“ความจริงที่ดร.อคินปกปิดไว้ มันไม่ได้อยู่ในแฟ้มประวัติผู้ป่วย แต่มันอยู่ในดวงตาที่กลายเป็นหลุมศพสีขาวโพลนคู่นั้นใช่ไหมคะ?”
ฉันถามออกไปโดยไม่ขยับเท้าหนี แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากทรวงอก ดร.อคินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าวไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อย—จังหวะการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติราวกับตุ๊กตาไขลานที่เฟืองข้างในเริ่มขัดข้อง รอยยิ้มที่เคยดูอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยเมตตาของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ บัดนี้มันบิดเบี้ยวจนมุมปากแทบจะแตะใบหู
เขายกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง “ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมกระจกถึงไม่มีทางโกหก?”
เสียงของเขาไม่ได้มาจากลำคอ แต่มันก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของฉัน ราวกับมีใครบางคนมาพูดอยู่ข้างหู
“เพราะกระจกไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสะท้อนความจริง แต่มันถูกสร้างมาเพื่อรอคอย ‘คนจริงๆ’ ที่จะหลงทางเข้ามาแทนที่เงาของตัวเองต่างหากล่ะ”
เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ฉันถอยหลังสัญชาตญาณทำงานอย่างบ้าคลั่ง ฉันหันหลังกลับแล้ววิ่ง วิ่งออกไปจากห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอายของความตาย เสียงฝีเท้าของฉันกระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ดังสนั่นในโถงทางเดินที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า แต่เดี๋ยวก่อน...
จังหวะฝีเท้าของฉันไม่ได้ดังแค่ที่เดียว
ฉันหยุดกึก หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อเสียงฝีเท้าที่ตามหลังมา ไม่ได้มีเพียงชุดเดียว แต่มีถึงสองชุด ทั้งที่ข้างหลังฉันไม่มีใครเลย แม้แต่เงามืดของดร.อคินที่น่าจะไล่ตามมา ก็ยังมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเล็บ
ฉันก้มลงมองพื้นไม้ที่เคลือบเงาจนสะท้อนภาพเบื้องบนได้ชัดเจน แสงจากโคมไฟระย้าปลายโถงส่องกระทบให้เห็นรอยเท้าเปื้อนฝุ่นสีเทาหม่นที่ประทับลงบนพื้นทีละรอย... รอยเท้านั้นเป็นรองเท้าคัทชูสีดำแบบเดียวกับที่ฉันสวมอยู่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่มันไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกับฉัน!
รอยเท้าพวกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตรงกันข้ามกับทิศที่ฉันกำลังวิ่งอยู่ มันเดินสวนฉันไปอย่างช้าๆ มั่นคง และไร้ความลังเล ในขณะที่ตัวฉันกำลังสั่นเทาอยู่ตรงนี้
“ไม่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” ฉันพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งทะลุขีดจำกัด
ฉันพยายามเดินถอยหลังไปตามรอยเท้านั้น เพื่อดูว่ามันมาจากไหน หรือมุ่งหน้าไปที่ใด กระทั่งฉันหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดิน กระจกบานนี้เป็นกระจกฝ้าที่ขุ่นมัวตามกาลเวลา แต่ทันทีที่ฉันจ้องมองเข้าไป ภาพที่ปรากฏกลับทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ
ในเงากระจก... ฉันไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว
รินในกระจกไม่ได้กำลังถอยหลังเหมือนฉัน แต่เธอกำลังก้าวไปข้างหน้า เธอขยับแขนช้าๆ ก่อนจะวางฝ่ามือลงบนพื้นผิวกระจกจากด้านใน แล้วรอยเท้าพวกนั้นก็ปรากฏขึ้นทีละรอยบนพื้นไม้ข้างนอกกระจก—มันคือรอยเท้าของ ‘คนในกระจก’ ที่กำลังเดินสวนฉันไปสู่โลกความเป็นจริง
“เธอเหนื่อยแล้วใช่ไหมริน?”
เสียงที่ดังออกมาจากกระจกเป็นเสียงเดียวกับฉันเปี๊ยบ แต่แฝงไปด้วยความเวทนาและอำนาจที่ฉันไม่เคยมี
ฉันรีบถอยห่างออกมา แต่แล้วมือเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของฉันจากใต้พื้นไม้! แรงกระชากนั้นรุนแรงจนฉันล้มลงกระแทกพื้น เสียงกรีดร้องติดอยู่ในลำคอเมื่อเห็นนิ้วมือสีซีดเผือดผุดขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นไม้พยายามจะดึงตัวฉันลงไปในช่องว่างมืดมิดเบื้องล่าง
ทว่าในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกาะกุมใจ ดร.อคินก็เดินมาหยุดอยู่เหนือร่างของฉัน เขาก้มลงมองภาพการดึงรั้งระหว่างฉันกับ ‘ตัวฉัน’ อีกคนในกระจกด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์
“อย่าขัดขืนเลยริน การเปลี่ยนผ่านมันเจ็บปวดเสมอ” เขาว่าพลางปักเข็มลงบนต้นคอฉันอย่างแผ่วเบา “แต่มันคือหนทางเดียวที่คุณจะได้รู้ว่า... เงาที่สิบสามที่ขโมยตัวตนของคุณไปตั้งแต่วัยเด็กน่ะ มันเป็นใครกันแน่”
สติของฉันเริ่มพร่าเลือน แต่ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกอย่าง ฉันเห็นเขาก้มลงกระซิบข้างหู “และไม่ต้องกลัวหรอกนะ เพราะคนที่กำลังดึงคุณลงไปน่ะ... ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็น ‘ริน’ คนที่คุณเผลอฆ่าตายในกระจกเมื่อยี่สิบปีก่อนต่างหากล่ะ”
ร่างของฉันเริ่มจมลงไปในพื้นไม้ กลิ่นอายความเย็นเยียบเข้าแทนที่อากาศหายใจ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดกลับไม่ใช่ความตายที่รออยู่เบื้องล่าง หากแต่เป็นเงาของดร.อคินที่ทอดทับลงมาบนร่างฉัน...
เงานั้นไม่ได้มีรูปร่างเป็นมนุษย์ แต่มันมีดวงตาสิบสามคู่ที่กำลังลืมตาขึ้นมองฉันพร้อมกันจากในเงามืด!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินจิตใจแบบนี้นะคะ
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 12
รอยเท้าปริศนา
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!