"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ… ริน… ตัวจริงของฉัน"
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากลำคอของมนุษย์ แต่มันแทรกซึมผ่านออกมาจากผิวสัมผัสเย็นเฉียบของกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า รินยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของเธอขาดห้วงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นที่หลอดลม เธอจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานเดิมที่เคยคุ้นตา ทว่าวันนี้ ดวงตาคู่ในกระจกกลับไม่ได้ขยับตามเธอ มันกะพริบถี่ๆ และขยับยิ้มกว้างเกินกว่าที่กล้ามเนื้อใบหน้ามนุษย์จะทำได้
ความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานนับสัปดาห์ปะทุขึ้นเหมือนลาวาใต้เปลือกโลก รินคว้าเชิงเทียนโลหะหนักอึ้งที่วางอยู่ใกล้ๆ มือ เธอไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าความจริงจะเจ็บปวดเพียงใด เธอไม่สนว่าทฤษฎีประสาทหลอนของดร. อคินจะครอบงำเธอไว้ได้นานแค่ไหน
"แกไม่ใช่ฉัน!" รินแผดเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเหวี่ยงเชิงเทียนเข้าใส่กลางกระจกด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกละเอียดดังกังวานบาดแก้วหู มันไม่ใช่เสียงกระจกแตกธรรมดา แต่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อยที่ถูกปลดปล่อย รินหลับตาแน่นด้วยสัญชาตญาณ แต่ทว่า แรงปะทะที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่สัมผัสได้ถึงเศษแก้วบาดผิวหนัง สิ่งที่เธอรู้สึกคือความว่างเปล่าที่ดูดกลืนมวลอากาศรอบข้างไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอเหมือนถูกกระชากผ่านอุโมงค์ที่เย็นเยียบและบิดเบี้ยว
รินลืมตาขึ้น—แต่ความมืดมิดกลับเป็นสิ่งเดียวที่ตอบรับเธอ
อากาศที่นี่ข้นคลั่กไปด้วยกลิ่นของน้ำมันดินและดอกไม้แห้งเน่าเปื่อย เธอพยายามก้าวถอยหลัง แต่เท้ากลับเหยียบลงบนพื้นผิวที่ให้สัมผัสหยุ่นนิ่มเหมือนเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต ความมืดในห้องนี้ไม่ใช่ความมืดปกติ มันคือความมืดที่ "มีน้ำหนัก" มันกดทับลงบนไหล่ของเธอจนรู้สึกหนักอึ้ง
"กล้าหาญดีนี่ ที่พังประตูนั่นเข้ามา"
เสียงของดร. อคินดังขึ้นจากความว่างเปล่า ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้นุ่มนวลอย่างที่เคยเป็น มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความสมเพช รินกวาดสายตาไปรอบๆ แม้จะมืดสนิท แต่เธอกลับมองเห็น 'บางอย่าง' ลอยอยู่ตรงหน้า มันคือเศษกระจกนับพันชิ้นที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศ แต่ละชิ้นสะท้อนภาพเหตุการณ์ที่ต่างกัน ภาพที่เธอกำลังร้องไห้ในวัยเด็ก ภาพที่ดร. อคินกำลังจดบันทึกบนแฟ้มประวัติที่ชื่อว่า 'โครงการกระจกเงาคู่ขนาน'
"นี่มันที่ไหน... แกทำอะไรกับฉัน อคิน!" รินตะโกนออกไป เสียงของเธอก้องสะท้อนไปมาเหมือนอยู่ในถ้ำที่ไร้ทางออก
"ที่นี่คือ 'ช่องว่างระหว่างรอยต่อ' ของตัวตนไงล่ะ ริน" ร่างของดร. อคินค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงาที่ทอดยาว เขาไม่ได้เดินเข้ามา แต่เหมือนเขากำลังแทรกตัวออกมาจากเศษกระจกแต่ละชิ้น ดวงตาของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว เขาจ้องมองเธอราวกับกำลังมองหนูทดลองที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกรงแก้ว "เธอพยายามจะทำลายกระจก เพื่อจะพิสูจน์ว่าเธอมีตัวตนจริง แต่หารู้ไม่ว่า การทุบกระจกคือการเปิดประตูให้ฉันเข้ามาในโลกของเธอได้ง่ายขึ้นต่างหาก"
รินก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังที่เย็นยะเยือก เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนของกำแพงนั้น มันสั่นเป็นจังหวะเหมือนชีพจร "คุณต้องการอะไรกันแน่... ความอมตะที่ใครๆ ก็พูดถึง หรือแค่การแทนที่ตัวตนของฉันเพื่อเสวยสุขในโลกที่ฉันควรจะเป็นคนอยู่?"
