คมกระบี่นับสิบเล่มสะท้อนแสงโลหิตจากโคมไฟกระดาษริมระเบียง ท้องพระโรงกว้างขวางบัดนี้กลับเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัดของเหล่าขุนนางผู้แปรพักตร์
"พวกเจ้า... กล้าดียังไง"
น้ำเสียงของหลี่จวินหรงมิได้ดัง แต่กลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งจากหุบผาพันปี นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเหล่าองครักษ์ผู้เคยร่วมเป็นร่วมตายในค่ายทหารชายแดน บัดนี้พวกเขากลับหลบสายตา ซ่อนความละอายไว้เบื้องหลังคมดาบที่สั่นระริก
เหม่ยซูเหยาขยับกายเข้าไปยืนเคียงชิดเบื้องหลังร่างสูงสง่าของท่านอ๋องอย่างเงียบเชียบ ปลายพัดหยกในมือถูกกำจนกระดูกข้อนิ้วขาวซีด สมองอันปราดเปรื่องของนางหมุนวนรวดเร็วดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ฝีมือขององค์ชายหกอย่างแน่นอน... กลิ่นอายของยาหอมตระกูลหลิวที่ลอยมาจากตัวหัวหน้าองครักษ์ผู้นั้น ฟ้องชัดเจนว่าเบื้องหลังการรัฐประหารครั้งนี้คือ "สำนักชำระโลหิต" เงาอำนาจมืดที่แม้แต่โอรสสวรรค์ยังต้องทรงก้มพระพักตร์
"ท่านอ๋อง... อย่าได้ทรงขัดขืนเลยพ่ะย่ะค่ะ ราชโองการฉบับนี้ประทับด้วยลัญจกรหยกขาวแท้ หากฝ่าฝืน เท่ากับเป็นกบฏต่อแผ่นดิน" ขุนนางชราผู้ถือม้วนกระดาษแย้มยิ้มเยือกเย็น พลางส่งสัญญาณมือให้ทหารเข้าประชิด
พริบตานั้นเอง ประกายความอำมหิตก็วาดผ่านนัยน์ตาของหลี่จวินหรง
ฉับ!
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหว หลี่จวินหรงไม่รอช้า พลิกข้อมือชักกระบี่ประจำกายออกจากฝัก รัศมีกระบี่พวยพุ่งออกมาราวกับพยัคฆ์คำราม ความดุร้ายเยือกเย็นแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที สะเก็ดไฟจากการปะทะสาดกระเซ็นต้องอาภรณ์ปักดิ้นทองจนขาดวิ่น
แม้ในยามที่ถูกล้อมด้วยยอดฝีมือนับร้อย ท่วงท่าของท่านอ๋องก็ยังคงสง่างามดั่งเทพสงครามผู้ลงมาจุติ ทุกคราที่กระบี่สะบัดออกไป ย่อมมีเสียงร้องโหยหวนและร่างที่ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีชาดสาดกระเซ็นแต้มผนังสีชาดราวกับดอกเหมืองามในฤดูหนาว
ทว่า... จำนวนคนนั้นมากเกินไป
เหม่ยซูเหยาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาดาบเล่มหนึ่งพุ่งแหวกอากาศตรงเข้าสู่จุดบอดด้านหลังของหลี่จวินหรง ซึ่งกำลังติดพันกับการรับมือมือสังหารเบื้องหน้า สัญชาตญาณและการปกป้องที่เหนือกว่าชีวิตตนเองทำให้นางพุ่งเข้าขวางกั้นทันที
"ระวังเพ่ะค่ะ—!" นางเผลออุทานคำหลุดปาก
ฉึก!
เสียงคมดาบเฉือนผ่านเนื้อผ้าและผิวเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล หลี่จวินหรงหันขวับมาเห็นภาพที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไม่เคยสะท้านต่อความตายต้องหยุดเต้น ร่างเพรียวบางของเหม่ยซูเหยาเซถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา โลหิตสีสดไหลซึมผ่านอาภรณ์สีเขียวอ่อนบริเวณหัวไหล่จนกลายเป็นสีคล้ำ
"ซูเหยา!"
