"หากมือข้างนี้สั่นระริกเพราะความกลัว ท่านอ๋องคงปลิดชีพข้าไปนานแล้ว... หาใช่ยื่นผ้าพันแผลมาให้เช่นนี้ไม่"
น้ำเสียงของเหม่ยซูเหยาแม้จะเบาราวเสียงกระซิบของสายฝนที่สาดซัดกระทบหน้าต่างกระดาษสา ทว่ากลับมีความมั่นคงเยือกเย็นเจืออยู่ภายใน ท่ามกลางเรือนรับรองหลังน้อยที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยพายุฝนคะนองในยามวิกาล เปลวไฟจากตะเกียงสำริดโบราณไหววูบตามลมที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยแตกของบานหน้าต่าง ทอดเงาสองร่างให้ทาบทับกันบนผนังสีหม่น ราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่หมึกซึมเข้าหากันอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
หลี่จวินหรงมิได้เอ่ยคำใด นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกวาดมองหยดเลือดสีเข้มที่ซึมผ่านอาภรณ์สีเขียวเข้มบริเวณหัวไหล่ข้างขวาของนาง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของพายุฝน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบด้ายทองขยับเข้าใกล้ชิดขึ้นอีกก้าว ปลายรองเท้าหนังปักด้ายเงินหยุดลงตรงหน้าสตรีผู้ซ่อนเร้นใบหน้าไว้ใต้หมวกผ้าคลุมต่วนสีนิล
"เจ้าประเมินความอดทนของข้าต่ำไป, กุนซือเหม่ย" หลี่จวินหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ กังวานและทรงอำนาจดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ในป่าลึก "คนจำพวกที่รู้มากและฉลาดเฉลียวเช่นเจ้า มักมีจุดจบคือการถูกฝังกลบอย่างไร้ร่องรอย... เหตุใดข้าจึงต้องเปลืองแรงมารักษาเจ้าด้วยเล่า"
เหม่ยซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแววตานิ่งสงบไร้ความหวาดกลัว แม้เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมนจากพิษบาดแผลที่ได้รับขณะช่วยเขาหลบพ้นธนูอาบยาพิษของมือสังหารในป่าทึบ นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ราวกับดอกเหมยที่แย้มบานท่าศากลางเหมันต์อันโหดร้าย
"เพราะท่านอ๋องทรงทราบดีว่า... หมากตัวนี้ หากสูญเสียไปในกระดานนี้แล้ว การจะหาผู้ใดมาเดินแทน ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปพ่ะย่ะค่ะ"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทว่าจริงแท้ทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงไปอีกขั้น หลี่จวินหรงแค่นเสียงในลำคออย่างไม่ใส่ใจนัก ทว่าแววตาที่ทอดมองสตรีตรงหน้ากลับปรากฏร่องรอยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง เขาไม่รอให้หญิงสาวปฏิเสธ มือหนาที่ผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปควաբจับหัวไหล่บางของนางอย่างถือวิสาสะ
"อดทนหน่อย..." เขาเอ่ยสั้นๆ
แรงกดที่ปลายนิ้วทำให้เหม่ยซูเหยาสะดุ้งเล็กน้อย ความเจ็บแปลบแล่นริ้วจากบาดแผลลึกทะลุผ่านเนื้อผ้าจนนางต้องเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด สัมผัสจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเหี้ยมเกรียมที่สุดในแผ่นดิน หาได้มีความอ่อนโยนตามแบบฉบับกวีไม่ หากแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและหนักหน่วง หลี่จวินหรงใช้กรรไกรเงินคมกริบตัดผ้าอาภรณ์ที่ชุ่มเลือดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่ตัดกับรอยแผลเหวอะหวะน่ากลัว
แสงไฟสีส้มสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของท่านอ๋องผู้เย็นชา ยามนี้เขามีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทำแผลอย่างไม่น่าเชื่อ นิ้วแกร่งจัดการโรยผงยาห้ามเลือดสีขาวบริสุทธิ์ลงบนปากแผล แม้จะเจ็บจนเหงื่อกาฬไหลซก ทว่าเหม่ยซูเหยากลับไม่มีแม้แต่เสียงร้องเล็ดลอดออกมา มีเพียงมือเรียวที่กำชายกระโปรงแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดสาดราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ ความใกล้ชิดที่แนบชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน สร้างแรงสั่น
สะเทือนบางเบาในหัวใจของคนทั้งคู่ หลี่จวินหรงก้มลงมองสตรีที่กำลังกัดริมฝีปากอดกลั้นความเจ็บ เขารู้สึกได้ถึงความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างอันบอบบางนี้ สตรีส่วนใหญ่ในวังหลังมักหวาดกลัวเขาจนตัวสั่นเทา แต่กุนซือผู้นี้กลับเลือกที่จะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาจากคมดาบเมื่อยามบ่าย
