คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 25

คมดาบที่พุ่งเข้าใส่

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"หากเจ้าก้าวเท้าพ้นธรณีประตูตำหนักนี้ไปเพียงครึ่งก้าว ข้าจะถือว่าเจ้าเลือกข้างแล้ว... และในวังวนที่เลือดล้างเลือดเช่นนี้ ผู้ที่เลือกผิดฝั่งมักไม่มีโอกาสได้แก้ไขตัวเลขในบันทึกพงศาวดารหรอกนะ" น้ำเสียงของหลี่จวินหรงเย็นเยียบราวกับคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก กลิ่นกำยานมวลไม้กฤษณาอบอวลไปทั่วโถงพระราชวังชั้นในที่ปิดตาย บรรยากาศกดดันจนลมหายใจดูเหมือนจะเป็นภาระอันหนักอึ้ง ท่านอ๋องผู้กุมชะตาชีวิตของกองทัพพยัคฆ์เหนือยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัตถ์ข้างหนึ่งวางทาบอยู่บนด้ามกระบี่ประจำกายที่สลักลวดลายมังกรดำทะมึน เหม่ยซูเหยาไม่ได้สะทกสะท้าน แม้ในยามที่องครักษ์เงาจำนวนนับไม่ถ้วนซุ่มรออยู่ในความมืด นางเพียงแต่ขยับปิ่นปักผมหยกสีขาวนวลให้เข้าที่ รอยยิ้มบางเบาดั่งสายหมอกยามเช้าปรากฏบนใบหน้าเรียบเฉย "ท่านอ๋อง... ท่านรู้ดีว่าที่นี่มิใช่สนามรบที่ท่านจะใช้กำลังหักหาญดั่งการตีเมือง" ซูเหยากล่าวเบาๆ พลางก้าวเดินเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "นี่คือกระดานหมากที่เดิมพันด้วยลมหายใจของคนทั้งตระกูล และหมากตัวที่ท่านกำลังถืออยู่นี้ หาใช่เบี้ยที่ไร้ค่า แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ท่านเองก็รู้ดีว่า... หากขาดนางไป บัลลังก์ที่ท่านปกป้องไว้อาจกลายเป็นเพียงกองซากศพในไม่ช้า" หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะ นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ด้วยรังสีสังหาร เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้มั่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้หญิงสาวทั่วไปสะท้าน แต่ซูเหยากลับมองสบตาเขาตรงๆ ราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่โดดเดี่ยวและแตกสลายของบุรุษผู้นี้ "เจ้าช่างโอหังนัก เหม่ยซูเหยา" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเยียบ "เจ้าคิดว่าความฉลาดหลักแหลมจะช่วยเจ้าจากคมดาบที่พุ่งเข้าใส่ในคืนนี้ได้จริงหรือ? ลับหลังม่านมุ้งนี้ ราชโองการเลือดถูกเขียนขึ้นเสร็จสิ้นแล้ว" "ข้าไม่ได้คาดหวังว่าจะรอดตาย" ซูเหยาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "ข้าเพียงแต่ต้องการให้ท่านเห็น... ว่าในวันที่ท่านทำลายล้างทุกสิ่งที่ท่านรักเพื่ออำนาจ ท่านจะยังคงเป็นบุรุษที่ข้าเคยยอมทุ่มเทชีวิตให้หรือไม่" ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังฉลองพระองค์ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามกระแสลมบ่งบอกถึงความวุ่นวายที่โหมกระหน่ำอยู่ภายนอกกำแพงวัง หลี่จวินหรงชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าหากเปิดประตูนี้ออกไป เขาต้องเผชิญกับศัตรูที่ร้ายกาจกว่านักฆ่าคนใด นั่นคือความจริงที่ว่าพันธมิตรที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ กำลังแปรพักตร์เพื่อหวังจะปลิดหัวเขาในคืนนี้ "พวกมันมาแล้ว" ท่านอ๋องพึมพำ มือที่กุมข้อมือนางผ่อนแรงลงเล็กน้อย แต่แววตากลับฉายชัดถึงความมุ่งมั่น "เจ้าจงไปซ่อนตัวอยู่ในช่องลับหลังตั่งทองนั่นเสีย อย่าได้ออกมาไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น" "ข้าไม่ไป" ซูเหยาปฏิเสธสั้นๆ พร้อมกับหยิบม้วนกระดาษใบลานที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อออกมา "ท่านต้องการชัยชนะ ท่านต้องการรักษาราชบัลลังก์ให้องค์ฮ่องเต้ แต่ท่านกลับมองข้ามกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดไป... นั่นคือ 'การยอมสละหมากที่อ่อนแอที่สุดเพื่อบีบให้ขุนพลฝ่ายตรงข้ามต้องเปิดเผยตัว'" นางกางแผนที่ราชสำนักออกมากลางโต๊ะไม้แกะสลัก