เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 7

ทฤษฎีตัวตนคู่ขนาน

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“ปล่อยฉัน!” เสียงกรีดร้องของรินถูกกลืนหายไปในความเงียบงันที่เย็นเฉียบ มือที่เปื้อนเลือดจากอีกฟากของเศษกระจกกระชากแขนเธอแรงจนร่างกายซีกหนึ่งแทบจะหลุดเข้าไปในความว่างเปล่าสีนิล กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจางๆ ลอยมาปะทะจมูก แต่มันไม่ใช่เลือดของใครที่ไหน... มันคือกลิ่นเลือดของเธอเอง “อย่าขัดขืน ริน” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงของตัวตนในกระจก แต่มันคือเสียงของดร.อคิน ที่บัดนี้ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก กระชากเธอกลับคืนสู่พื้นห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเศษกระจกแหลมคม รินหอบหายใจถี่ ร่างกายสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม เธอเงยหน้ามองร่างของตัวเองในกระจกอีกครั้ง ทว่าภาพนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่สะท้อนให้เห็นผนังห้องด้านหลังของเธอเอง ราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอนจากประสาทที่พังทลาย “นั่น... มันคืออะไรคะ ดร.อคิน” เสียงของเธอสั่นพร่าขณะพยายามดึงแขนกลับจากพันธนาการของเขา “คนคนนั้น... หน้าเหมือนฉันทุกอย่าง แม้แต่รอยแผลเป็นที่หัวไหล่” ดร.อคินไม่ได้ตอบในทันที เขาปล่อยมือจากเธออย่างช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วน้ำวางบนโต๊ะไม้โอ๊ก ท่าทางเขาสุขุมนิ่งสนิทราวกับคนเพิ่งทำธุระเสร็จ ไม่ใช่คนเพิ่งช่วยชีวิตใครจากรอยแยกของมิติ เขาถอดแว่นสายตาออกแล้วเช็ดมันด้วยผ้าผืนเล็กอย่างบรรจง “คุณเคยสงสัยไหมรินว่า ทำไมโลกถึงไม่มีความยุติธรรม?” เขาถามพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “คนที่ทำดีกลับล้มเหลว คนที่ชั่วช้ากลับรุ่งโรจน์... คุณอาจจะคิดว่านั่นคือโชคชะตา แต่สำหรับผม มันคือความผิดพลาดของระบบ” “คุณหมายความว่ายังไง” “ความจริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้มีแค่ตัวตนเดียว” อคินขยับแว่นเข้าที่ “ลองจินตนาการถึงหน้ากระดาษที่วางซ้อนกันนับล้านแผ่นสิคะ แต่ละแผ่นคือตัวตนของคุณในแต่ละความเป็นไปได้ ในแผ่นหนึ่ง คุณอาจจะตายตั้งแต่เด็ก อีกแผ่นคุณอาจจะร่ำรวย หรือในแผ่นที่เลวร้ายที่สุด... คุณคือคนที่ต้องชดใช้บาปกรรมแทนตัวคุณในอีกมิติหนึ่ง” รินรู้สึกว่าเลือดในกายเย็นเฉียบ “คุณกำลังจะบอกว่า... ตัวตนในกระจกนั่นคือตัวฉันที่กำลังชดใช้บาปให้ฉันงั้นหรือคะ?” ดร.อคินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รินรู้สึกไม่ปลอดภัยมากกว่าตอนที่ถูกมือปริศนาลากดึงเสียอีก “ไม่ใช่แค่ชดใช้ค่ะ แต่มันคือ ‘ภาวะทับซ้อน’ เมื่อกระจกแตก ความบางของพรมแดนระหว่างมิติก็ลดลง ตัวตนจากโลกคู่ขนานที่หิวโหยชีวิตที่สมบูรณ์แบบกว่าจึงพยายามข้ามฝั่งมา... และคุณ ริน คุณคือภาชนะที่เหมาะสมที่สุดที่พวกเขาต้องการจะยึดครอง” บรรยากาศในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจของรินเต้นรัวเหมือนกลองศึก เธอถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับชั้นหนังสือ ความเย็นจากกำแพงซึมผ่านเสื้อผ้าเข้ามา เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบนโต๊ะทำงานของอคิน มีภาพถ่ายจำนวนมากถูกวางเรียงไว้ แต่ละใบเป็นภาพของเธอในอิริยาบถต่างๆ ในสถานที่ที่เธอไม่เคยไป ในชุดที่เธอไม่เคยสวม และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ในแต่ละภาพ มีชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างเสมอ ชายคนนั้นคือ ดร.อคิน “คุณรู้จักฉันมานานแล้วใช่ไหมคะ” รินเค้นเสียงถาม “คุณไม่ใช่แค่หมอรักษาอาการวิตกกังวลของฉัน คุณคือคนควบคุมเรื่องนี้ทั้งหมด!” อคินเดินเข้ามาใกล้ ช้าๆ ราวกับเสือที่ล้อมกรอบเหยื่อ “ผมไม่ใช่คนควบคุม ผมเป็นแค่ ‘พยาน’... ผมเฝ้ามองตัวตนคู่ขนานของคุณนับสิบชีวิตสูญสลายไปเพื่อคงไว้ซึ่งสมดุล และริน... คุณคือตัวตนที่เก้า ที่ผมหวังว่าจะอยู่รอดได้นานกว่าคนอื่นๆ” “แต่ภาพพวกนี้...” รินหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา ในรูปเธอกำลังร้องไห้อยู่กลางสายฝนกับอคินที่สวมชุดโบราณ “ฉันไม่เคยเห็นที่นี่ ไม่เคยไปที่นั่น!” “นั่นเพราะคุณลืมไปแล้วยังไงล่ะคะ” อคินโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะใบหน้า “คุณลืมไปว่าคุณไม่ได้มีชีวิตอยู่แค่ครั้งเดียว ในห้องนี้... ในเศษกระจกที่แตกกระจายพวกนี้ คือทางผ่านที่เชื่อมโยงทุกความทรงจำที่คุณพยายามปฏิเสธ” ทันใดนั้น ไฟในห้องก็วูบดับลง ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกอณู รินรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลจากพื้นดิน เธอทรุดตัวลงคุกเข่า ท่ามกลางเสียงกระซิบแผ่วเบานับร้อยนับพันที่ดังขึ้นมาจากเศษกระจกบนพื้น เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน แต่มันคือเสียงของ ‘ตัวเธอเอง’ ทั้งหมดที่กำลังแย่งชิงกันที่จะพูด “เลือกเอาสิริน...” เสียงของอคินดังก้องในความมืด “จะยอมให้ตัวตนที่เปื้อนเลือดนั่นลากคุณไป หรือจะยอมกลืนกินตัวตนเหล่านั้นเพื่อเป็นอมตะ” รินหยิบเศษกระจกแหลมคมชิ้นหนึ่งขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของเธอกะพริบถี่ๆ จนเห็นภาพสะท้อนในเศษกระจกนั้น... มันไม่ใช่ใบหน้าของเธอ แต่เป็นใบหน้าของดร.อคิน ที่กำลังแสยะยิ้มอยู่ในกระจกชิ้นนั้น พร้อมกับมือของเขาที่ดูเหมือนจะงอกออกมาจากข้อมือของเธอเอง! เธอกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อพบว่า ข้อมือข้างที่ถือเศษกระจกนั้นไม่ได้มีผิวหนังของเธออีกต่อไป แต่มันคือผิวหนังสีซีดเผือดและรอยเย็บที่คุ้นตา... มันคือมือของศพที่ถูกดึงมาจากความมืด และในจังหวะที่หัวใจเธอแทบหยุดเต้น ประตูด้านหลังห้องก็เปิดผางออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าเหมือนรินทุกกระเบียดนิ้ว แต่ในมือของเธอกลับถือปืนเล็งตรงมาที่ดร.อคิน “หยุดเถอะ อคิน... เขาไม่ใช่คนแรกที่จะต้องตายวันนี้ แต่เป็นตัวคุณต่างหากที่ต้องจบเรื่องนี้เสียที!” กระจกเงาต้องสาปขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในจิตใจของรินไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%