ดร. อคินหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงที่เยือกเย็นจนทำให้อุณหภูมิในห้องลดต่ำลง "ความจริงก็คือ ริน... เธอไม่ได้เป็นแค่คนไข้ของฉัน แต่เธอคือ 'เงา' ที่ฉันสร้างขึ้นมาเพื่อรับความเจ็บปวดแทนในวันที่ฉันไม่อาจแบกรับมันไว้ได้ เมื่อถึงเวลาที่กระจกแตกละเอียด หน้าที่ของเงาก็สิ้นสุดลง"
เขาเอื้อมมือมาข้างหน้า นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงที่หน้าผากของรินเบาๆ แต่สัมผัสนั้นกลับแผ่ซ่านความเย็นไปทั่วร่าง รินรู้สึกว่าความทรงจำในวัยเด็กที่เธอเคยตามหาเริ่มพร่าเลือน ภาพใบหน้าของแม่ที่เธอพยายามจำ กลับกลายเป็นใบหน้าของดร. อคินที่ค่อยๆ บิดเบี้ยวซ้อนทับเข้ามา
"จำไว้ให้ดีนะริน..." เขากระซิบชิดใบหู "เงาที่พังกระจกเพื่อหาความจริง มักจะกลายเป็นความว่างเปล่าที่ไม่มีใครจดจำได้เสมอ"
ในเสี้ยววินาทีนั้น รินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากพื้นใต้ฝ่าเท้า มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นนับสิบดึงรั้งข้อเท้าเธอให้จมลงไปในความมืดที่ไร้ก้นบึ้ง เธอพยายามจะกรีดร้อง แต่ทว่าเสียงของเธอกลับกลายเป็นเสียงของคนอื่น... เสียงของหญิงสาวอีกคนที่เธอยังไม่เคยรู้จัก แต่คุ้นเคยจนใจหาย
แสงสว่างวาบหนึ่งปรากฏขึ้นจากเศษกระจกชิ้นสุดท้ายที่ลอยอยู่เหนือหัวเธอ ภาพในนั้นไม่ใช่ห้องทำงานของดร. อคิน แต่เป็นภาพของเธอเอง... ในชุดขาวสะอาดตา กำลังนั่งเขียนนิยายเล่มนี้อยู่ในห้องสว่างไสวที่เธอไม่เคยย่างกรายเข้าไปถึง
รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นมือของตัวเองในเศษกระจกข้างบนนั้น กำลังจดบันทึกประโยคสุดท้ายด้วยลายมือที่เหมือนกับเธอทุกประการ: *'และแล้ว รินก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในกระจก ไม่ใช่เงาของเธอ แต่เป็นเจ้าของร่างที่แท้จริงที่กำลังจ้องมองเธอจากอีกฝั่งของความเป็นจริง'*
ทันใดนั้น เศษกระจกทุกชิ้นก็พุ่งเข้าหากันเหมือนแม่เหล็ก รินสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แหลมคมแทงทะลุผ่านความทรงจำของเธอไปจนหมดสิ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงเหลือเพียงเสียงกระซิบเบาๆ ที่ดังขึ้นในใจของเธอเอง
"ยินดีด้วยนะริน... ต่อจากนี้ไป เธอจะเป็นคนเขียนเรื่องราวของฉันต่อไปเอง"
รินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอไม่ได้อยู่ในห้องมืดนั้นแล้ว แต่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมในห้องทำงานที่เงียบสงัด หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากำลังแสดงข้อความค้างไว้ว่า 'ตอนที่ 9: ก้าวแรกสู่ความจริง' และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... มีหยดเลือดสดๆ หยดหนึ่งไหลออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ที่วางอยู่ข้างๆ นั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่ร่วมเดินทางไปกับความมืดมิดในกระจกใบนี้ด้วยกันนะคะ
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 9
ก้าวแรกสู่ความจริง
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!