เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 10

โลกใบที่สอง

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยแตะจมูก สวนทางกับความเงียบงันที่กดทับจนหูอื้ออึง รินจ้องมองหยดของเหลวข้นสีแดงฉานที่ค่อยๆ ไหลซึมออกจากตะแกรงลำโพงคอมพิวเตอร์ มันไม่ได้หยดลงพื้น แต่มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนโต๊ะไม้ ราวกับเครื่องจักรกลนั้นกำลังร่ำไห้แทนความรู้สึกที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเปล่งเสียงออกมา "นี่ไม่ใช่เรื่องจริง..." รินพึมพำ น้ำเสียงของเธอแหบแห้งเหมือนเศษแก้วที่บาดลึกในลำคอ เธอผละออกจากเก้าอี้ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด ทว่าเมื่อเท้าสัมผัสพื้นพรม สัมผัสที่ได้รับกลับไม่ใช่ความนุ่มนิ่มที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเย็นเยียบราวกับเหยียบลงบนแผ่นน้ำแข็งที่ถูกฝังอยู่ใต้ผืนผ้า รินกวาดสายตาไปรอบห้องทำงาน ทุกอย่างเหมือนเดิม... หนังสือที่วางเรียงรายบนชั้น ภาพถ่ายครอบครัวที่ไร้ใบหน้าของผู้คนในนั้น และนาฬิกาทรงโบราณบนผนังที่เข็มวินาทียังคงเดินไปข้างหน้า แต่สิ่งที่ผิดปกติไปคือ 'ความว่างเปล่า' ไม่มีเสียงนกหวีดจากรถไฟที่ควรจะได้ยินจากนอกหน้าต่าง ไม่มีเสียงลมหายใจของเธอเองที่สะท้อนกลับมา และที่สำคัญที่สุด... ในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง รินพบว่าเงาสะท้อนของเธอกำลังยืนหันหลังให้ ทั้งที่ตัวจริงของเธอกำลังยืนหันหน้าเข้าหากระจก "ดร.อคินคะ... คุณทำอะไรกับโลกใบนี้" เธอถามออกไป แม้จะรู้ดีว่าความเงียบคือคำตอบเดียวที่ได้รับ รินตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเงาของตัวเอง มือที่สั่นเทาเอื้อมออกไปสัมผัสพื้นผิวเย็นเยียบของกระจก ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลง เงาสะท้อนที่เคยหันหลังกลับค่อยๆ หมุนตัวกลับมา แต่นั่นไม่ใช่ใบหน้าของเธอ มันคือใบหน้าของหญิงสาวอีกคนที่มีดวงตาสองสี แววตาคู่นั้นกรีดลึกด้วยความโกรธแค้นและเศร้าสร้อยอย่างที่สุด ริมฝีปากของเงาขยับ แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา นอกจากข้อความที่ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวกระจกด้วยหยาดเลือด— *'เจ้าไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน แต่เจ้าอยู่ในหลุมศพของตัวเอง'* หัวใจของรินเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เธอถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับชั้นหนังสือ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาด้วยความตระหนกที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ไม่ใช่เพราะผีหรือปีศาจที่ไหน แต่เพราะเธอเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา 'ดร.อคิน' ไม่เคยรักษาอาการป่วยของเธอ แต่เขากำลัง 'ย้าย' จิตสำนึกของเธอเข้าสู่กรงขังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากทางประตู ทั้งที่รินล็อคไว้อย่างแน่นหนา ดร.อคินปรากฏตัวขึ้นในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา แววตาของเขาดูอ่อนโยนจนน่าสะอิดสะเอียน เขามองข้ามร่างที่สั่นเทาของรินไปจ้องมองเพียงกระจกเงาที่มีรอยเลือดประทับอยู่ "คุณลืมไปแล้วสินะ ริน..." เสียงของเขาเรียบนิ่งราวกับกำลังท่องตำรา "คนเรามักจะเข้าใจว่าความตายคือจุดจบ แต่สำหรับโลกคู่ขนาน... มันคือการรีเซ็ตที่สวยงามที่สุด" "ออกไป... ออกไปจากหัวของฉัน!" รินตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของเธอที่เปล่งออกมากลับไม่ใช่เสียงของเธอ มันคือเสียงประสานของผู้หญิงหลายสิบคนที่กรีดร้องอยู่ในกะโหลกของเธอ ดร.