"นี่มันหมายความว่ายังไงวะไอ้ทหารกระจอก! แกเอาเอกสารปลอมบ้าบออะไรมาขู่พวกฉัน! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉันเป็นถึงลุงแท้ๆ ของนังพิมรดาผู้หญิงเนรคุณนี่นะ!"
เสียงตวาดแผดลั่นของลุงเชิดดังสะท้านไปทั่วบริเวณหน้าร้าน "เบเกอรี่โฮลวีตแดนสนธยา" จนฝูงนกป่าที่เกาะอยู่บนยอดสนชายแดนถึงกับบินหนีเตลิด ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาหยาบกร้านชี้หน้าภูผาอย่างลืมตัว หมายจะเข้าไปกระชากคอเสื้อของนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านราวกับภูเขาผาหิน
พิมรดายืนกอดอกพิงกรอบประตูไม้สักทองด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ใบหน้าเรียvสวยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองสภาพของลุงเชิดและป้าวิไลที่เดินทางมาไกลจากเมืองหลวงด้วยความสะใจ ลุงเชิดในชุดสูทเนื้อดีที่บัดนี้ยับยู่ยี่และเต็มไปด้วยฝุ่นดินจากการเดินทาง ส่วนป้าวิไลผู้รักสวยรักงาม บัดนี้เส้นผมยุ่งเหยิง ใบหน้ามันเยิ้มเพราะความเหนื่อยอ่อนและอารมณ์ฉุนเฉียว ทั้งคู่หอบหายใจฮือกๆ ราวกับสุนัขจนตรอก แต่แววตาที่มองเธอนั้นยังคงเต็มไปด้วยความโลภและความกระหายในทรัพย์สินที่พวกมันคิดว่าควรเป็นของตนตั้งแต่แรก
"ลุงเชิดคะ... พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะคะ" พิมรดาก้าวเท้าเดินออกมาจากตัวร้านช้าๆ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดัง 'ก๊อก แก๊ก' เป็นจังหวะที่ทรงพลังและกดดัน "นี่มันเขตทหารชายแดนนะคะ ไม่ใช่ตลาดสดท้ายหมู่บ้านที่ลุงจะมาแหกปากโวยวายตามอำเภอใจได้ แล้วอีกอย่าง... สมบัติอะไรที่ลุงอ้างนักอ้างหนา ว่าเป็นของลุงน่ะคะ? เอกสารสิทธิ์ที่ดินตรงนี้ ฉันเป็นคนซื้อด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและเงินทองของฉันเองทุกบาททุกสตางค์ แถมยังมีตราประทับจากทางการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลุงเอาหน้าหนาๆ ส่วนไหนมาทวงถามเอาดื้อๆ แบบนี้คะ?"
"นัง... นังเด็กอกตัญญู!" ป้าวิไลกรีดร้องเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก มืออวบอูมสั่นเทาด้วยความแค้น ปรี่เข้ามาหมายจะตบหน้าหลานสาวสักฉาดใหญ่ "แกกล้าดียังไงมาพูดจาปีปีนเกลียวกับผู้มีพระคุณ! พ่อแม่แกตายไปใครเลี้ยงดูแกมาจนโต ถ้านไม่มีพวกฉัน ป่านนี้แกคงเป็นขอทานข้างถนนไปนานแล้ว! สัญญาที่ดินอะไร ฉันไม่สนเว้ย! สมบัติของตระกูลเรา แกต้องคืนมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็นสูตรขนมปังประหลาดนี่ หรือเงินทองที่แกหามาได้ทั้งหมด มันต้องเป็นของลูกชายฉัน!"
*หมับ!*
ก่อนที่มืออวบของป้าวิไลจะทันได้เฉียดผิวแก้วของพิมรดา ข้อมือหนาก็ถูกมือใหญ่ของภูผาคว้าจับเอาไว้ราวกับคีมเหล็ก
แรงบีบมหาศาลทำเอาป้าวิไลร้องจ๊ากออกมาด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีของนายทหารหนุ่มก้มลงมองป้าวิไลด้วยสายตาเย็นเยียบไร้ความปรานี รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น บรรยากาศกดดันนี้ทำให้ลุงเชิดถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยหลังกรูดไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว
"อย่าได้บังอาจใช้มือสกปรกนี่แตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้วเดียวครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว และในวินาทีนั้นเอง... ภูผาก็หยิบ 'กระดาษคำสั่งลับ' จากกองทัพที่เพิ่งส่งตรงมาถึงมือเขาเมื่อเช้าชูขึ้นต่อหน้าต่อตาญาติจอมแสบทั้งสอง!
