กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมที่ลอยอวลอยู่ในตำหนักใหญ่ ไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ติดมากับเกราะหนังของหลี่จวินหรงได้เลย
ความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างหนาทึบเสียยิ่งกว่าม่านหมอกยามเหมันต์ นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนจ้องเขม็งไปยังร่างบอบบางเบื้องหน้า รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากแผ่นอกกว้างจนข้าราชบริพารและขันทีต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่ออาญาแห่งบูรพทิศ
ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เจ้าบอกว่า... แผนยุทธศาสตร์สลายค่ายกลเหล็กของตระกูลเหม่ย เป็นเพียงตำราที่เจ้าบังเอิญพบในกองขยะของหอสมุดหลวงกระนั้นหรือ?"
สุ้มเสียงของหลี่จวินหรงเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งพันปี ทุกคำที่เปล่งออกมาบาดลึกดั่งคมกระบี่ที่จ่ออยู่เหนือหลอดลม เหม่ยซูเหยาไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตานั้น นางเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ศักดิ์ศรี แขนเสื้อผ้าต่วนปักลายเมฆสีชาดสะท้อนกับแสงตะเกียงสำริด นางโค้งตัวคารวะอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียม แต่แววตากลับเปล่งประกายความเฉียบคมที่ซ่อนเร้นไว้อย่างแนบเนียน
"ทูลท่านอ๋อง... สิ่งที่หม่อมฉันกล่าวหาได้มีความเท็จแม้แต่ครึ่งคำไม่" เสียงหวานกังวานใสราศีกังสดาลสะท้อนก้องในความเงียบ "ตำราพิชัยสงครามร้อยบทของตระกูลเหม่ยสูญหายไปพร้อมกับเพลิงผลาญเมื่อสิบปีก่อนแล้ว หากผู้ตรวจการราชสำนักจะสงสัยว่าหม่อมฉันลักลอบจดจำ หรือมีเจตนาซ่อนเร้นสมบัติแผ่นดิน เหตุใดเมื่อครู่ ตอนที่ท่านใช้ปลายกระบี่จ่อชิดลำคอหม่อมฉัน มือของหม่อมฉันจึงไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อยเล่าเพคะ"
หลี่จวินหรงหรี่ตาลง ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดทีละก้าวอย่างคุกคาม กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงอำนาจและกลิ่นไอสงครามโอบล้อมรอบกายนางไว้ทั้งหมด ฝ่ามือหนาเอื้อมไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ นิ้วหัวแม่มือหยาบกร้านจากการจับดาบลูบไล้ผ่านผิวแก้มเนียนนุ่มราวน้ำนมอย่างจงใจตรวจสอบพิรุธ
"ความตายอยู่ห่างจากเจ้าเพียงเศษเสี้ยวลมหายใจ... เจ้าไม่กลัวหรือไร, เหม่ยซูเหยา"
"ความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญเพคะท่านอ๋อง" นางตอบกลับทันควันโดยไม่สะดุ้งสะเทือน นัยน์ตาดำขลับสะท้อนเงาร่างสูงใหญ่ของเขาไว้อย่างชัดเจน "แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย... คือการต้องตายอย่างอยุติธรรมโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่า แผนกลยุทธ์ที่หม่อมฉันถวายแด่พระองค์เมื่อครู่ สามารถปกป้องไพร่พลนับหมื่นในค่ายกลของแคว้นเป่ยได้จริงต่างหากเล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยกระแสลมแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ดุเดือด หลี่จวินหรงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามค้นหาความหวาดกลัวหรือความพิรุธ ทว่าสิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความสงบนิ่งดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้ระลอกคลื่น ยิ่งนางเยือกเย็นมากเท่าไหร่ ความสงสัยในตัวสตรีผู้นี้ก็ยิ่งทวีคูณขึ้นในใจของแม่ทัพผู้เย่อหยิ่ง
"ดี..." มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องขนลุกชัน "ในเมื่อเจ้ากล้ากล่าวอ้างว่านี่คือแผนการเพื่อแผ่นดิน งั้นข้าจะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์ฝีมือ หากแผนซ้อนแผนที่เจ้ากำลังจะเดินหมากในคืนนี้ ไม่สามารถล่อให้ไส้ศึกของแคว้นเป่ยเผยหางออกมาได้... หัวบนบ่าของเจ้าและตระกูลที่เหลือรอด จะต้องถูกเสียบประจานหน้าประตูเมืองหลวงภายในรุ่งสว่าง!"
เหม่ยซูเหยาคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปนความหนาวเหน็บ นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ
"พระบัญชาของท่านอ๋อง... หม่อมฉันน้อมรับด้วยเกียรติของกุนซือ"
ภายในห้องหนังสือลับหลังฉากกั้นลายมังกร ขันทีคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ ประคองถาดไม้ลงลักษณอักษรด้วยสองมือ ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบจะควบคุมไม่อยู่
"เรียนท่านอ๋อง... มีพระราชโองการลับด่วนที่สุดจากเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จวินหรงรับม้วนราชโองการสีเหลืองทองประทับตราหยกมังกรมาคลี่ออกอ่าน นัยน์ตาดุจพยัคฆ์หรี่แคบลงทันทีเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัด บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกจนหยาดน้ำค้างแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง สันกรามของเขากดเข้าหากันจนนูนเด่น
ในขณะที่เหม่ยซูเหยากำลังจะหมุนตัวเดินออกจากตำหนักเพื่อไปเตรียมแผนหักเหลี่ยมศึก สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยประทับตราลับที่มุมล่างของราชโองการในมือเขา—มันคือตราประทับของ "อัครมหาเสนาบดีจ้าว" ผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตที่สังหารบิดาของนาง
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่หน้าตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก้าวเข้ามาพร้อมกับเงาร่างของซุนกั๋วเล่า—แม่ทัพใหญ่ฝ่ายค้านผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนัก เดินนำหน้าทหารองครักษ์หลวงชุดเกราะทองเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะ
"ทูลท่านอ๋อง... ข้าได้รับรายงานว่ามีบุคคลต้องสงสัยแอบอ้างเป็นกุนซือลักลอบเข้ามาในค่ายทหาร" ซุนกั๋วเล่ากวาดสายตามาหยุดที่ร่างของเหม่ยซูเหยา ก่อนจะหัวเราะในลำคอ "ดูท่าแล้ว... สตรีเพศผู้นี้คงเป็นสายลับที่แคว้นเป่ยส่งมาเพื่อปั่นป่วนกองทัพของเรากระมัง!"
หลี่จวินหรงมิได้เอ่ยคำใด เขาค่อยๆ พับราชโองการในมือช้าๆ นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองหน้าซุนกั๋วเล่าสลับกับเหม่ยซูเหยา ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในห้องหยุดหายใจ
"นางไม่ใช่สายลับของแคว้นเป่ย..." หลี่จวินหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ พลางชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักมาชี้ตรงหน้าซุนกั๋วเล่า "แต่เป็น 'ว่าที่ชายาเอก' ที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ข้าต่างหากเล่า... เจ้ากล้าดียังไงถึงบังAอาจมาจับตัวคนของข้า?"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิปัญญาและหัวใจบทนี้ไปพร้อมกันนะครับ
คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 6
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!