คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 16

การเคลื่อนไหวของอำนาจเก่า

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
"หมากกระดานนี้ท่านเดินพลาดแล้ว ใต้เท้าหวัง" น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงลับของตระกูลขุนนางเก่าแก่ กลิ่นกำยานไม้กฤษณาอบอวลเสียจนชวนอึดอัด แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของชายชราผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนักฝ่ายใน หวังเหว่ยจง ชายชราผู้มีนัยน์ตาคมกริบดุจนกเหยี่ยวค่อยๆ วางหมากสีดำลงบนกระดานไม้จันทน์หอม ก่อนจะเงยหน้ามองบุรุษร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ท่านอ๋องหลี่จวินหรงมิใช่เพียงแม่ทัพที่ใช้ดาบนำหน้า แต่เขากำลังใช้หัวใจของราษฎรมาเป็นโล่ป้องกันตัว หากข้ายังนิ่งเฉย เกรงว่าบัลลังก์ที่พวกเราประคองไว้คงจะโอนเอนในไม่ช้า" "ท่านอ๋องผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งนั่นหรือ?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืด เป็นเสียงของสตรีผู้กุมชะตาชีวิตของเหล่าสนมในวังหลัง "เขาเพียงแค่ต้องการพิสูจน์ตนเองในสนามรบ แต่ความสำเร็จที่ได้มานั้นกำลังเปลี่ยนจาก 'เกียรติยศ' ให้กลายเป็น 'ภัยร้าย' สำหรับพวกเรา ข้าได้รับรายงานว่าเขากำลังซ่องสุมกำลังในนามของการปกป้องชายแดน แต่ลึกลงไปนั้น... เขากำลังสร้างเครือข่ายขุนนางรุ่นใหม่ที่ไร้สายเลือดอำนาจเก่า" หลี่จวินหรงในยามนี้กำลังยืนทอดพระเนตรแผนที่ยุทธศาสตร์อยู่ที่จวนอ๋อง ห่างออกไปหลายลี้ เขาสวมเพียงชุดผ้าแพรสีดำสนิท ไร้เครื่องยศประดับกาย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ซุ่มมองเงาสะท้อนของตนเองในอ่างน้ำทองเหลือง ในใจของเขามิได้คิดถึงการศึก แต่กำลังนึกถึงคำพูดของกุนซือคู่ใจที่เอ่ยไว้เมื่อค่ำคืนก่อน 'เหม่ยซูเหยา' นางยืนอยู่ข้างหน้าต่าง บานหน้าต่างไม้แกะสลักถูกแง้มออกเพียงน้อยให้ลมหนาวพัดพาเอากลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากลเข้ามา นางหมุนวงแหวนหยกบนนิ้วชี้อย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงกระดูก "ท่านอ๋อง... ตระกูลหวังมิใช่แมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟด้วยความโง่เขลา พวกเขาคืองูพิษที่จำศีลมาเนิ่นนาน เมื่อท่านขยับกายจนเห็นร่องรอยของความยิ่งใหญ่ พวกเขาจะไม่รอช้าที่จะฉกกัดเพื่อรักษาอำนาจเดิมของตน" หลี่จวินหรงหันกลับมา แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าครึ่งซีก ทำให้ดวงตาคู่ที่เยือกเย็นนั้นดูดุดันยิ่งกว่าเดิม "ข้ามิได้ต้องการบัลลังก์ แต่หากบัลลังก์นั้นเป็นต้นเหตุให้ผู้คนต้องล้มตายเพราะกลโกงของพวกขุนนางเฒ่า ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะต้องชำระล้างให้สิ้นซาก" "ความแค้นของตระกูลที่ล่มสลายและเลือดเนื้อของเหล่าทหารที่ถูกทิ้งไว้ในสนามรบคือเชื้อเพลิงชั้นดี" เหม่ยซูเหยากล่าว พลางเลื่อนม้วนกระดาษฉบับหนึ่งให้ท่านอ๋อง "นี่คือรายชื่อขุนนางที่รับเงินใต้โต๊ะจากตระกูลหวังเพื่อบิดเบือนเสบียงกองทัพในคราวก่อน หากเราเปิดเผยสิ่งนี้ในวันพรุ่งนี้... รากฐานของพวกเขาก็จะเริ่มผุพัง" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการเพื่อพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน บรรยากาศภายในจวนกลับเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบขององครักษ์เงาดังแทรกเข้ามา ความเงียบสงบถูกแทนที่ด้วยรังสีแห่งการปะทะ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์คุกเข่าลงข้างหนึ่ง "มีราชโองการด่วนจากในวัง... มิใช่ตราประทับของฝ่าบาท แต่เป็นตราประทับของไทเฮาที่ส่งถึงพระองค์โดยตรง ให้เสด็จเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวในยามวิกาลนี้ พร้อมกับ... สตรีที่อยู่ข้างกายท่าน" หลี่จวินหรงนิ่งไปครู่หนึ่ง มือหนากำด้ามดาบประจำกายแน่น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วห้องโถง เหม่ยซูเหยาสบตากับท่านอ๋อง เพียงชั่วพริบตาที่สายตาประสานกัน ความเชื่อมั่นที่สั่งสมมานานก็ปรากฏชัด นางหยิบผ้าคลุมหน้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้ตามเดิม แววตาของนางนิ่งสงบไร้ความหวั่นเกรง "ไทเฮามิเคยเรียกพบผู้ใดในยามนี้" หลี่จวินหรงเอ่ยน้ำเสียงต่ำ "ดูเหมือนตระกูลหวังจะใจร้อนเร็วกว่าที่ข้าคิด" ทั้งสองก้าวออกจากจวนด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท่ามกลางความมืดมิดของนครหลวงที่ดูราวกับกำลังจะถูกกลืนกินโดยอำนาจมืด เมื่อไปถึงประตูวังชั้นใน ทหารยามกลับดูแปลกไป พวกเขามิได้ทำความเคารพตามธรรมเนียม แต่กลับยืนเรียงแถวปิดกั้นทางเข้าด้วยอาวุธครบมือ "ขออภัยท่านอ๋อง แต่มีคำสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าเพียงผู้เดียว" นายทหารองครักษ์ประกาศเสียงดัง เหม่ยซูเหยาขยับตัวก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงหัวเราะแผ่วเบาของนางดังกังวานในความเงียบ "ไทเฮาคงมิได้ทรงทราบว่า การเชิญท่านอ๋องมาเยือนวังในยามดึกดื่นเช่นนี้ โดยมีทหารล้อมหน้าล้อมหลังราวกับศัตรู... จะกลายเป็นการประกาศสงครามอย่างเปิดเผยต่อเหล่ากองทัพชายแดนที่จงรักภักดีต่อท่านอ๋องหรือไม่?" ทันใดนั้น บานประตูพระราชวังก็เปิดออกช้าๆ เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานไม้หนักอึ้งดังก้องไปทั่วบริเวณ เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนสนิทของตระกูลหวัง มือของเขาถือถาดไม้ที่มีจอกเหล้าทองคำสองใบวางอยู่ "ท่านอ๋อง... ไทเฮามีรับสั่งให้ท่านจิบเหล้าจอกนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าสิ่งที่ท่านทำมาตลอดนั้น มิใช่เพื่อการกบฏ" หลี่จวินหรงมองจอกเหล้านิ่ง แววตาเย็นชาไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย แต่ทว่าภายใต้เสื้อคลุมมือของเขากำลังส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาที่ซุ่มอยู่ในมุมมืดเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ทุกเมื่อ เขาหยิบจอกเหล้าขึ้นมา พลางหันไปมองเหม่ยซูเหยาที่ยืนอยู่เคียงข้าง ก่อนจะยกจอกขึ้นสูงราวกับจะคารวะต่อความมืดมิดของอำนาจที่กำลังคุกคามอยู่ตรงหน้า "หากเหล้าจอกนี้คือบทพิสูจน์ความจงรักภักดี... ข้าก็ยินดีที่จะดื่ม" หลี่จวินหรงขยับจอกเหล้าแตะริมฝีปาก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะกรอกมันลงไป เสียงประตูด้านหลังของตระกูลหวังที่ตั้งอยู่ห่างออกไปก็พังครืนลง พร้อมกับเสียงตะโกนของราชองครักษ์ที่ประกาศก้องด้วยความแตกตื่นว่า... กองทัพที่ชายแดนได้เคลื่อนพลเข้าสู่นครหลวงโดยไร้คำสั่งจากราชสำนักแล้ว! ท่ามกลางความโกลาหลที่เพิ่งเริ่มต้น หลี่จวินหรงลดจอกเหล้าลงช้าๆ นัยน์ตาที่เคยเย็นชาบัดนี้ฉายแวววาวโรจน์ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังจะตะปบเหยื่อ โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า ในจอกเหล้านั้น... เขาได้สลับมันกับจอกของขุนนางผู้นำสาส์นไปตั้งแต่เมื่อใด หวังเหว่ยจงที่ซุ่มมองอยู่หลังม่านถึงกับตัวสั่นเทาเมื่อเห็นขุนนางของตนล้มฟุบลงกับพื้นเพียงแค่จิบเหล้าที่ตนเองนำมามอบให้ท่านอ๋อง ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้... คือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะพัดกระหน่ำจนนครหลวงทั้งเมืองต้องลุกเป็นไฟ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในบทนี้นะครับ (พงศาวดารมีชีวิต)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%