กระดาษแผ่นหนาประทับตราครุฑแดงเด่นชัดและลายเซ็นกำกับของผู้บัญชาการสูงสุดประจำเขตชายแดน ลุงเชิดเบิกตากว้าง พยายามเพ่งมองตัวอักษรบนกระดาษด้วยความหวาดระแวง ขณะที่ป้าวิไลหยุดโวยวายและอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
"นี่... นี่มันอะไรกัน?" ลุงเชิดละล่ำละลักถาม น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
ภูผากระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าบึ้งตึงดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า เขาสบตากับลุงเชิดนิ่งก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจนทีละคำ
"คำสั่งด่วนที่สุดจากกองทัพภาคพิเศษ... บุคคลใดก็ตามที่บุกรุก ก่อความวุ่นวาย หรือพยายามข่มขู่รีดไถประชาชนในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทางทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่กองทัพ จะมีโทษฐาน 'ฝ่าฝืนกฎอัยการศึกและก่อความมั่นคงชายแดน' มีโทษจำคุกสถานหนักทันทีโดยไม่ต้องผ่านศาลพลเรือน... และที่สำคัญที่สุด..."
ภูผาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลุงเชิดและป้าวิไลที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง
"...พวกท่านทั้งสองคน มีรายชื่ออยู่ใน 'บัญชีดำบุคคลเฝ้าระวังพิเศษ' ของกองทัพ เนื่องจากมีพฤติกรรมพัวพันกับขบวนการค้าของเถื่อนและฉ้อโกงทรัพย์สินประชาชนในเขตเมืองหลวง การที่พวกท่านเดินทางมาถึงชายแดนในวันนี้... ทางเราไม่ได้เรียกว่า 'มาเยี่ยมหลาน' นะครับ..."
นายทหารหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของลุงเชิด จนอีกฝ่ายสะท้านเฮือกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"...แต่เขาเรียกว่า 'เดินเข้ามาติดกับดักของทางการด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ' ต่างหากล่ะครับ!"
สิ้นคำพูดของภูผา เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมเพรียงกันก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทหารหาญในชุดเครื่องแบบเต็มยศพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหนายนายก้าวเดินออกมาจากแนวป่าและมุมตึก ล้อมรอบลุงเชิดและป้าวิไลเอาไว้ทุกด้านอย่างแน่นหนา ป้าวิไลเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินทันที ร้องไห้โฮออกมาด้วยความตกใจกลัวจนปัสสาวะแทบเล็ด ส่วนลุงเชิดได้แต่ยืนตัวสั่นเทา ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองหน้าพิมรดาด้วยสายตาเว้าวอนขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย
พิมรดาก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสองช้าๆ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับป้าวิไลที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้น รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้อย่างใจดี แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"ลุงกับป้าคงลืมไปสินะคะว่า... สมบัติที่แท้จริงไม่ใช่เงินทองที่พวกท่านอยากได้หรอกค่ะ แต่มันคือ 'สมองและสองมือ' ของฉันต่างหากล่ะคะ ที่พวกท่านไม่มีวันแย่งไปได้... พาตัวไปได้เลยค่ะคุณภูผา ฉันไม่อยากให้กลิ่นอายความโลภของคนพวกนี้มาทำให้กลิ่นขนมปังโฮลวีตอบสดใหม่ของฉันต้องแปดเปื้อนหรอกนะคะ"
ทหารสองนายก้าวเข้าไปควบคุมตัวลุงเชิดและป้าวิไลทันที เสียงโวยวายคร่ำครวญและคำด่าทอหยาบคายค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ถูกลากตัวออกห่างจากร้าน ท่ามกลางความโล่งอกของผู้คนในหมู่บ้านที่แอบมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ
เมื่อความวุ่นวายสงบลง บรรยากาศรอบร้านก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งสาลีหมักธรรมชาติที่อบอวลอยู่ภายในเตาอบหลังร้านเริ่มลอยฟุ้งออกมาเตะจมูก พิมรดาระบายลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับนายทหารหนุ่มหน้าบึ้งที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ภูผายังคงมีใบหน้าบึ้งตึงตามวิสัย แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักล้นปรี่ เขาเอื้อมมือหนามาปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนไหล่ของเธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยถามเสียงทุ้ม
"เหนื่อยไหมครับ... จัดการคนพวกนั้นเสร็จแล้ว ไปชิมขนมปังล็อตใหม่ที่เพิ่งอบเสร็จกันเถอะครับ ผมเตรียมกาแฟดริปไว้ให้คุณแล้วนะ"
พิมรดายิ้มรับ ควงแขนแกร่งของสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์เดินกลับเข้าไปในร้านด้วยความสุขใจ แต่ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นธรณีประตูเพื่อไปลิ้มลองความอร่อยนั้นเอง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบาๆ ก็ดังขึ้น 'ก๊อก ก๊อก' พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนมิด
เมื่อพิมรดาหันกลับไปมอง... เธอก็ต้องพบกับห่อกระดาษสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะรับแขกหน้าร้าน พร้อมกับโน้ตลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉานว่า...
*“ระวังตัวไว้... คนที่พวกเธอคิดว่ากำจัดไปแล้ว อาจไม่ใช่ตัวจริง”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง•ตอนที่ 13
การปรากฏตัวของญาติจอมโลภถึงหน้าประตู
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!