อคินขยับยิ้มที่มุมปาก มือเรียวยาวของเขาลูบไปตามกรอบกระจกเบาๆ ราวกับกำลังปลอบประโลมสัตว์เลี้ยงที่กำลังตื่นตระหนก "คุณไม่ได้อยู่ในหัวผมหรอกครับ แต่เป็นผมต่างหากที่อยู่ในนั้น คุณคือส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่สมบูรณ์ที่สุด และในตอนนี้... คุณก็พร้อมที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกที่สามแล้ว" เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ห้องทั้งห้องก็เริ่มบิดเบี้ยว เพดานเริ่มหยดเลือดลงมาแทนหยาดฝน ภาพถ่ายบนผนังใบหนึ่งหลุดร่วงลงมา เมื่อรินมองดูภาพนั้น เธอก็แทบหยุดหายใจ เพราะในภาพนั้นไม่มีใครเลยนอกจากตัวเธอในชุดสีขาวแบบเดียวกับคนไข้ในสถานบำบัดจิต โดยมีร่างของดร.อคินยืนซ้อนหลังและใช้มีดผ่าตัดกรีดลงบนกระหม่อมของเธออย่างประณีต ความทรงจำที่หายไปเริ่มตีกลับเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก เธอไม่ได้อยู่ที่นี่มาเพียงไม่กี่วัน แต่อยู่ที่นี่มานานจนนับปีในห้องกักขังที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง ร่างกายที่เธอเห็นในกระจกตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายของเธอ แต่มันคือโครงสร้างทางชีวภาพที่ถูกประกอบขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยีและไสยศาสตร์ของอคิน "ดร.คะ..." รินเค้นเสียงออกมาด้วยความแค้นที่สุมอก "ถ้าฉันเป็นแค่เศษเสี้ยวของงานวิจัย งั้นสิ่งที่ฉันถืออยู่ในมือตอนนี้... ก็คงไม่ใช่สิ่งที่ขัดขวางแผนการของคุณได้สินะ" เธอกางมือออก เผยให้เห็นกุญแจดอกเล็กที่เปื้อนเลือดซึ่งเธอแอบหยิบมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาในจังหวะที่เขากำลังเผลอ อคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความประหลาดใจ แต่รินไม่ได้ปล่อยให้เขาได้มีเวลาคิด เธอหันกลับไปหากระจกอีกครั้ง แล้วใช้กุญแจดอกนั้นกรีดลงไปบนเงาสะท้อนของตนเองอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง 'เพล้ง' ของกระจกที่แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ความมืดมิดกลืนกินทุกอย่างรอบตัว ทว่าก่อนที่สติของรินจะดับวูบลงไป เธอก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเย็นเฉียบของมือใครบางคนที่คว้าข้อมือเธอไว้จากภายในกระจกที่แตกสลาย พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก *“ขอบใจที่ปลดปล่อยฉันออกมา ริน... ในเมื่อเธออยากเห็นโลกที่สองนัก งั้นลองไปอยู่ในที่ที่ฉันเคยอยู่ดูบ้างไหม?”* แสงสว่างวาบขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อรินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอกลับมานั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในสถานบำบัดจิตที่คุ้นเคย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่ข้างเตียง กลับไม่ได้แสดงผลนิยายอีกต่อไป แต่เป็นกล้องวงจรปิดที่ถ่ายทอดสดภาพของตัวเธอเองในห้องทำงานห้องนั้น... ที่กำลังนั่งจ้องมองกล้องด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้คุณรี้ดผู้น่ารักรู้สึกตื่นเต้นและติดตามบทต่อไปกันนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในโลกแห่งกระจกเงาไปกับกระจกเงาต้องสาปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%