เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 50

รุ่งอรุณที่ไม่มีใครจำ

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
"คุณลืมไปแล้วจริงๆ หรือแค่อยากจะให้ฉันลืมไปพร้อมกับคุณคะ?" เสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยราวกับใบไม้แห้งที่ปะทะกับพายุ เธอไม่ได้มองหน้าอาคเนย์ที่กำลังนั่งจิบกาแฟสีดำสนิทอยู่ฝั่งตรงข้าม ตรงหน้าของเขาคือกระดาษวาดเขียนที่ว่างเปล่า ไม่มีภาพใบหน้าของเธอ ไม่มีการตวัดพู่กันที่เกรี้ยวกราดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา บรรยากาศในห้องทำงานของนักจิตวิทยาที่ควรจะเต็มไปด้วยความตึงเครียดของคนไข้ กลับกลายเป็นเพียงห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟและฝุ่นที่ลอยเคว้งในอากาศ อาคเนย์วางถ้วยกาแฟลงช้าๆ เสียงกระทบของเซรามิกกับจานรองดังชัดเจนในความเงียบ เขาเงยหน้าขึ้นมองริน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความสงบที่น่าสะพรึงกลัว "คุณพูดเรื่องอะไรอยู่หรือครับ... เอ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง คุณกำลังพูดเรื่องอะไรหรือคะ ริน? เมื่อคืนเราแค่คุยเรื่องเคสของผู้ป่วยรายใหม่ไม่ใช่หรือ" รินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เลือดซึมออกมาเล็กน้อย ความเจ็บปวดนั้นคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ภาพสะท้อนในกระจกที่แตกสลายไปแล้วเมื่อคืนนี้ "คราบเลือดบนพรม... รอยร้าวที่กำแพง... แล้วไหนจะความรู้สึกที่ว่าฉันเพิ่งจะฆ่าตัวตายในมิติที่ซ้อนทับอยู่ตรงหน้าคุณอีกล่ะ?" อาคเนย์หัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยาะเย้ย แต่มันกลับว่างเปล่าเสียจนรินรู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูกสันหลัง เขาโน้มตัวมาข้างหน้า ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ระหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสของเขานั้นเย็นเยียบราวกับผิวของกระจกเงา "คุณคงฝันร้ายมากไปหน่อยนะคะ ริน" เขากระซิบ "โลกของเรามันเรียบง่ายแบบนี้มาตลอด ไม่มีมิติซ้อนทับ ไม่มีเงาที่คอยจ้องจะกลืนกิน... มีแค่คุณกับฉัน และหน้าที่ที่คุณต้องทำในฐานะนักบำบัดที่แสนสมบูรณ์แบบ" รินเบนสายตาไปที่กระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง เงาของเธอในนั้นกำลังยืนอยู่ แต่ทว่าเงานั้นกลับไม่ได้ทำตามการเคลื่อนไหวของเธอ เงาสะท้อนในกระจกไม่ได้ขยับตัวตาม แต่มันกำลังยืนกอดอกและแสยะยิ้มที่บิดเบี้ยว รินขยับตัวถอยหลังจนเก้าอี้ล้มลงกระแทกพื้น เสียงดังโครมครามนั้นทำให้ความเงียบสงัดถูกทำลาย แต่ทว่าอาคเนย์กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เขายังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ราวกับว่าเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย "รินคะ... คุณกำลังเป็นอะไรไป?" อาคเนย์ลุกขึ้นเดินเข้ามาหา เธอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับผนังห้อง เย็นเยียบและไร้ทางหนี "อย่าเข้ามานะ!" รินตะโกน "ฉันเห็นคุณ! ฉันเห็นว่าคุณกำลังวาดรูปฉันที่กำลังกรีดร้องอยู่ในนั้น ในนรกที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อขังตัวตนของฉัน!" อาคเนย์หยุดชะงัก รอยยิ้มของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่น่ากลัวกว่าเดิม เขายกมือขึ้นระดับใบหน้า