"คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าคะ... คุณ 'ริน'?"
เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนตรงหน้าบาดลึกเข้ามาในโสตประสาทของฉัน ราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่แทงทะลุความเยือกเย็นที่ฉันสร้างขึ้นเป็นปราการป้องกันตัว ฉันวางแฟ้มประวัติคนไข้ลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างเชื่องช้า พยายามควบคุมอาการสั่นที่ปลายนิ้วไม่ให้เขาสังเกตเห็น มือของฉันยังคงหลงเหลือความรู้สึกเย็นเยียบจากสัมผัสของกระจกบานนั้นในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อครู่ ราวกับว่าอุณหภูมิในห้องนี้กำลังดิ่งต่ำลงตามจังหวะหัวใจของฉัน
"ฉันต่างหากที่เป็นหมอ และคุณคือคนไข้ หน้าที่ของคุณคือการเล่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาตั้งคำถามกับความถูกต้องในใจของฉันค่ะ" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีเข้มของคนไข้ที่ชื่อ 'วีระ' กลับจ้องมองมาที่ฉันอย่างทะลุปรุโปร่ง
เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "ผมเห็นเธอ... ในกระจกของห้องน้ำที่ทำงาน เห็นเธอในร้านกาแฟ เห็นเธอแม้กระทั่งตอนที่ผมมองไปที่ผิวน้ำในแก้วกาแฟ เธอไม่ได้เป็นแค่เงาสะท้อน แต่มันคือตัวผม... ในร่างผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่รู้จัก แต่หน้าตาของเธอน่ะหรือครับ... เหมือนกับหมอราวกับแกะ"
ฉันนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่แวบเข้ามาในหัว รอยยิ้มบิดเบี้ยวของเงาในกระจกที่ดูเหมือนจะเป็นการเยาะเย้ยฉัน
"คุณกำลังมีอาการประสาทหลอนแบบเงาซ้อน (Mirror-image hallucination) ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท หรือเกิดจากความเครียดสะสมระดับสูงค่ะ" ฉันหยิบปากกาขึ้นมาจดโน้ตลงในสมุด พยายามบดบังแววตาที่เริ่มสั่นไหวของตัวเองไว้ใต้กรอบแว่นสายตา
"มันไม่ใช่ประสาทหลอนครับ หมอริน" วีระโน้มตัวมาข้างหน้าจนเกือบชิดขอบโต๊ะ กลิ่นอับชื้นเหมือนดินเปียกโชยออกมาจากตัวเขา "มีใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ใช้เงาของเราเป็นประตู มันพยายามจะสลับที่กับเรา ผมเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าความทรงจำไหนเป็นของผม และความทรงจำไหนเป็นของ 'เธอ' คนนั้น"
บรรยากาศในห้องตรวจเงียบสนิทจนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินกระดิกเข็ม ทุกจังหวะ 'ติ๊ก' ราวกับตอกย้ำความผิดปกติในหัวใจของฉัน ฉันจำเรื่องราวในวัยเด็กไม่ได้เลย มันเป็นเพียงหลุมดำที่ว่างเปล่า มีเพียงความรู้สึกหวาดกลัวต่อกระจกที่ติดตัวมาตั้งแต่จำความได้ และตอนนี้... คนไข้คนนี้กำลังพูดย้ำในสิ่งที่ฉันพยายามหนีมาตลอดชีวิต
"เรื่องกระจกนั่น... ถ้าคุณยังไม่หยุดคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้น การรักษาของเราก็คงไปต่อไม่ได้นะคะ" ฉันตัดบทด้วยความเย็นชาที่เกินจริง
"คุณก็เห็นใช่ไหมล่ะ?" วีระกระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความสมเพช "คุณก็เห็นเธอในกระจกบานใหญ่หลังห้องทำงานของคุณทุกครั้งที่ปิดไฟ... คุณกลัวที่นั่นจนต้องล็อกห้องขังตัวเองไว้ไม่ให้ใครเข้าไป เพราะคุณกลัวว่าสักวัน... เงาของคุณจะเดินออกมาจัดการคุณเอง"
ฉันลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้กระแทกกับผนังห้อง เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องตรวจ ร่างกายของฉันร้อนรุ่มด้วยความโกรธปนความหวาดกลัวที่ยากจะอธิบาย "วันนี้พอแค่นี้ค่ะ ออกไป!"
วีระไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืน เขาลุกขึ้นช้าๆ สายตาที่เขามองฉันเปลี่ยนไปจากความหวาดกลัวเป็นความเวทนาอย่างประหลาด เขาหมุนตัวเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะก้าวออกไป เขาก็ชะงักและหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ
"ระวังตัวด้วยนะครับ หมอริน... อย่าเผลอสบตากับเงาในกระจกนานเกินไป เพราะตอนนี้... 'มัน' กำลังเริ่มหัดยิ้มเหมือนคุณแล้ว"
ประตูห้องตรวจปิดลงทิ้งให้ฉันอยู่กับความเงียบงันเพียงลำพัง ฉันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง มือสั่นระริกเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ในวินาทีที่สายตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองบนพื้นผิวน้ำที่นิ่งสนิทในแก้ว ฉันก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหลุดจากเบ้า
เงาสะท้อนในน้ำ... ไม่ได้กำลังมองกลับมาที่ฉันด้วยความหวาดกลัวเหมือนที่ฉันเป็นอยู่
มันกำลังแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ—ยิ้มกว้างเกินกว่ากล้ามเนื้อใบหน้ามนุษย์ปกติจะทำได้
ยังไม่ทันที่ฉันจะกรีดร้อง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างจังหวะเนิบนาบสามครั้ง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาต ชายร่างสูงในชุดคลุมสีเข้มที่เปรอะเปื้อนด้วยรอยสีน้ำมัน ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวย่างที่ดูสง่างามดั่งนักล่า
อาคเนย์... เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของฉัน วางพู่กันที่เปื้อนสีแดงสดลงบนสมุดบันทึกของฉัน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้ฉันขนลุกเกรียว
"หมอครับ... การรักษาคนไข้น่ะเป็นเรื่องดี" เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยอันตราย "แต่ถ้าหมอเองก็กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่หมอกำลังรักษา... หมอคิดว่าใครจะเป็นคนรักษาหมอแทนล่ะครับ?"
ในวินาทีนั้น ฉันเหลือบมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่หลังโต๊ะทำงานที่ฉันเพิ่งปิดม่านเอาไว้... แต่ทว่า ม่านนั้นไม่ได้ถูกปิดสนิท มันเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อยพอให้เห็นส่วนหนึ่งของกระจก และในช่องว่างเล็กๆ นั้น ฉันเห็นรอยนิ้วมือจำนวนมหาศาลที่กดทับอยู่จาก 'อีกด้านหนึ่ง' ของกระจก กำลังค่อยๆ ดันบานกระจกให้สั่นไหวราวกับจะแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เพื่อเปิดทางให้บางสิ่งก้าวผ่านเข้ามาในโลกที่ฉันหายใจอยู่นี้!
ขอบพระคุณที่ร่วมดำดิ่งสู่ปริศนาแห่งเงาไปกับฉันนะคะ
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 2
จิตแพทย์ผู้กุมความลับ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!