ปลายนิ้วเรียวงามลากเส้นผ่านจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างตำหนักบรรทมกับคลังแสงหลวง หลี่จวินหรงมองตามนิ้วมือนั้นอย่างพินิจ เขาเริ่มเข้าใจเจตนาของนางแล้ว ความเฉียบคมของสตรีนางนี้มิใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือศาสตร์แห่งการสงครามที่เขายังต้องยอมจำนน "หากท่านต้องการรอด" ซูเหยากล่าวต่อ "ท่านต้องยอมให้ข้าใช้ท่านเป็นเหยื่อล่อ" สิ้นคำพูดนั้น เสียงพังประตูไม้โอ๊คหนาก็ดังสนั่นหวั่นไหว เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่านักฆ่าในชุดดำที่พุ่งเข้าใส่ดั่งเงาปีศาจ หลี่จวินหรงชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบในเงามืดดูราวกับเขี้ยวของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ เขาตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว เลือดสีแดงฉานก็สาดกระจายไปทั่วพรมลายมังกร การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงปะทะของเหล็กกล้า ซูเหยาถอยหลังไปชิดมุมกำแพง พลางกวาดสายตาจดจำจังหวะการเคลื่อนไหวของนักฆ่าแต่ละคน นางไม่ได้เพียงแค่เฝ้ามอง แต่กำลังวิเคราะห์จุดอ่อนของพวกมันผ่านกระบวนท่าที่แปลกประหลาด ทว่า ในขณะที่หลี่จวินหรงกำลังเสียบกระบี่ทะลุอกของนักฆ่าคนสุดท้ายที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ประตูห้องโถงลับที่เชื่อมกับทางออกลับก็เปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ทั้งสองไม่คาดคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีทองอร่ามยืนอยู่เบื้องหลังเงาดำขององครักษ์นับร้อย เขามิใช่ใครอื่นนอกจาก 'องค์ชายหก' ผู้ที่ทุกคนต่างคิดว่าถูกเนรเทศไปที่ชายแดนแล้ว นัยน์ตาขององค์ชายหกเย็นชาและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ "ท่านพี่... ดูเหมือนว่าละครฉากนี้จะสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก" องค์ชายหกเอ่ยพลางยิ้มเหยียด "น่าเสียดายที่ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรจะต้องมาจบชีวิตลงในห้องหับเล็กๆ แห่งนี้ พร้อมกับหญิงแพศยาที่ไม่มีใครรู้จักหัวนอนปลายเท้า" หลี่จวินหรงนิ่งงันไป เขารู้ดีว่านี่คือกับดักที่วางไว้อย่างแยบยลที่สุด ซูเหยาสูดลมหายใจเข้าลึก นางเดินก้าวออกมาจากเงามืด ยืนหยัดเคียงข้างท่านอ๋องอย่างองอาจ แม้ในมือจะไม่มีอาวุธใดเลยก็ตาม "ท่านคิดว่าการมีกองทัพมากกว่าจะทำให้ท่านชนะหรือ?" ซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "มองไปที่พื้นพรมใต้เท้าท่านเสียสิ... ข้าได้โรยผงพิษสลายกำลังไว้ตั้งแต่ก่อนท่านก้าวเข้ามาแล้ว และพิษนั้น... ออกฤทธิ์เร็วกว่าที่ท่านจะขยับดาบได้เสียอีก" องค์ชายหกชะงัก สีหน้าเริ่มซีดเผือดขณะที่มือไม้สั่นเทาจนไม่สามารถประคองกระบี่ได้อีกต่อไป หลี่จวินหรงหันมองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความเคารพอย่างลึกซึ้ง ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เสียงตะโกนจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการในมือก็ทำให้หัวใจของทั้งสองต้องหยุดเต้น "หยุดมือเดี๋ยวนี้! องค์ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้ประหารท่านอ๋องหลี่จวินหรงในข้อหากบฏ และให้จับกุมสตรีข้างกายฐานสมคบคิดวางยาพิษเชื้อพระวงศ์ทันที!" ขุนนางผู้นั้นคลี่ม้วนกระดาษออก ในขณะที่เหล่าองครักษ์ที่เคยจงรักภักดีต่อท่านอ๋องต่างพากันถอยห่างและชักอาวุธขึ้นเล็งมาที่พวกเขา หลี่จวินหรงกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นี่ไม่ใช่แผนขององค์ชายหก แต่นี่คือการรัฐประหารจากอำนาจที่อยู่สูงกว่านั้น... อำนาจที่แม้แต่ฮ่องเต้ก็มิอาจต้านทาน พงศาวดารมีชีวิตขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันอันระทึกขวัญในตอนนี้ครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%