอสั่นเทาจนกำหมัดแน่น “ปล่อยให้ฉันตาย... ในตอนที่ฉันสลายไป พลังงานที่ยึดเหนี่ยวรอยแยกนี้จะพุ่งเข้าสู่ตัวเธอ มันจะทำให้เธอเห็น ‘ภาพจริง’ ของ ดร.อคินในวินาทีที่เขากำลังจะลงมือ” หญิงสาวพูดจบก็หลับตาลงอย่างสงบ “ริน... จำไว้ว่าตัวตนเก่าไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังเปลี่ยนรูปร่างเพื่อเป็นโล่ให้เธอ” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยและหนักแน่นก็ดังก้องมาจากหน้าประตูห้องโถง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นอย่างเป็นจังหวะที่แสนเยือกเย็น—ดร.อคินมาถึงแล้ว “ริน... คุณยังอยู่ในนั้นใช่ไหม?” เสียงของเขาอบอุ่นเกินจริง มันฟังดูเหมือนเสียงของนักล่าที่กำลังหลอกล่อเหยื่อเข้าสู่กรง “ผมเตรียมตัวยาไว้ให้คุณแล้วนะ ความเจ็บปวดจากการรื้อฟื้นความทรงจำกำลังจะจบลงแล้ว...” รินหันไปมองประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักออก แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาทำให้เงาของ ดร.อคินทอดยาวบิดเบี้ยวบนพื้นราวกับอสูรกาย เธอหันกลับมามองเงาในกระจกเป็นครั้งสุดท้าย ความเจ็บปวดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสมอง ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง “ลาก่อน... ตัวฉัน” รินพึมพำ ร่างของอีกคนในกระจกแตกกระจายกลายเป็นละอองแสงสีเงินที่สว่างวาบไปทั่วห้อง กระจกบานใหญ่ระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล เศษแก้วกระเด็นไปทุกทิศทาง รินกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานเมื่อความทรงจำที่หายไปนับสิบปีไหลทะลักเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เธอเห็นภาพ ดร.อคินในวันนั้น... วันที่เขาฆ่าพ่อแม่ของเธอเพื่อนำเลือดไปทำวิจัยเรื่องการคงอยู่ของตัวตนคู่ขนาน ทุกอย่างกระจ่างแจ้งในเสี้ยววินาทีเดียว ประตูเปิดออกกว้าง ดร.อคินก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ดูใจดี แต่ในวินาทีที่เขาเห็นรินยืนท่ามกลางเศษกระจกที่แตกกระจาย และนัยน์ตาของเธอที่ไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป รอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ บิดเบี้ยวเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว “ดูเหมือนว่า ‘ตัวตนเก่า’ ของเธอจะใจร้อนเกินไปหน่อยนะ” เขาพูดพลางถอดถุงมือสีขาวออก เผยให้เห็นรอยสักประหลาดบนหลังมือที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะชีพจร “มันน่าเสียดายที่เธอเลือกจะรู้ความจริงแทนที่จะยอมเป็นภาชนะที่ว่างเปล่า... ริน” เขาก้าวเข้ามาใกล้ รินรับรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในร่างนี้อีกต่อไป แต่ละเศษเสี้ยวที่แตกสลายกำลังหลอมรวมกับสัญชาตญาณของเธอ เพื่อตอบโต้ชายตรงหน้า ในจังหวะที่ ดร.อคินเอื้อมมือมาคว้าคอของเธอ รินก็หยิบเศษกระจกคมกริบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะหวาดกลัว แต่เป็นเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะจบเรื่องนี้อย่างไร “คุณพูดถูกค่ะ ดร.อคิน...” รินกระซิบ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีที่ต่างไปจากเดิม “เพราะความตายของตัวตนเก่า ไม่ใช่จุดจบของฉัน แต่มันคือการเริ่มต้นของบทเรียนที่คุณจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตของคุณเอง” เธอกระชับเศษกระจกในมือแน่น ในขณะที่แสงไฟในห้องกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงเหลือเพียงความมืดมิดที่โอบล้อมทั้งสองเอาไว้ ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความตายที่ขยับเข้ามาใกล้เพียงคืบ ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความว่างเปล่าข้างหูของริน... ไม่ใช่เสียงของตัวเธอเอง แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง ดร.อคิน “หยุดมือเดี๋ยวนี้... อคิน... เพราะเธอยังมีค่าเกินกว่าจะตายในที่แห่งนี้” ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกระจกเงาแห่งความจริงไปกับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%