ความเงียบงันในกระโจมบัญชาการศึกยามราตรีนี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูกที่กดทับลงบนบ่า
แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดโบราณไหววับตามแรงลมที่เลอดลอดผ่านรอยต่อของผ้าใบ หลี่จวินหรงประทับนั่งนิ่งสนิทอยู่เบื้องหลังโต๊ะแผนที่ ดวงเนตรคมกริบดุจพยัคฆ์หนุ่มผู้กระหายเลือดจับจ้องไปยังเศษกระดูกพยากรณ์ที่ถูกโยกย้ายตำแหน่ง ทั่วร่างของท่านอ๋องแผ่รังสีความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวออกมา จนแม้แต่ทหารองครักษ์ผู้กล้าหาญยังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ว่าแผนการนี้จะไม่เหลือทางรอดให้พวกมันแม้แต่ผู้เดียว"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของสัตว์ป่าในคืนเดือนมืด น้ำเสียงนั้นมิได้มีความลังเลแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้เป็นจุล
เหม่ยซูเหยาในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาล ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากแผนผังค่ายกลของข้าศึก ปลายนิ้วเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองเหลืองสลักลายหงส์บรรจงวางหินหยกสีดำลงบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ แววตาภายใต้หน้ากากครึ่งหน้าฉายประกายความเฉียบคมลึกซึ้ง นางมิได้หวั่นเกรงต่อรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่อีกครึ่งก้าว จนกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในฤดูหนาวโชยปะทะกับกลิ่นอายสงครามของเขา
"ท่านอ๋อง... สงครามมิใช่การละเล่นของเด็กน้อย การที่เราจะตัดหัวมังกรย่อมต้องยอมสละหางของมันก่อน ในเมื่อค่ายกลลับของตระกูลอี้ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่ได้เปรียบ หากพวกเรามัวแต่รอช้าให้พวกมันตั้งรับ ภายในสามวันกำลังหนุนของฝ่ายกบฏก็จะมาถึง ถึงเวลานั้นเลือดของทหารนับหมื่นคงนองท่วมป่าสนทักษิณเป็นแน่แท้"
นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยว ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดึงสติ "การบุกทลายค่ายในคืนนี้ จึงไม่ใช่ทางเลือก... แต่มันคือ 'เดิมพันด้วยชีวิต' ของพวกเราทุกคน และเป็นหนทางเดียวที่จะยุติความนองเลือดนี้ลงได้ในดาบเดียว"
หลี่จวินหรงแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะหนังสีดำสนิทขยับไหว เสียงกระทบกันของแผ่นโลหะเบาๆ สะท้อนก้องในความเงียบ เขาโน้มตัวลงมาใกล้หญิงสาวจนแทบจะชิด ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากสนามรบอยู่ห่างจากหน้ากากของนางเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายเหล้าชั้นดีรดรินอยู่ข้างแก้มของนาง
"เจ้ากล้าดียังไง... เอาชีวิตของทหารนับหมื่น และชีวิตของตัวเจ้าเอง มาเดิมพันกับการคาดเดาเพียงชั่วพริบตาของสตรีผู้หนึ่ง" หลี่จวินหรงเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาต่ำลึกและเต็มไปด้วยความอันตราย "หากคืนนี้พลาดพลั้ง เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้วิญญาณของเจ้าล่องลอยไปอย่างสงบหรือ... ซูเหยา"
แม้จะถูกกดดันด้วยอำนาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่ง เหม่ยซูเหยาหาได้สะท้านสะเทือน นางเพียงแต่ยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น สบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มนั้นงดงามทว่าแฝงไว้ด้วยคมดาบที่ซ่อนเร้น
"ถ้าหม่อมฉันพ่ายแพ้... ท่านอ๋องก็ทรงเอาหัวของหม่อมฉันไปเสียบประจานหน้าค่ายได้เลยเพคะ แต่ถ้าพวกเราชนะ... แผ่นดินนี้ก็จะสงบสุข และหนี้เลือดของตระกูลเหม่ยก็จะได้รับการชำระ ท่านอ๋องกล้าพอที่จะเสี่ยงกับหม่อมฉันหรือไม่เล่าครับ... อ๋องผู้ยิ่งใหญ่"
คำพูดท้าทายที่หลุดออกมาจากปากของนางทำให้แววตาของหลี่จวินหรงไหววับชั่วขณะ ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาตลอดหลายปี กลับถูกความกล้าหาญและสติปัญญาของสตรีผู้นี้กระชากขึ้นมาท้าทายหัวใจอีกครั้ง
ชายหนุ่มแค่นลมหายใจยาวนาน ก่อนจะสะบัดชายเสื้อคลุมหันหลังให้ "กองทัพพยัคฆ์ทมิฬ... เตรียมเคลื่อนพล!"