"เจ้าทำเช่นนั้นทำไม..." เสียงทุ้มต่ำเอמהขึ้นทำลายความเงียบ ขณะที่มือยังคงบรรจงพันผ้าพันแผลรอบหัวไหล่มนอย่างคล่องแคล่ว "เจ้าเป็นเพียงกุนซือที่ข้าซื้อตัวมาด้วยสัญญา... ไฉนจึงเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อข้า"
เหม่ยซูเหยาหันมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันทั้งต่อตนเองและโชคชะตา
"หากท่านอ๋องสิ้นชีพในป่าแห่งนั้น แผนการทั้งหมดที่ข้าเพียรสร้างมาสิบปีเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลเหม่ย... ย่อมมลายหายสิ้นไปด้วยเช่นกัน ข้าไม่ได้ปกป้องท่านหรอกพ่ะย่ะค่ะ... ข้ากำลังปกป้องอนาคตของตัวข้าเองต่างหาก"
คำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นนัก รอยยิ้มที่ฝืนทำเป็นเข้มแข็ง ทว่าดวงตากลับสะท้อนความเปราะบางที่ซ่อนเร้น หลี่จวินหรงหยุดมือที่กำลังผูกปมผ้าพันแผล เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นสุราจางๆ และกลิ่นอายบุรุษแผ่ซ่านจนเหม่ยซูเหยาต้องผะงกศีรษะถอยหลังเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก
"ปากแข็ง..." หลี่จวินหรงเอמהชิดริมหีบฝากหูของนาง เสียงกระซิบนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง "แต่แววตาของเจ้า... ไม่เคยโกหกข้าเลยสักครั้ง, ซูเหยา"
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อจริงของนางโดยไม่มีคำว่ากุนซือหรือตำแหน่งใดๆ มาคั่นกลาง ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ยังคงประคองอยู่บริเวณต้นแขนของนาง ส่งผ่านความรู้สึกประหลาดล้ำที่ทั้งสองต่างพยายามหลบ
หลีกมาตลอดท่ามกลางเกมการเมืองอันเชือดเฉือน ท่ามกลางกองเพลิงแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งไว้ด้วยความแค้นของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น กลับเริ่มสั่นไหวเพราะสตรีที่นั่งอยู่เบื้องหน้าผู้นี้
เหม่ยซูเหยาชะงักงัน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึกในยามใกล้รุ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบที่ฉายแววอ่อนโยนขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความรู้สึกอันลึกซึ้งจะถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากนอกประตูเรือน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางเสียงสายฝน ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้อนรนขององครักษ์คนสนิทที่วิ่งฝ่าสายฝนเข้ามา
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ประตูเมืองหลวงด้านทิศเหนือถูกปิดตาย... และ... และมีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งตรงถึงมือท่านอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จวินหรงผละออกจากร่างของเหม่ยซูเหยาอย่างรวดเร็ว แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา กลับคืนสู่ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งและคมกริบดุจคมดาบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายเสื้อคลุมอย่างองอาจ ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูไม้โดยไม่หันกลับมามองสตรีบนเตียง
เหม่ยซูเหยามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย บาดแผลที่หัวไหล่ยังคงปวดร้าว ทว่าความเจ็บปวดทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความสังหรณ์ใจอันลางสังหรณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก
หลี่จวินหรงดึงสลักประตูออก องครักษ์หนุ่มในชุดเกราะชุ่มโชกไปด้วยหยาดฝนคุกเข่าลงแทบเท้า ยื่นหีบไม้ประทับตราครั่งสีชาดสนิทให้ด้วยมือที่สั่นเทา ท่านอ๋องรับหีบนั้นมาเปิดออกอย่างไม่รีบร้อน สายตาดุดันกวาดมองตัวอักษรบนม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองคำนับสิบประโยคภายใต้แสงตะเกียงที่ริบหรี่
ทว่า... เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง นัยน์ตาของท่านอ๋องผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น
ม้วนราชโองการในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง ท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าองครักษ์...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนพายุอันหนเหน็บนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 8
บาดแผลที่พูดแทนใจ
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!