"คุณกำลังวาดรูปหรือกำลังฆาตกรรมฉันกันแน่คะ อาคเนย์?"
รินถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานสตูดิโอขนาดใหญ่ กลิ่นน้ำมันลินสีดและกลิ่นสีอะคริลิกฉุนกึกปะทะเข้ากับโสตประสาทจนชวนวิงเวียน เธอไม่ได้หันไปมองจิตรกรหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าผืนผ้าใบ แต่ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปยังเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง—เงาในนั้นไม่ได้ขยับตามเธอ มันกำลังยืนกอดอกและแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน
อาคเนย์วางพู่กันลงช้าๆ เสียงไม้กระทบโต๊ะไม้มะเกลือดังชัดเจนราวกับเสียงปืน เขาไม่ได้หันมามองเธอเช่นกัน ดวงตาของเขายังคงตรึงอยู่กับภาพวาดที่เขากำลังแต่งแต้มสีสันลงไปเป็นจุดสุดท้าย—สีแดงฉานราวกับเลือดสดๆ ที่แต้มลงบนดวงตาของภาพหญิงสาวในกรอบผ้าใบ
"การวาดภาพก็คือการหยุดเวลาให้ตายลงบนพื้นผิวเรียบๆ ไม่ใช่หรือครับ... เอ้อ ขออภัย ดิฉันหมายความว่า มันคือการกักขังชั่วขณะหนึ่งให้กลายเป็นนิรันดร์ต่างหาก" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ที่น่าขนลุก "คุณถามเหมือนไม่รู้ว่า ริน... ไม่ว่าจะเป็นตัวคุณที่ยืนตรงนี้ หรือตัวคุณที่อยู่ในกระจกบานนั้น เราทุกคนต่างก็ถูกขังอยู่ในผลงานของใครบางคนมาตลอด"
รินหมุนตัวกลับมา เผชิญหน้ากับชายหนุ่ม ความเย็นชาในแววตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน มิติที่คุณสร้างขึ้นมามันกำลังจะพังทลาย ถ้าโลกนี้คือภาพวาด พรุ่งนี้คุณก็คงได้เห็นมันฉีกขาดออกจากกัน"
อาคเนย์ก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ท่วงท่าของเขาดูเปราะบางแต่กลับแฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาหยุดยืนห่างจากรินเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายของเขามีกลิ่นของผงถ่านและหิมะที่เย็นเยียบ "คุณกลัวความจริงหรือกลัวที่จะไม่เหลือใครในโลกที่ไม่มีใครจดจำคุณได้กันแน่? ในโลกคู่ขนานนับล้าน คุณคือต้นแบบที่ซ้ำซากที่สุด แต่เชื่อไหมว่า... คุณคือคนเดียวที่ผมอยากจะทำลายทิ้งมากที่สุด เพื่อให้เหลือเพียง 'ฉัน' ที่แท้จริงเพียงคนเดียว"
รินแค่นยิ้ม มือที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวของเธอสั่นเทา เธอรู้ดีว่าในวินาทีนี้ ทุกย่างก้าวของเขามีอาวุธที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่ ไม่ใช่มีด ไม่ใช่ปืน แต่เป็น 'ความทรงจำ' ที่เขาสามารถบิดเบือนได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
"คุณไม่ได้อยากทำลายฉันหรอกค่ะ" รินเอ่ย พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาคเนย์ "คุณแค่กำลังพยายามหาทางหนีจากกระจกบานนั้นเหมือนกับฉัน... เราต่างก็เป็นแค่ 'เงา' ที่หลุดออกมาจากเงาอีกทีหนึ่ง"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบถึงขีดสุด เสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังนับถอยหลังอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับไม่มีตัวเลขแสดงผล มีเพียงจุดกะพริบสีแดงที่ดูเหมือนชีพจรที่กำลังจะหยุดเต้น อาคเนย์ยกมือขึ้นแตะใบหน้าของริน แผ่วเบาจนแทบสัมผัสไม่ได้ แต่รินกลับรู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนชาไปทั้งร่าง
"ถ้าพรุ่งนี้พายุแห่งมิติคู่ขนานมาถึง ทุกอย่างที่เรารู้จักจะถูกลบหายไปเหมือนภาพร่างที่ถูกลบด้วยยางลบ" อาคเนย์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนเดิม แต่มีความโหยหาบางอย่างที่ทำให้น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม "คุณพร้อมจะหายไปพร้อมกับผมไหม ริน? หรือคุณจะสู้เพื่อรักษาโลกที่ไม่ได้ต้องการคุณจริงๆ นี้เอาไว้?"
รินนิ่งงัน ภาพหลอนในกระจกเบื้องหลังเริ่มขยับตัว มันเดินออกมาจากกรอบไม้ช้าๆ ราวกับก้าวผ่านม่านน้ำที่ไม่มองเห็น รินสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งคำถาม แต่เป็นเวลาที่จะต้องเลือกระหว่าง 'การถูกลบให้สิ้นซาก' หรือ 'การสวมรอยเป็นพระเจ้าในโลกที่พังทลาย'
ทันใดนั้น เสียงกระจกแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง—ไม่ใช่กระจกบานใหญ่ในห้อง แต่เป็นเสียงที่ดังออกมาจากภายในจิตใจของรินเอง แสงสีขาวโพลนสว่างวาบขึ้นในอากาศ รินหันไปมองเงาของตัวเองที่ยืนอยู่ตรงหน้า มันไม่ได้มีใบหน้าของเธออีกต่อไป แต่เป็นใบหน้าของอาคเนย์... ทว่าดวงตากลับเป็นสีเดียวกับของเธอ
ประตูห้องถูกผลักออกอย่างแรง ร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง เธอสวมเสื้อผ้าชุดเดียวกับรินเป๊ะ ดวงตาคู่เดิมที่มีความทรงจำที่รินลืมเลือนไปตลอดชีวิต "พี่คะ... หยุดทำเรื่องโง่ๆ แล้วหันมามองที่นี่" รินตัวจริงที่ยืนอยู่กับอาคเนย์ถึงกับชะงัก เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวที่อยู่หน้าประตูถือ 'กระจกต้องสาป' บานเล็กในมือ แล้วหันไปจ่อที่หัวใจของอาคเนย์
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนจนมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ค่ะ จาก กระจกเงาต้องสาป
เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 41
ก่อนพายุจะเข้า
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!