เสียงคำสั่งเด็ดขาดดังสนั่นหวั่นไหว ทั่วทั้งค่ายพักแรมพลันเคลื่อนไหวราวกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัว ม้าศึกนับพันถูกสวมเกราะเงียบงัน เท้าของพวกมันถูกห่อด้วยผ้าหนาเพื่อไม่ให้เกิดเสียงฝีเท้า ทหารกล้าทุกนายต่างสวมชุดดำสนิทและคาดผ้าปิดปาก ประหนึ่งเงาพญายมที่พร้อมจะคร่าวิญญาณผู้คนในความมืดมิด
วิกาลนี้ไร้ซึ่งแสงจันทร์ มีเพียงแสงดาวริบหรี่ที่ถูกเมฆฝนหนาทึบบดบัง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความตายที่ลอยมาตามสายลมหนาว หลี่จวินหรงควบม้าสีหมอกนำหน้ากองทัพทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ดวงตาของเขากวาดมองไปเบื้องหน้าที่มีเป้าหมายคือค่ายใหญ่ของข้าศึก ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันและมีค่ายกลคั่นกลางถึงเจ็ดชั้น
เบื้องหลังของเขา เหม่ยซูเหยาควบม้าตามมาติดๆ นางกุมกระบี่โบราณในมือแน่น สมาธิทั้งหมดถูกจดจำแนกทิศทางของค่ายกลที่นางเคยศึกษาจากตำราโบราณ ทุกย่างก้าวของการบุกในคืนนี้มีความเป็นความตายค้ำคอ หากคำนวณผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งกองทัพจะตกลงไปในหลุมพรางที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด
เมื่อกองทัพเคลื่อนมาถึงเขตป่าทึบตีนเขา หลี่จวินหรงยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้ทั้งหมดหยุดนิ่ง เขากวาดสายตาสำรวจค่ายศัตรูที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องบน แสงไฟจากค่ายพาลูกไฟวับแวบ เสียงหัวเราะและการดื่มสุราของทหารยามฝั่งตรงข้ามดังแว่วมาตามลม แสดงว่าพวกมันยังคงชะล่าใจและไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าบุกมาในยามวิกาลเช่นนี้
"จังหวะนี้แหละครับท่านอ๋อง..." เหม่ยซูเหยาควบม้าเข้ามาเทียบข้าง กระซิบเสียงเบาแต่เฉียบคม "ค่ายกลตระกูลอี้ในยามนี้กำลังเปลี่ยนผ่านรอบการหมุนเวียนของค่ายกลวงแหวนที่สี่ หากเราส่งหน่วยกล้าตายหกสิบนายฝ่าเข้าไปตัดเส้นทางเดินพลังศิลาค่ายกลทางทิศเหนือ ค่ายกลทั้งหมดจะเกิดช่องว่างเป็นเวลาสั้นๆ เพียงชั่วก้านธูปเดียวเท่านั้น"
หลี่จวินหรงหันมามองนาง ชั่วขณะหนึ่งแววตาเย็นชาคู่นั้นอ่อนแสงลงเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เขายกกระบี่คู่กายขึ้นชี้ไปเบื้องหน้า
"หลี่ซาน... นำหน่วยกล้าตายตามข้ามา! ส่วนที่เหลือ... บุกตามคำสั่งของกุนซือเหม่ย!"
สิ้นเสียงคำรามก้องฟ้า หลี่จวินหรงก็ควบม้าพุ่งทะยานนำทัพพยัคฆ์ทมิฬพุ่งเข้าหาค่ายศัตรูราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง การปะทะกันอย่างนองเลือดในความมืดเริ่มต้นขึ้นอย่างไร้ซึ่งเสียงเตือนล่วงหน้า เสียงคมดาบกระทบกันดังสนั่นปนกับเสียงร้องโหยหวนของข้าศึกที่ถูกปลิดชีพอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ทว่า ในขณะที่การบุกกำลังดำเนินไปอย่างได้เปรียบและเลือดกำลังนองท่วมพื้นดินนั้นเอง
เหม่ยซูเหยาที่กำลังคุมเชิงอยู่ด้านหลังพลਾਂรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง นางก้มลงมองเศษดินบนพื้นซึ่งสั่นสะเทือนเป็นจังหวะประหลาด ไม่ใช่แรงสะเทือนจากการควบม้า... แต่เป็นเสียงกลองศึกที่ดังขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่าง!
ฉับพลันนั้นเอง ธนูเพลิงนับพันดอกก็พุ่งแหวกความมืดขึ้นมาจากหุบเขาลึก ส่องสว่างท้องฟ้ายามราตรีให้สว่างวาบดั่งกลางวัน และเป้าหมายของห่าธนูเพลิงเหล่านั้น... ไม่ใช่กองทัพของหลี่จวินหรง แต่กลับพุ่งตรงมาปิดตายเส้นทางถอยหลังของพวกเขาไว้ทั้งหมด!
ธงศึกสีดำสนิทรูปหมาป่าโลหิตถูกชูขึ้นบนยอดผาสูง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
"ท่านอ๋อง... พวกเราตกหลุมพรางแล้ว..." เสียงขององครักษ์คนสนิทตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก ทว่ายังไม่ทันที่ผู้ใดจะได้ขยับตัว แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงพร้อมกับเสียงกลไกมรณะที่ทำงานขึ้นพร้อมกันทุกด้าน!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครทุกตัวก้าวข้ามผ่านคืนอันมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 11
เดิมพันด้วยชีวิต
ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!