เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 51

รอยแผลที่ยังคงอยู่

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“รอยนี่... มันไม่ได้เกิดจากใบมีด หรืออุบัติเหตุที่ไหนทั้งนั้น ริน เธอกำลังโกหกใครกันแน่ ระหว่างคนไข้ในกระจก หรือตัวเธอเอง?” อาคเนย์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในสตูดิโอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นอายของความเก่าแก่ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง แต่ปลายพู่กันในมือยังคงตวัดลงบนผืนผ้าใบอย่างหนักแน่น รอยแผลเป็นสีซีดจางเป็นทางยาวพาดผ่านหัวไหล่ซ้ายของริน ราวกับรอยเย็บที่ถูกกรีดลงบนเนื้อหนังด้วยเข็มที่มองไม่เห็น มันไม่ได้เจ็บปวดทางกาย แต่ทุกครั้งที่เธอขยับตัว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังดึงรั้งผิวหนังของเธอให้แยกออกจากกัน รินยกมือขึ้นลูบรอยแผลนั้นช้าๆ สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่น เธอเป็นนักจิตวิทยา เธอเชี่ยวชาญในการอ่านใจคน แต่กับรอยแผลที่ปรากฏขึ้นบนร่างของตัวเองในช่วงเวลาที่เธอนอนหลับ เธอไร้คำอธิบายโดยสิ้นเชิง “ฉันไม่ได้โกหก” รินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบจ้องมองภาพวาดของอาคเนย์ที่กำลังค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้น มันคือภาพของเธอ... ในชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่ทว่าดวงตาในภาพกลับเป็นสีดำสนิท ไร้ซึ่งแววตา “มันอาจจะเป็นแค่อาการทางจิตเวชที่ฉันสร้างขึ้นเอง เพื่อประชดประชันความว่างเปล่าในอดีตที่จำไม่ได้” อาคเนย์วางพู่กันลง เขาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความลุ่มหลงที่น่าสะพรึงกลัว “ความว่างเปล่าเหรอ? รอยแผลนี้น่ะเหรอที่เธอบอกว่ามันว่างเปล่า? มันคือรอยเย็บจากการเชื่อมต่อโลกสองใบนะริน เธอไม่ได้ถูกกรีด แต่เธอกำลัง 'รั่วไหล'” เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นสีที่ติดตัวเขาทำให้รินรู้สึกวิงเวียน เธอถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะกับบานกระจกเงาบานใหญ่ในมุมห้อง รินตกใจจนเผลอหายใจติดขัด เมื่อเงาในกระจกไม่ได้ทำท่าทางเดียวกับเธอ... เงาของเธอในกระจกกำลังยืนกอดอกและยิ้มเยาะ “อย่าทำเป็นไม่เห็นเธอสิ” อาคเนย์กระซิบชิดใบหู “เธอที่อยู่ในนั้น... เธอที่คอยเติมรอยแผลให้เธอในทุกๆ คืนที่เธอนอนหลับ เพื่อให้เธอยังคง 'มีตัวตน' อยู่ในมิตินี้ได้ไงล่ะ” รินหันขวับไปมองเงาในกระจก ทันใดนั้น เงาของเธอก็ยื่นมือออกมาแตะกระจกจากฝั่งตรงข้าม ปลายนิ้วของมันกดลงบนจุดเดียวกับรอยแผลที่ไหล่ของเธอ รินรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เธอทรุดลงกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ พยายามควบคุมสติสัมปชัญญะของนักบำบัดที่เธอยึดถือมาตลอดชีวิต “มันเป็นแค่ภาพหลอน...” รินพึมพำกับตัวเอง เสียงสั่นเครือ “มันคือภาวะการรับรู้ที่ผิดปกติ การทดสอบความจริงของฉันกำลังพังทลาย” “การทดสอบความจริง?” อาคเนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหยิบกล้องถ่ายรูปตัวเก่าขึ้นมาส่องไปที่กระจกบานนั้น “ริน มองดูสิ... ในกล้องนี้ เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องที่ว่างเปล่า แต่ในกระจกตรงนั้น... ใครกำลังยืนประคองไหล่เธออยู่?” รินเงยหน้าขึ้นมองผ่านเลนส์ที่อาคเนย์ยื่นให้ หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ในภาพที่สะท้อนจากกระจก มีหญิงสาวอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนเธอทุกประการ กำลังก้มลงมากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเธอ รอยแผลบนไหล่ของหญิงสาวคนนั้นสดใหม่และกำลังหลั่งเลือดสีดำสนิทออกมาหยดลงบนพื้นห้อง... ซึ่งในความเป็นจริง พื้นห้องนั้นสะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยใดๆ รินรีบคว้ากล้องมาดูด้วยตัวเอง แต่ทันทีที่เลนส์กล้องโฟกัสไปที่กระจก สิ่งที่ปรากฏในนั้นไม่ใช่คน... แต่มันคือนาฬิกาทรายที่ทรายข้างในกำลังไหลย้อนกลับจากล่างขึ้นบน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ทรายเหล่านั้นไม่ใช่เม็ดทรายธรรมดา แต่มันคือเศษผิวหนังที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างของเธอกับอาคเนย์ที่กำลังฉีกกระชากกันและกัน “ถึงเวลาแล้วริน” เสียงของอาคเนย์เปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่เสียงเดียว แต่มันมีเสียงของคนหลายคนซ้อนทับกันราวกับเสียงวิทยุที่ถูกคลื่นรบกวน “กระจกบานนี้ไม่ได้ถูกสร้างไว้เพื่อส่องดูเงา แต่มันถูกสร้างไว้เพื่อ 'สลับที่'” รินรู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มเบาหวิว ความเย็นจากบานกระจกที่เธอพิงอยู่เริ่มแทรกซึมเข้าสู่กระดูก ผิวหนังบริเวณแผลเป็นเริ่มปริออกกว้างขึ้น ไม่ใช่ความเจ็บปวดที่น่ากลัวที่สุด แต่มันคือความรู้สึกที่ว่า ‘ตัวตน’ ของเธอ กำลังถูกดึงดูดเข้าไปในความมืดมิดของผืนกระจกอย่างไม่อาจต้านทาน เธอพยายามตะเกียกตะกายหนี แต่กลับพบว่ามือของเธอจมหายเข้าไปในบานกระจก ราวกับมันเป็นเพียงผิวน้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง อาคเนย์ยืนกอดอกดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังเหมือนจิตรกรที่เห็นผลงานชิ้นเอกกำลังจะสมบูรณ์แบบ ในวินาทีที่รินกำลังจะถูกดึงเข้าไปทั้งร่าง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากอีกฝั่งของกระจก... เป็นเสียงของเธอเอง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตและเย็นเยียบจนสั่นประสาท เธอเห็นตัวเองจากฝั่งนั้นคว้ามีดกรีดกระจกออกเป็นทางยาว แล้วก้าวข้ามออกมาหาเธอในโลกแห่งความเป็นจริง ขณะที่ตัวเธอเองกำลังถูกลากเข้าไปติดอยู่ในกรอบแก้วนั้นแทน “ขอบคุณที่อดทนรอมานานนะ ริน... ทีนี้ถึงคราวของฉันที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตแทนเธอบ้างแล้ว” รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้นก้าวพ้นกรอบกระจกออกมา พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและมือที่ชุ่มไปด้วยเลือด ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกแตกกระจายนับพันชิ้นที่กรีดลงบนความมืดมิด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่เดินทางมาถึงบทที่ 51 กับกระจกเงาต้องสาปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%