คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 2

กุนซือหลังม่านควัน

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นอายดินปืนและควันไฟจากการศึกษายังคงคละคลุ้งหนาทึบอยู่เบื้องนอกกระโจมบัญชาการใหญ่ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเยียบเย็นราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างยามเหมันต์ "ท่านอ๋อง กองหน้าของเราเสียค่ายกลไปสามจุด อาหารสำรองถูกเผาทำลายจนหมดสิ้นในยามวิกาล... หากยังเป็นเช่นนี้เกรงว่าเสบียงจะไม่พอถึงสิ้นเดือนแน่พ่ะย่ะค่ะ" เสียงรายงานสถานการณ์ด้วยความหวาดหวั่นของนายกองทัพดังขึ้น ทว่าเจ้าของร่างสูงสง่าที่ประทับอยู่เบื้องหน้าแผนที่หนังแท้กลับมิได้ไหวติงแม้แต่น้อย หลี่จวินหรง ปลดหน้ากากเหล็กกล้าแห่งแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬวางลงบนโต๊ะไม้ นัยน์ตาคู่นั้นคมกริบดั่งใบมีดน้ำแข็ง สะท้อนประกายไฟจากตะเกียงสำริดอย่างโดดเดี่ยวและดุร้าย เขามิได้เอ่ยคำใดออกมา มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนผู้คนรอบกายแทบไม่กล้าหายใจแรง ในวินาทีที่ความตึงเครียดโรยตัวปกคลุมจนแทบขาดใจ ม่านผ้าไหมหนาหนักหน้ากระโจมก็ถูกสะบัดขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างโปร่งบางในชุดคลุมสีเทายาวจรดพื้น ศีรษะสวมหมวกปีกกว้างคลุมตาข่ายโปร่งบางอำพรางใบหน้าครึ่งบน เหลือเพียงริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นอย่างสงบและคางเรียวโค้งได้รูป นางก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทว่าฝีเท้ากลับมั่นคงไร้ความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "บังอาจ! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าบุกรุกกระโจมบัญชาการทหารหลวง!" นายกองทัพผู้หนึ่งชักกระบี่ออกครึ่งเล่มหวังจะพุ่งเข้าไปขวาง ทว่าร่างโปร่งบางนั้นกลับเพียงแค่ยกมือขึ้นเรียเรียวขาวดุจหยกสลักโบกปัดเบาๆ นางหาได้หวั่นเกรงคมดาบไม่ กลับส่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอราวกับเยาะหยันความตื่นตูมนั้น "ทัพหน้าสูญเสียค่ายกลสามจุด เสบียงไหม้เป็นจุล... แต่ท่านแม่ทัพหลี่กลับยังทรงนิ่งเฉยได้ถึงเพียงนี้ ช่างน่ายกย่องในความใจเย็นยิ่งนัก... หรือแท้จริงแล้ว ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรกำลังจนปัญญาจนแม้แต่แผนรับมือขั้นพื้นฐานก็ยังคิดไม่ออกกันแน่?" น้ำเสียงใสกังวานแต่เย็นเยียบดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ผลิเอ่ยขึ้นกลางที่ประชุม ความเงียบงันเข้าเกาะกุมทันที ทุกสายตาหันขวับมาจ้องมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง กล้าท้าทายท่านอ๋องต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ นางผู้นี้รังเกียจชีวิตตนเองนักหรือ? หลี่จวินหรงค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมปลาบดุจพญาอินทรีจดจ้องร่างตรงหน้าตั้งแต่ปลายเท้าจรดจรดเส้นผมที่ไหวตามแรงลม เยื่อใยแห่งความปรานีไม่มีหลงเหลืออยู่ในแววตานั้น มีเพียงความสงสัยระคนคุกรุ่น "เจ้าเป็นใคร?" สุรเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม ก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "กล้าดียังไงถึงก้าวเข้ามาในดินแดนแห่งความตายแห่งนี้โดยไม่เกรงกลัวคมดาบของเปิ่นหวาง" เหม่ยซูเหยา ภายใต้หมวกปีกกว้างซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันเอาไว้ นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะแผนที่อีกสองก้าว กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรและหมึกจีนชั้นดีโชยปะทะนาสิกของท่านอ๋อง "หม่อมฉัน... คือผู้ที่จะนำชัยชนะมาสู่ท่านพ่ะย่ะค่ะ" นางจงใจใช้สรรพนามบุรุษเพศเพื่ออำพรางฐานะ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปหยิบหมากสีดำบนกระดานกลยุทธ์ขึ้นมาพินิจ "ทัพของท่านกำลังพ่ายแพ้เพราะติดอยู่ในกับดักจิตวิทยาของแม่ทัพฝ่ายตรงข้าม เขารู้ว่าท่านเก่งกาจเรื่องการรุกราน จึงจงใจล่อให้ท่านส่งทหารไปปกป้องค่ายกลทั้งสามจุด เพื่อเปิดช่องว่างให้กองกำลังลับเข้าตีตลบหลังที่มั่นสุดท้าย... หากท่านยังดึงดันจะส่งเสบียงไปเติมตามแผนเดิม รุ่งอรุณวันพรุ่งนี้ ศีรษะของนายกองทั้งกองทัพคงได้ประดับอยู่บนกำแพงเมืองศัตรูเป็นแน่" คำพูดนั้นเฉียบคมดั่งคมมีด กรีดแทงลงกลางใจของเหล่าแม่ทัพนายกองจนหน้าถอดสี หลี่จวินหรงหรี่ตาลงแคบ รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมารอบกายจนอากาศรอบตัวลดฮวบลง ทว่าภายในใจกลับเกิดระลอกคลื่นแห่งความฉงน เขาจ้องมองสตรี (ในคราบชายหนุ่ม) ตรงหน้าอย่างพิจารณา นางรู้ลึกถึงแผนลับของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างไร? หรือนางจะเป็นไส้ศึก? "ปากกล้าดีนี่..." หลี่จวินหรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดเกราะส่งแรงกดดันมหาศาล เขาเดินเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าว จนเหม่ยซูเหยาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาผ่านตาข่ายโปร่ง แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่น แต่นางก็บังคับให้ตนเองยืนหยัดนิ่งสนิท ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "รู้ไหมว่าโทษของการพูดจาเหลวไหลต่อหน้าแม่ทัพคืออะไร... คือความตาย" "ความตายหม่อมฉันไม่กลัวหรอกพ่ะย่ะค่ะ..." เหม่ยซูเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาดำขลับภายใต้หมวกปีกกว้างสะท้อนภาพใบหน้าคมคายดุจเทพสงครามของหลี่จวินหรงอย่างไร้ความหวาดกลัว "แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย คือการที่ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ต้องพ่ายแพ้ราบคาบให้กับขุนศึกตระกูลลี่เพียงเพราะความถือดี... หากท่านไม่เชื่อหม่อมฉัน ลองมองออกไปที่นอกกระโจมตอนนี้สิพ่ะย่ะค่ะ ควันไฟทางทิศประจิมกำลังบอกอะไรท่าน?" หลี่จวินหรงชะงักไปชั่วขณะ เขาสบตากับนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะกระชั้นชิด กลิ่นกายหอมสะอาดแปลกประหลาดที่ไม่ควรมีอยู่ท่ามกลางสนามรบลอยเข้าจมูก ชวนให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด ก่อนที่ท่านอ๋องจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าม้าควบตะบ็งอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับทหารม้าเร็วที่พุ่งเข้ามาล้มลงกราบกับพื้นกระโจมด้วยความตื่นตระหนก "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! คลังเสบียงสำรองทิศประจิม... ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมดตามที่กุนซือลึกลับผู้นี้กล่าวไว้ไม่มีผิดเพี้ยนพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศภายในกระโจมพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง หลี่จวินหรงหันกลับมามองเหม่ยซูเหยาอีกครั้งด้วยนัยน์ตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความสงสัยถูกแทนที่ด้วยความระแวงระวังและประกายความสนใจที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง เหม่ยซูเหยาคลี่ยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ นางค่อยๆ เอื้อมมือเรียวไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างใจเย็น ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคนในที่นั้น "ทีนี้... ท่านอ๋องยังจะทรงคิดว่าหม่อมฉันพูดเหลวไหลอยู่อีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านควันไฟและกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%