ก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงให้เงียบ "ความทรงจำคือนามธรรมนะคะริน ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อว่ามันไม่มีอยู่ มันก็จะไม่มีวันมีอยู่... เหมือนกับเมื่อคืนที่คุณพยายามจะลบฉันออกไปจากความทรงจำของคุณ" เขาสอดมือเข้าไปในเสื้อสูท หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือภาพวาดชิ้นเล็กๆ ที่รินจำได้แม่น ภาพของเธอกำลังส่องกระจก แต่ในกระจกบานนั้นไม่มีร่างของเธออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความมืดมิด "คุณรู้ไหมคะว่าทำไมคนอื่นถึงลืม?" อาคเนย์โน้มหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ ลมหายใจของเขาไม่มีความอุ่นเลยแม้แต่น้อย "เพราะฉันเป็นคนคัดลอกความทรงจำของพวกเขามาเก็บไว้ในนี้ทั้งหมด... ในนี้ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง" รินรู้สึกถึงแรงบีบคั้นในลำคอ ราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นกำลังพยายามกดทับตัวตนของเธอให้จมดิ่งลงสู่ความลืมเลือน เธอมองไปที่กระจกอีกครั้ง คราวนี้เงาสะท้อนในนั้นไม่ได้แค่ยิ้ม แต่มันกำลังเอื้อมมือออกมาจากผิวแก้ว พยายามจะดึงร่างของเธอเข้าไปในอีกด้านหนึ่ง โลกที่ความจริงถูกบิดเบี้ยว และความตายคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง อาคเนย์ขยับตัวออกไปหนึ่งก้าว เขาเริ่มกรีดพู่กันลงบนผืนผ้าใบที่เตรียมไว้ จังหวะการตวัดพู่กันนั้นเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับกำลังวาดเส้นขีดจำกัดของชีวิตริน "วันนี้เราจะเริ่มบทเรียนสุดท้ายกันนะคะ" เขาพูดโดยไม่หันมามอง "บทเรียนที่ว่าด้วยการลบตัวตนของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้หายไปจากโลกใบนี้... รินคะ ช่วยมองมาที่กระจกนั่นหน่อยสิคะ มองให้ชัดๆ ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะลืมตาตื่นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" รินหันไปมองภาพสะท้อนในกระจกอย่างเลี่ยงไม่ได้ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เมื่อภาพที่ปรากฏในกระจกไม่ใช่ตัวเธอในชุดเดิม แต่เป็นตัวเธอในชุดสีขาวเปื้อนเลือดที่เธอจำได้ว่าเคยสวมใส่ในคืนที่พายุโหมกระหน่ำเมื่อห้าปีก่อน—คืนวันที่ความจำของเธอขาดหายไป เงาในกระจกค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากบานกระจกทีละนิด พื้นห้องเริ่มแตกเป็นรอยร้าว เสียงหวีดหวิวของมิติที่กำลังบิดเบี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ในขณะที่อาคเนย์หยุดมือจากการวาดภาพ แล้วหันมาสบตากับเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพช "ยินดีต้อนรับกลับสู่ความเป็นจริงนะคะ... ริน" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สุด "หรือจะเรียกคุณว่า 'เงา' ดีล่ะคะ?" ก่อนที่รินจะทันได้กรีดร้อง มือของเงาสะท้อนที่ก้าวออกมาจากกระจกก็ได้คว้าเข้าที่คอของเธออย่างรุนแรง และในวินาทีนั่นเอง อาคเนย์ก็นำปากกาหมึกซึมสีแดงชาดมาเขียนลงบนหน้าผากของเธอว่า 'ชิ้นส่วนที่ขาดหาย' พร้อมกับที่ทุกอย่างในห้องค่อยๆ กลายเป็นความว่างเปล่าสีเทาที่ไม่มีแม้แต่ลมหายใจ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกระจกบานนี้มาด้วยกันจนเกือบถึงโค้งสุดท้ายนะคะ จากใจ กระจกเงาต้องสาปค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%