เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 44

การเลือกที่เจ็บปวด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องกระจกใต้ดินผสมปนเปกันจนแทบจะกลายเป็นรสชาติในโพรงปาก รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้าลามเลียไปถึงกระดูกสันหลัง ทุกย่างก้าวบนพื้นกระจกใสที่สะท้อนภาพเงาเบื้องล่าง—ภาพของโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและเปลวเพลิงสีคราม—กำลังสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของเธอจนแทบแหลกสลาย "คุณกำลังลังเลหรือคะ ริน" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของอาคเนย์ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เงาของเขาพาดทับร่างเธอในกระจก ทำให้ภาพสะท้อนของเธอถูกกลืนกินหายไปครึ่งหนึ่ง จิตรกรหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเปื้อนคราบสีน้ำมันยืนกอดอก แววตาหลังกรอบแว่นโลหะคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความล้อเล่น มีเพียงความกระหายใคร่รู้แบบนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังเฝ้ามองปฏิกิริยาเคมีครั้งสุดท้าย รินไม่หันกลับไปมอง เธอเลือกที่จะจ้องมอง 'ตัวเอง' ในกระจกเงาบานยักษ์เบื้องหน้า ที่ซึ่งรอยแตกรานกำลังแผ่ขยายออกเป็นรูปใยแมงมุม ทุกครั้งที่ลมหายใจของเธอปะทะกับผิวหน้ากระจก ไอความเย็นจะจับตัวเป็นผลึกน้ำแข็งรูปทรงประหลาด "โลกฝั่งโน้น... กำลังจะล่มสลายเพราะฉันอย่างนั้นหรือคะ อาคเนย์" น้ำเสียงของเธอแหบพร่า สั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามรักษาระดับความเยือกเย็นเอาไว้ในฐานะนักจิตวิทยา ผู้คุ้นเคยกับการวิเคราะห์ความวิกลจริตของมนุษย์ ทว่าตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นเคสศึกษาเสียเอง "ไม่ใช่เพราะคุณหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะ 'ทางเลือก' ของคุณต่างหาก" อาคเนย์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าเสื้อของเขาเฉียดผ่านไหล่เธอ กลิ่นกายผสมกลิ่นทินเนอร์ฉุนกึก "ในมิตินี้ คุณคือผู้รักษาประตู แต่ในมิติก้นบึงกระจกนั้น คุณคือเชื้อโรคที่กัดกินโครงสร้างความเป็นจริง หากคุณเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปในโลกใบนี้... โลกฝั่งโน้นจะถูกแผดเผาจนไม่เหลือแม้แต่เศษธุลี ผู้คนนับล้านจะสลายกลายเป็นละอองเงา" รินหลับตาลงชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในวัยเด็กที่เธอพยายามลบเลือน—ภาพห้องกระจกที่สะท้อนภาพเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ—ไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเธอสั่งการให้ปฏิเสธ แต่สัญชาตญาณลึกๆ กลับกรีดร้องว่ามันคือความจริง หากเธอตาย... โลกฝั่งโน้นจะรอด หากเธออยู่... โลกใบนี้จะปลอดภัย แต่โลกอีกใบจะดับสูญ มันคือสมการที่ไร้ซึ่งทางออกที่สวยงาม เป็นบททดสอบความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ที่ถูกบีบให้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง 'ลมหายใจของตนเอง' กับ 'ชีวิตของผู้คนนับไม่ถ้วนที่เธอไม่เคยรู้จัก' รินลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในแววตาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นสัมผัสพื้นผิวกระจกที่เย็นเฉียบ ปลายเล็บของเธอจิกเข้ากับรอยร้าวเบาๆ จนเลือดสีแดงสดซึมออกมาแต้มผิวใส "แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่รักใครเลยล่ะคะ" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับพึมพำกับตัวเอง "ตลอดชีวิตที่ผ่านมาในฐานะนักจิตวิทยา ฉันเยียวยาคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า ฉันไม่เคยรู้สึกผูกพันกับสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย ทำไมฉันต้องเสียสละลมหายใจอันมีค่าของตัวเอง เพื่อแลกกับโลกที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะรู้สึกเสียดายที่จะเห็นมันมอดไหม้?" อาคเนย์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของจิตรกรหนุ่ม ราวกับเขาคาดเดาคำตอบนี้ไว้อยู่แล้ว "นั่นแหละค่ะ คือคำตอบที่ผมรอคอยจากคุณ" อาคเนย์ยื่นมือขวาออกมา ในนั้นมีมีดผ่าตัดขนาดเล็กด้ามเงินวาววับ มันสะท้อนแสงไฟสีส้มสลัวจากเบื้องล่าง "ความเห็นแก่ตัวที่บริสุทธิ์ที่สุด คืออาวุธเดียวที่จะตัดขาดสายใยแห่งมิติคู่น้ำค้างนี้ได้ เลือกเอาค่ะริน จะใช้มีดนี้ปลิดชีพตัวเองเพื่อเป็นฮีโร่ที่ถูกลืม หรือจะปล่อยให้กระจกบานนี้แตกละเอียด แล้วกลายเป็นปีศาจที่ครองซากปรักหักพังไปชั่วนิรันดร์" รินหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและเสียงก Hiss ของอากาศที่รั่วไหลมาจากรอยต่อของมิติ เธอยื่นมือออกไปรับมีดเล่มนั้น ปลายโลหะเย็นเฉียบสัมผัสกับฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อ รินก้มลงมองใบมีดที่สะท้อนภาพใบหน้าบิดเบี้ยวของเธอเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองอาคเนย์ด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้สันหลังวาบหวิวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมาในชีวิต "ถ้าฉันต้องเลือก... ฉันขอเลือกทำลายทั้งสองโลกให้สิ้นซากไปพร้อมกันค่ะ" สิ้นคำพูด รินไม่ได้หันมีดเข้าหาตัวเอง แต่เธอกลับตวัดมันสุดแรงเกิด ฟันฉับลงไปยังเส้นเลือดใหญ่ที่ข้อมือซ้ายของอาคเนย์ทันทีโดยไม่มีความลังเล! เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นผิวกระจก พร้อมๆ กับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังสะท้อนมาจากอีกด้านหนึ่งของกระจกเงา—เสียงกรีดร้องที่ไม่ได้มาจากอาคเนย์ และไม่ใช่เสียงของริน แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่กำลังเคาะกระจกจากฝั่งตรงข้ามด้วยความคลุ้มคลั่ง พร้อมกับรอยร้าวบนกระจกที่ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นมือสีดำนับร้อยคู่ที่พยายามเอื้อมทะลักขึ้นมาจากความว่างเปล่าเบื้องล่าง! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนจนมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ค่ะ จาก กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%