เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 45

คำสารภาพของกระจก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
เสียงหัวเราะที่ดังลอดออกมาจากกรอบไม้สักทองสลักลายโบราณ ไม่ได้มาจากลําคอของมนุษย์ แต่มันสะท้อนก้องกังวานมาจากพื้นผิวปรอทที่ขุ่นมัวราวกับมีชีวิต รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้าสิ่งนั้น ปลายนิ้วเรียวที่กุมด้ามปากกาโลหะเย็นเฉียบจนชาหนึบ ความทรงจำช่วงวัยเด็กที่เธอพยายามขุดคุ้ยและปะติดปะต่อมาตลอดสิบปีพังทลายลงในพริบตา เมื่อเงาในกระจกไม่ได้ทำท่าทางลอกเลียนแบบเธออีกต่อไป แต่มันกำลังยกมือขึ้นกอดอกและจ้องมองเธอด้วยสายตาเย้ยหยัน "เธอเหนื่อยมากแล้วนะ ริน..." เสียงนั้นแหบพร่าแต่นุ่มนวล ราวกับเสียงกระซิบจากคนคุ้นเคยที่ดังอยู่ข้างใบหู "การพยายามตามหาตัวตนในโลกที่เธอเป็นแค่ภาพสะท้อน มันไม่เหนื่อยเกินไปหน่อยหรือคะ?" รินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจของเธอติดขัด อาการวิงเวียนศีรษะที่คุ้นเคยพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของอาคเนย์ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นพรมห่างออกไปไม่ไกลนักทำให้เธอตระหนักว่า ตอนนี้เธอเหลือเพียงลำพังกับสิ่งประหลาดตรงหน้า "แก... แกไม่ใช่ฉัน" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมเสียงสั่นเครือไม่ให้แสดงความหวาดกลัวออกมา "แกเป็นแค่ภาพลวงตา เป็นความผิดปกติทางประสาทที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง!" ภาพสะท้อนในกระจกเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มบนริมฝีปากของมันฉีกกว้างขึ้นจนน่ากลัว ผิวปรอทบริเวณแก้มของมันเริ่มปริแตกออกเป็นรอยร้าวเล็กๆ แต่ไม่มีหยดเลือดไหลออกมา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิทที่แผ่ขยายออกราวกับกลุ่มควัน "ความผิดปกติงั้นเหรอคะ?" เงาในกระจกหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "น่าขันเสียจริง นักจิตวิทยาผู้ปราดเปรื่องอย่างเธอ กลับมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า... เธอคิดว่าตัวเองเป็นผู้รักษา เป็นผู้ควบคุมเกมที่คอยบำบัดผู้ป่วยโรคจิตเภทในสถานที่แห่งนี้มาตลอดสงสัยไหมคะ ว่าทำไมทุกคดีที่เธอไขได้ ถึงวนกลับมาหาตัวเธอเองเสมอ?" รินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจเต้นรัวกระหน่ำราวกับจะทะลุออกมานอกอก คำพูดของอาคเนย์ก่อนที่เขาจะหมดสติแวบเข้ามาในหัว— *'เธอไม่ใช่คนเขียนบท ริน เธอมันก็แค่ตัวละครที่ถูกวาดขึ้นมาบนผืนผ้าใบ'*— มันหมายความว่าอย่างนี้สินะ สิ่งที่เธอเชื่อมั่น ตรรกะทางวิทยาศาสตร์ที่เธอใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทุกอย่างเป็นเพียงกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นโดยกระจกบานนี้ "ถ้าฉันเป็นแค่ภาพสะท้อน แล้วใครคือต้นฉบับ?" รินเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคู่สวยฉายแววร้าวราญแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น กระจกนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่พื้นผิวปรอทจะระลอกคลื่นราวกับผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป เงาของรินค่อยๆ เลือนหายไปจากกรอบ แทนที่ด้วยภาพของห้องทดลองสีขาวโพลนไร้หน้าต่าง ในนั้นมีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงพยาบาล โดยมีสายระโยงระยางเชื่อมต่อกับเครื่องมือแพทย์ และที่มุมห้อง มีเงาสีดำรูปร่างบิดเบี้ยวร่างหนึ่งกำลังยืนถือพู่กันจุ่มสีแดงฉาน ราวกับกำลังละเลงภาพวาดชิ้นสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์ "ไม่มีต้นฉบับหรอกค่ะ ริน..." เสียงจากกระจกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังก้องกังวานราวกับมาจากทุกทิศทุกทาง "มีเพียง 'ผู้เล่น' และ 'กระดาน' ที่ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม และฉัน... คือผู้ที่ถือตารางหมากรุกทั้งหมดไว้ในมือ ตั้งแต่ตอนที่หนึ่ง จนถึงตอนที่ห้าสิบห้า... ตอนจบที่เธอปรารถนา มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้วค่ะ" รินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเข่าอ่อนแรง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เสียงลมหายใจของอาคเนย์ที่นอนอยู่ใกล้ๆ แผ่วเบaลงทุกที ความหนา องความจริงที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เธอกำลังจะสูญเสียตัวตนไปอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ทว่า ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงเคาะสามครั้งดังสนทนาท่ามกลางความเงียบงัน และก่อนที่รินจะทันได้เอ่ยปากห้าม บานประตูก็ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบทอนที่ผ่านมา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนจนมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ค่ะ จาก กระจกเงาต้องสาป
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%