สุ้มเสียงที่เคยราบเรียบเยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยความตระหนก รังสีสังหารรอบกายระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง หลี่จวินหรงตวัดกระบี่ด้วยมือเดียวอย่างเกรี้ยวกราด คลื่นพลังลมปราณอันรุนแรงกวาดร่างของมือสังหารรอบกายกระเด็นกระแทกเสาหินกระדורหักตายคาที่ในพริบตาเดียว ความเจ็บปวดจากการถูกคมดาบเฉือนที่ต้นแขนของตนเองเมื่อครู่เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนาวเหน็บในอกยามที่เห็นหยดเลือดของนางรดรินลงบนมือเขา
เขารวบร่างบางเข้ามาแนบอก แขนแกร่งโอบประคองนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าลมหายใจของนางจะปลิดปลิวหายไปต่อหน้าต่อตา
"ท่าน... บ้าหรือเปล่า" เหม่ยซูเหยากัดริมฝีปากแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากขาวเนียน นางฝืนยิ้มทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด มือเรียวยังคงเอื้อมไปแตะชีพจรที่ข้อมือของเขาเพื่อตรวจสอบว่าเขาปลอดภัยดีหรือไม่ "หม่อมฉันเป็นแค่กุนซือ... ไฉนท่านจึงต้องเอาชีวิตเข้าแลกปกป้องข้าขนาดนี้..."
"เจ้าโง่..." หลี่จวินหรงขบกรามแน่น นัยน์ตาดุดลึกฉายแววเจ็บปวดร้าวรานที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าไม่ใช่แค่กุนซือ... เจ้าคือลมหายใจเดียวที่เหลืออยู่ของข้า"
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ทหารเลวที่เหลืออยู่ต่างไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างของท่านอ๋องผู้กำลังเดือดดาล หลี่จวินหรงใช้มือข้างหนึ่งกดแผลที่หัวไหล่ของนางเพื่อห้ามเลือด ส่วนมืออีกข้างยกกระบี่ชี้หน้าขุนนางผู้แปรพักตร์ด้วยสายตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตเป็นชิ้นๆ
"ใครกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... วันนี้คือวันตายของโคตรเหง้าพวกมัน!"
น้ำเสียงคำรามต่ำในลำคอทรงพลังจนกำแพงหินสั่นสะเทือน เหล่าทหารองครักษ์ต่างถอยกรูดด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง ไม่มีใครกล้าสบตากับแม่ทัพผู้บ้าคลั่งผู้นี้อีก
เหม่ยซูเหยาซบใบหน้าลงกับอกเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและกลิ่นอายบุรุษของเขา ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้แผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจที่หนาวเหน็บ นางรู้ดีว่าศึกครั้งนี้ยังอีกยาวไกล และเบื้องหลังม่านหมอกแห่งอำนาจยังมีภัยร้ายรออยู่
ทว่า ในวินาทีที่นิ้วเรียวของหลี่จวินหรงเอื้อมไปสัมผัสปิ่นบนมวยผมของนางเพื่อดึงผ้าแพรมาพันแผลให้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับพันก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้ทุกลมหายใจต้องหยุดชะงัก
"พระราชโองการด่วนจากสำนักใน... ปลดท่านอ๋องหลี่จวินหรงออกจากตำแหน่งแม่ทัพบูรพา และให้จับกุมกุนซือเหม่ยซูเหยาข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ ไปคุมขังยังคุกหลวงทันที!"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิแห่งเล่ห์กลและหัวใจนี้ไปด้วยกันนะครับ พงศาวดารมีชีวิต
คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 26
อ้อมกอดในศึกหนัก
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!