เสียงกомกรามลั่นของกระจกที่แตกละเอียด ไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่มันกำลังกรีดร้องอยู่ข้างในแก้วหูของริน...
ในห้องทำงานที่เคยเงียบสงบ บัดนี้อากาศรอบตัวกลับบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำสาดเข้าใส่ ขอบมุมของตู้หนังสือ โต๊ะทำงาน และกรอบรูปทุกชิ้นเริ่มโค้งงอเข้าหาจุดศูนย์กลาง แรงดึงดูดประหลาดกำลังฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งให้ลอยเคว้งคว้าง ราวกับมิติแห่งความเป็นจริงกำลังพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตา
"คุณเห็นมันไหม อาคเนย์..." รินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบจนน่ากลัว แม้ว่าเศษกระดาษนับร้อยจะปลิวว่อนอยู่รอบตัวราวกับฝูงผีเสื้อคลุ้มคลั่ง ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ใบหน้าคมคายนั้นซีดเผือด นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
อาคเนย์ก้าวขาไม่ออก รองเท้าหนังราคาแพงถูกตรึงไว้กับพื้นห้องที่เริ่มปริแยกออกเป็นรอยร้าวสีดำสนิท ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งกำลังส่งเสียงคำรามฮือฮาจากเบื้องล่าง มันคือรอยแยกของกระจกเงาคู่ขนานที่เขาเคยปฏิเสธมาตลอด... โลกอีกใบที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาจากความเย็นชาและการละเลย
"ริน... หนีไป" เสียงของอาคเนย์แหบพร่า มือหนาพยายามเอื้อมออกไปคว้าแขนเธอ แต่รินกลับถอยหลังก้าวหนึ่งอย่างเด็ดเดี่ยว ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนี้ช่างยาวนานราวกับกาล an eternity
"หนีเหรอคะ?" รินแค่นหัวเราะออกมาเบื้องหน้าความตายที่กำลังคืบคลาน เสียงหัวเราะของเธอบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกผิดที่สุมอกเขามาเนิ่นนาน "ตลอดเวลาที่คุณทำร้ายฉัน ผลักไสฉัน และมองว่าฉันเป็นเพียงเงาไร้ตัวตน คุณเคยคิดจะให้ฉันมีที่ยืนบ้างไหมล่ะคะอาคเนย์?"
"ผมขอโทษ..." คำสั้นๆ ที่เคยมีค่าดั่งทองคำ บัดนี้ไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อมันถูกพ่นออกมาจากปากของผู้ชายที่เพิ่งสำนึกได้ในวันที่ทุกอย่างสายเกินแก้ น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงตนมาตลอดชีวิตร่วงเผาะลงกระทบพื้น ก่อนที่หยดน้ำตานั้นจะถูกแรงดึงดูดจากรอยแยกเบื้องล่างดูดกลืนหายไปในพริบตา
แจกันแก้วคริสตัลราคาแพงบนโต๊ะถูกดูดหายเข้าไปในรอยแยกมืดสนิทอย่างไร้ร่องรอย ตามด้วยหนังสือตำราจิตวิทยาเล่มหนาที่รินรักนักหนา มันถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะหายลับไปในความว่างเปล่า บรรยากาศบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ ความกลัวตายแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่น่าแปลกที่แววตาของรินกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นและการเอาคืนอย่างสาสมที่ฉายชัดอยู่ภายในนั้น
"คุณอยากให้ฉันอยู่ร่วมในโลกที่แตกสลายใบนี้กับคุณนักไม่ใช่หรือคะ?" รินก้าวเข้าไปใกล้อาคเนย์อีกนิด ในขณะที่พื้นห้องเบื้องใต้เท้าของเขากำลังพังทลายลงทีละน้อย มือเรียวบางยกขึ้นแตะที่อกเสื้อของอดีตสามีสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งและหวาดผวา "แต่เสียใจด้วยนะคะ... ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่คนเดิมที่จะยอมจมดิ่งลงไปในนรกที่คุณสร้างขึ้นอีกแล้ว"
"ริน! อย่าพูดแบบนั้น... เราเริ่มต้นใหม่ได้..." อาคเนย์ละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี เขารั้งร่างบางเข้าหาตัวสุดแรง บาดแผลในอดีตที่เขาเคยฝากไว้ที่เธอ กำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมในนาทีวิกฤตนี้ ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยในอดีต เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่กำลังจะสูญเสียเธอไปตลอดกาลในตอนนี้
"เริ่มต้นใหม่เหรอคะ? บนซากปรักหักพังเนี่ยนะ?" รินปัดมือเขาออกอย่างไม่ใยดี แรงลมจากรอยแยกพัดกระโชกจนเส้นผมสยาย "คุณเพิ่งมารู้คุณค่าของฉันในวันที่มันสายไปแล้ว อาคเนย์... ความรักที่คุณเพิ่งค้นพบ มันไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับคนที่ตายด้านไปแล้วจากน้ำมือของคุณเอง!"
พื้นห้องส่วนใหญ่ถูกกลืนหายไปในความมืด เหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ที่พวกเขายืนอยู่ อาคเนย์พยายามจะดึงเธอกระโดดหนีไปยังประตูทางออกที่บิดเบี้ยว แต่สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่ง... บางสิ่งที่ถูกพัดลอยออกมาจากรอยแยกมิติอีกฝั่ง—กระดาษวาดภาพสีน้ำที่เปื้อนคราบน้ำตา ภาพวาดเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
อาคเนย์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย ภาพวาดนั้น... ร่องรอยของเด็กที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน...
ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากถามความจริง รอยแยกเบื้องล่างก็ระเบิดเสียงคำรามครั้งใหญ่ แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างของอาคเนย์ร่วงหล่นลงไปในความมืดมิด
"ริน—!!"
เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอขาดหายไปในห้วงมิติที่ปิดตาย รินยืนมองดูความว่างเปล่าตรงหน้า ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา เสียงฝีเท้าเล็กๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังตู้หนังสือที่ยังหลงเหลืออยู่...
"คุณแม่คะ... เราจะไปกันหรือยังคะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวออกมาจากเงาสะท้อนของกระจกบานที่ไม่มีวันแตก รินหันไปมองรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกสาวลับๆ ที่เธอซ่อนไว้จากโลกใบนี้ ก่อนจะกุมมือเล็กนั้นแล้วก้าวเดินผ่านซากปรักหักพังออกไปสู่อีกมิติหนึ่งอย่างไร้ความลังเล
กระจกเงาต้องสาปขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของกระจกเงาแห่งโชคชะตาไปกับดิฉันในบทนี้ด้วยกันนะคะ
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 34
การล่มสลายของมิติ
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!