"ความทรงจำของคุณไม่ได้กำลังจางหายไปหรอกค่ะ ริน... แต่มันกำลังถูก 'ลบ' ต่างหาก"
เสียงของอาคเนย์แหบพร่าและเย็นเยียบ ราวกับเสียงกระซิบที่ลอดผ่านรอยแยกของบานกระจกที่แตกร้าว รินนิ่งค้าง ปลายปากกาในมือสั่นเทาจนหยดหมึกสีดำสนิทซึมเปื้อนลงบนกระดาษบันทึกไขไขข้อข้องใจคนไข้—กระดาษแผ่นนั้นว่างเปล่า ไม่มีตัวอักษรใดๆเหลืออยู่เลย ทั้งที่เมื่อครู่เธอยังเพิ่งเขียนวินิจฉัยโรคด้วยลายมือตัวเอง
รินขมวดคิ้วแน่น ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว เธอมองหน้าอาคเนย์ ชายหนุ่มผู้มีดวงตาดั่งห้วงน้ำลึกไร้ก้นบึ้ง เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในห้องบำบัดอันคุ้นเคย แต่ขอบมุมของโต๊ะไม้ ทิวทัศน์นอกหน้าต่าง และแม้กระทั่งเงาทอดตัวของเขาบนผนัง กลับเริ่มบิดเบี้ยวและโปร่งแสง ราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำฝนชะจนเลือนราง
"คุณพูดอะไร อาคเนย์" รินเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษามาดของนักจิตวิทยาผู้เยือกเย็นไว้ให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมา "นี่เป็นเกมจิตวิทยาอะไรของคุณอีก ฉันไม่มีเวลามาเล่น..."
"เกมเหรอคะ?" อาคเนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตาเลย "ลองมองมือข้างซ้ายของคุณสร้อยสิคะ ริน... มองให้ดีๆ"
รินก้มลงมองมือของตนเองด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก นิ้วนางข้างซ้ายที่เคยสวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลา—ตอนนี้มันว่างเปล่า ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ ผิวหนังบริเวณนั้นกำลังจางหายกลายเป็นความว่างเปล่าสีเทาหม่น ไม่มีเลือด ไม่มีกระดูก มีเพียงความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง คล้ายกับภาพดิจิทัลที่พิกเซลกำลังแตกสลาย
เธออ้าปากจะกรีดร้อง แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ความตระหนกพุ่งพล่านกัดกินโสตประสาท โลกทั้งใบกำลังสูญเสียความหนาแน่น มันเบาหวิว ราวกับกระดาษสาที่ถูกเผาไฟ ความทรงจำเกี่ยวกับวัยเด็กที่เคยเจ็บปวด ความทรงจำเกี่ยวกับห้องบำบัดนี้ หรือแม้กระทั่งใบหน้าของผู้ป่วยคนก่อนหน้า—ทุกอย่างกำลังหลุดลอกออกไปจากสมองของเธอทีละแผ่น ทีละแผ่น เหมือนเงาที่ถูกกลืนกินโดยความมืดมิด
"มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน..." รินพึมพำ ตัวสั่นเทา เธอยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดร้าวราวกับจะระเบิด ภาพในหัวของเธอตอนนี้สับสนอลหม่าน เธอนึกไม่ออกแม้กระทั่งว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และที่น่ากลัวที่สุดคือ—เธอจำไม่ได้แล้วว่า *'ริน'* ที่แท้จริงคือใครกันแน่
"โลกคู่ขนานที่เราสร้างขึ้นเพื่อหนีความจริง... มันกำลังล่มสลายค่ะ" อาคเนย์ลุกขึ้นยืน ช้าๆ ร่างกายของเขาก็เริ่มโปร่งแสงเช่นกัน เส้นผมและไหล่ของเขาเลือนหายไปกับอากาศธาตุ เหลือเพียงดวงตาคู่เดิมที่ยังคงจ้องมองมาที่เธออย่างลึกซึ้งและเวทนา "กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนตัวตนของเรา แต่มันกำลังปฏิเสธการมีอยู่ของเราต่างหาก เมื่อความจริงในโลกต้นทางเริ่มตื่นขึ้น โลกเงาสีเทานี่ก็ต้องถูกลบ... เพื่อไม่ให้มีรอยต่อของความผิดพลาด"
