คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก•ตอนที่ 22

ใจที่ผูกพันด้วยภารกิจ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
รอยเลือดบนกระดาษสาแผ่นนั้นไม่ใช่ของเหม่ยซูเหยา หากแต่เป็นหยดโลหิตจากรอยแผลลึกบนฝ่ามือของหลี่จวินหรงเอง ในยามที่เขากำกริชเล่มนั้นแน่นจนคมมีดบาดลึกเข้าเนื้อ ท่ามกลางความเงียบงันในห้องหนังสือประจำจวนอ๋อง กลิ่นอายของความหวาดระแวงที่เคยคุกรุ่นมาร่วมเดือนบัดนี้ถูกแผดเผาจนมลายสิ้น เหลือเพียงความจริงอันเปลือยเปล่าที่สั่นคลอนหัวใจของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้ความปรานี "เหตุใดท่านจึงไม่ยอมฟังคำอธิบายตั้งแต่คราแรกเล่า เจ้าค่ะ... เอ่อ หรือว่าท่านอ๋องทรงโปรดปรานการทรมานจิตใจผู้คนเล่นเป็นงานอดิเรกกันแน่" เสียงหวานเจือความตัดพ้อเล็กน้อยดังขึ้นจากริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างอดกลั้น เหม่ยซูเหยาในชุดบัณฑิตสีเทาเข้มยืนอยู่เบื้องหน้า แววตาคู่คมที่มักซ่อนความเฉลียวฉลาดไว้ภายใต้กรอบแว่นตาและรอยยิ้มเยือกเย็น บัดนี้กลับฉายแววตัดพ้อและเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด นางเพิ่งเปิดเผยแผนลับทั้งหมดในการสืบหาหนอนบ่อนไส้ในกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ เอกสารราชการลับที่หายไปไม่ได้ถูกส่งให้ศัตรู หากแต่นางใช้มันเป็นเหยื่อล่อเพื่อกระชากหน้ากากขุนนางกังฉินที่แอบแฝงตัวอยู่ใกล้ชิดกับองค์ชายสาม หลี่จวินหรงไม่ตอบคำทันที นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์ร้ายกวาดมองร่องรอยบาดแผลบนมือตนเองสลับกับใบหน้างดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้คราบตัวตนปลอมๆ หัวใจของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกระตุกวาบ ความเยือกเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มกายร้าวรานราวกับแผ่นน้ำแข็งถูกค้อนทุบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวนางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังกดดันจนเหม่ยซูเหยาต้องถอยหลัง1ก้าว จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นตำราไม้จันทน์หอม "เจ้าเอาชีวิตของตนเองไปแขวนไว้บนเส้นด้าย..." เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น แฝงความสั่นเครือที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุม "หากในคืนนั้นข้าลงมือเร็วกว่านั้นก้าวเดียว... หากดาบเล่มนั้นปลิดชีพเจ้าไปจริงๆ เจ้าคิดว่าแผ่นดินนี้จะยังมีสิ่งใดให้ข้าต้องปกป้องอีกเล่า ซูเหยา" คำว่า 'ซูเหยา' ที่หลุดออกมาจากปากของท่านอ๋องผู้หยิ่งผยอง ทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดลงชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขากล่าวเรียกนามแท้จริงของนางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกซึ้ง ไร้ซึ่งรังสีสังหาร ไร้ซึ่งอำนาจแห่งยศถาบรรดาศักดิ์ มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังหวาดกลัวต่อการสูญเสียสตรีที่ตนรักยิ่งกว่าชีวิต เหม่ยซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตา เข็มทิศในใจที่เคยไขว่คว้าหาแต่การแก้แค้นให้ตระกูลสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความเข้าใจผิดที่เคยสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างเขากับนางตลอดหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเชื่อใจอันหนักแน่นดั่งขุนเขา ไอร้อนจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาสัมผัสแก้วเนียนแผ่วเบาทำให้ขอบตาร้อนผ่าว แต่นางยังคงกัดริมฝีปากสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้ "ท่านอ๋องระแวงข้ามาตลอด ทรงส่งองครักษ์เงาประกบทุกฝีก้าว ทรงหมางเมินยามที่ข้าพยายามอธิบาย... ท่านไม่เคยเชื่อมั่นในสติปัญญาของข้าเลยแม้แต่น้อย" นางเอ่ยตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเบาหวิว "ข้าเชื่อมั่นในสติปัญญาของเจ้า... แต่ข้าไม่เคยเชื่อมั่นในโชคชะตาที่จะพรากเจ้าไปจากข้าต่างหาก" หลี่จวินหรงดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอกอย่างไม่ทันให้อ้อมแขนได้ตั้งตัว แรงกอดนั้นแน่นแฟ้นราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางให้เป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายสนและโลหิตจางๆ ล้อมรอบตัวเหม่ยซูเหยาไว้ทั้งหมด นางนิ่งค้างไปชั่วครู่ก่อนที่เรียวแขนเรียวจะค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอบแผ่นหลังกว้างนั้นตอบ ความอบอุ่นจากอ้อมอกของบุรุษผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งละลายความหนาแน่นในหัวใจของนางจนหมดสิ้น ความเข้าใจผิดที่เคยคลุมเครือถูกชำระล้างด้วยความจริงใจและอารมณ์ดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน ท่ามกลางแสงเทียนที่วับแวมสาดส่องเงาร่างทั้งสองทาบลงบนผนังห้อง บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความหมาย ความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิการเมืองอันเชือดเฉือน บัดนี้ได้ผ่านบททดสอบอันโหดร้ายและงอกงามขึ้นอย่างมั่นคง ทว่า ความสงบสุขมักเป็นเพียงภาพลวงตาที่สวรรค์หยิบยื่นให้ชั่วครู่ยาม *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยจังหวะที่ถูกกำหนดไว้เป็นสัญญาณลับ ขัดบรรยากาศอันซาบซึ้งระหว่างคนทั้งสองลงทันที หลี่จวินหรงผละออกจากร่างบางช้าๆ แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่กลับคืนสู่ความคมปลาบดุจพยัคฆ์ร้ายในพริบตา เขาส่งสัญญาณให้เหม่ยซูเหยาถอยไปหลบหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตูรับราชองครักษ์คนสนิทที่ใบหน้าซีดเผือด "ท่านอ๋องเกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์คุกเข่าลงทันทีด้วยท่าทีลนลาน "กองกำลังทหารรักษาพระองค์ของไทเฮาบุกเข้าปิดล้อมเส้นทางเสบียงหลักทางเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ... และมีพระราชโองการลับฉบับด่วนที่สุดส่งตรงถึงจวนเรา อ้างว่าท่านอ๋องทรงเป็นกบฏซ่องสุมกำลังเตรียมก่อการกบฏ!" หลี่จวินหรงรับม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองประทับตราหยกพระราชล้มนั่นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ ร่างสูงหันกลับมามองเงาร่างของเหม่ยซูเหยาที่เดินออกมาจากหลังฉากกั้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน ก่อนที่ใครจะทันได้กล่าววาจาใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากหน้าประตูกลางจวนอ๋อง พร้อมกับเสียงตะโกนก้องกังวานของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในที่ประกาศลั่นเข้ามาว่า "ราชโองการสวรรค์! จับกุมตัวท่านอ๋องและกุนซือคู่ใจ ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูแผ่นดิน โทษฐานคือประหารเจ็ดชั่วโคตร...!" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์อันเข้มข้นนี้ไปพร้อมกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คมพยัคฆ์สยบกลยุทธ์รัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%