"ไม่... ไม่จริง!" รินส่ายหัวปฏิเสธสุดชีวิต เธอลุกพรวดขึ้นจนเก้าล้มคว่ำเสียงดังสนั่น เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง แต่ผนังห้องนั้นกลับไม่ใช่ปูนแข็งๆ อีกต่อไป มันนุ่มย้วยและเย็นเยียบราวกับผิวสัมผัสของกระจกเงา
รินหอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย สายตาเหลือบไปเห็นกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง—กระจกบานที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต
ทว่า ตอนนี้ กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนภาพห้องบำบัด หรือแม้แต่เงาของเธออีกต่อไปแล้ว
ภายในบานกระจก... กลับเป็นภาพของห้องสืบสวนสีขาวโพลนที่ไร้หน้าต่าง มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดนักโทษนั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้เหล็ก รอบตัวเธอมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนล้อมรอบหลายนาย และบนโต๊ะตรงหน้าเธอ มีแฟ้มคดีฆาตกรรมวางอยู่—แฟ้มที่มีชื่อของ *'ริน'* ตัวจริงเสียงจริงปรากฏอยู่บนหน้าปก ตัวอักษรสีแดงฉานระบุข้อความชัดเจนว่า *'คดีฆาตกรรมอำพรางต่อเนื่อง: ผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยอ้างอาการโรคจิตเภทแยก 2 บุคลิก'*
รินเบิกตากว้างจนแทบถลน ความจริงสายฟ้าฟาดแล่นแปลบเข้าสู่สมองที่ปั่นป่วน
เธอไม่ใช่จิตแพทย์... เธอคือฆาตกร
และห้องบำบัด อาคเนย์ อาการป่วย และโลกทั้งใบที่เธอใช้ชีวิตอยู่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา... เป็นเพียงภาพลวงตาที่จิตใต้สำนึกอันบิดเบี้ยวสร้างขึ้น เพื่อกักขังตัวเองไม่ให้ตื่นขึ้นไปรับความจริงอันโหดร้ายในโลกแห่งความเป็นจริง!
"จำได้แล้วใช่ไหมคะ..." เสียงกระซิบของอาคเนย์ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ร่างกายของเขาสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีดำปลิวหายไปกับสายลมที่ไม่มีที่มา
รินหันขวับกลับไปมองกระจกเงาบานนั้นด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด มือทั้งสองข้างยกขึ้นทาบลงบนผิวหน้ากระจกที่เย็นเฉียบ ขณะที่ภาพในกระจก—หญิงสาวในชุดนักโทษ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอพอดี แววตานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มเยือกเย็น และรอยหยดเลือดที่มุมปาก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งจากโลกอีกฝั่ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
"หมดเวลาแล้วครับนักโทษ... เตรียมตัวย้ายไปห้องขนานแท้ได้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำของเจ้าหน้าที่ดังทะลุกรอบกระจกเข้ามา
พร้อมๆ กับที่พื้นห้องบำบัดใต้ฝ่าเท้าของริน เริ่มแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ หล่นร่วงลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นبึ้ง โลกคู่ขนานกำลังถูกลบหายไปจนหมดสิ้น เหลือเวลาอีกเพียงวินาทีเดียวก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดของเธอจะถูกบังคับให้พุ่งทะลุกรอบกระจกบานนั้นออกไปเผชิญหน้ากับความผิดบาปที่แท้จริง
รินกรีดร้องออกมาสุดเสียง พร้อมกับที่มือปริศนาคู่หนึ่งจากในกระจกเอื้อมทะลุกรอบออกมา... และกระชากข้อมือของเธอดึงจมดิ่งเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและความมืดมิดนี้มาด้วยกันนะคะ จาก กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 47
การแตกสลายของโลกคู่ขนาน
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!