ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าชุ่มหมึกสีชาดหยุดนิ่งค้างกลางอากาศ ขณะที่หยดหมึกสีเลือดหมูหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบกระดาษสาเนื้อหยาบจนแตกกระจายดั่งดอกเหมยยามต้องลมหนาว หลินซูเม่ยมิได้ขยับกาย นางเพียงแต่ป้องโคมกระดาษไขให้มั่นในอุ้งมือ ทอดสายตามองรอยเปื้อนสีชาดนั้นอย่างใช้ความคิด สมุดบันทึกโบราณเล่มเก่าที่เพิ่งขุดพบใต้พื้นศาลาริมน้ำส่งกลิ่นอับชื้นของกาลเวลาและคราบสนิมเหล็กโชยแตะจมูก สัมผัสพิเศษจากปลายนิ้วยังคงหลงเหลือความสั่นสะเทือนของแรงอาฆาตที่ถูกกักขังไว้ใต้ร่องไม้กระดาน
"เจ้ากำลังอ่านเรื่องราวของคนตาย หรือกำลังขุดหลุมฝังศพให้ตนเองกันแน่, แม่นางหลิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง มู่หรง... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายแห่งบูรพทิศ ก้าวผ่านเงาดำของเสาไม้สักทองเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง อาภรณ์คลุมกายสีนิลสนิทปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมกระดาษ กลิ่นอายของสนามรบและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบเจือปนมากับสายลมราตรีที่พัดผ่านระแนงศาลาริมน้ำโบราณแห่งนี้
ซูเม่ยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองทันที นางวางพู่กันลงบนแท่นหินอย่างเชื่องช้า สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลิ่นอายคุกคามที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้นี้ ก่อนจะหันกลับเผชิญหน้าด้วยใบสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่
"หม่อมฉันเพียงแต่พยายามทำความเข้าใจบทเพลงที่ยังบรรเลงไม่จบ, ท่านอ๋อง" ซูเม่ยเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "ศาลาหลังนี้สร้างขึ้นด้วยท่อนไม้จากเรือนหลวงโบราณ และรอยเลือดบนกระดานพื้นเหล่านี้... หาใช่รอยหมึกธรรมดาไม่"
มู่หรงก้าวเข้ามาใกล้จนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างระหงของนาง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาวโรจน์ในความมืด เขาเอื้อมมือหนาออกไปแตะแผ่นกระดาษสาที่มีรอยหยดหมึกสีชาดนั้นอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วหยาบกร้านผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนสัมผัสลงบนรอยเปื้อน ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"ความรู้บางอย่าง หากรู้มากเกินไป... เจ้าจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้ลืมตาตื่นในรุ่งอรุณ" มู่หรงเอ่ยเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาคมกวาดมองไปรอบศาลาริมน้ำที่มีสายหมอกยามดึกเริ่มก่อตัวหนาแน่นขึ้นทุกที "ศาลาหยกลมกรดแห่งนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ผู้ใดมานั่งรำลึกอดีต ยิ่งเจ้าพยายามไขปริศนาของ 'นางรำม่านหลี่' มากเท่าใด โซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณนางไว้ ก็จะยิ่งขยับเข้าใกล้คอของเจ้ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น"
ซูเม่ยเงยหน้าสบตาผู้มีอำนาจสูงสุดในเขตชายแดนผู้นี้ นางมิได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้กุมความลับบางอย่าง
"ท่านอ๋องกำลังหวาดกลัวสิ่งใดกันแน่? กลัวว่าความลับเรื่องการสังหารหมู่ในวังหลังเมื่อยี่สิบปีก่อนจะถูกเปิดเผย หรือว่า... กลัวว่าวิญญาณของนางรำผู้นั้น จะจำได้ว่าใครเป็นคนออกคำสั่งให้ตัดศีรษะนางกันแน่?"
คำพูดราคมดั่งคมดาบพุ่งตรงเข้าปักกลางใจ บรรยากาศรอบศาลาพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ เสียงหริ่งหรีดเรไรยามดึกดับหายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเพียงเสียงสายน้ำกระแทกตอม่อสะพานที่ดังสะท้อนก้องกังวาน มู่หรงหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวสั่นระริก มือหนาเอื้อมไปบีบคางมนของซูเม่ยไว้อย่างมั่นคง แรงกดที่ปลายคางทำให้ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้ว แต่นัยน์ตาคู่สวยของนางยังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ปากกล้าเกินไปแล้ว... เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือ ซูเม่ย" มู่หรงกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับแก้มนวล "เจ้าคิดว่าข้ามาเตือนเพราะความเมตตาหรือไง? ผิดแล้ว... ข้ามาเพื่อดูว่า เจ้าจะทนทานต่อคำสาปของศาลาหลังนี้ได้สักกี่น้ำ"
ก่อนที่ซูเม่ยจะทันได้เอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงกระดิ่งสำริดที่แขวนอยู่ใต้ชายคาศาลาพลันดัง "กริ๊ง..." สะท้อนก้องกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทั้งสองชะงักและหันขวับไปมอง
สายหมอกหนาทึบที่รายล้อมศาลาริมน้ำเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น สีของน้ำในบึงเบื้องล่างเปลี่ยนจากสีดำสนิทกลายเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิต และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด คือเงาร่างระหงของสตรีในชุดนางรำโบราณ ปักลวดลายหงส์ทองที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยหยาดน้ำตาและเลือดสดๆ กำลังก้าวเท้าออกมาร่ายรำอย่างเชื่องช้าบนผิวน้ำ เสียงเครื่องดนตรีจีนโบราณทั้งพิณและขลุ่ยลอยแว่วมาตามสายลมราตรี ทั้งโหยหวนและบาดลึกถึงวิญญาณ
มู่หรงปล่อยมือจากคางของซูเม่ยอย่างรวดเร็ว สีหน้าของท่านอ๋องผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในแผ่นดินกลับปรากฏร่องรอยของความตื่นตระหนกวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของซูเม่ยต้องสะดุดหยุดกิ่ง มิใช่เงาวิญญาณนางรำที่กำลังร่ายรำเข้ามาใกล้ทุกที หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่ง... ฝีเท้าของบุคคลที่สาม ที่กำลังเดินขึ้นบันไดศาลาไม้สักทองมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นเคยยิ่งกว่าผู้ใด
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนเร่าร้อนของท่านพี่กับหมอหญิงหลงทางผู้นี้เสียแล้วกระมังครับ"
ศาลาริมน้ำโบราณขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันน่าสะพรึงกลัวนี้ด้วยกันนะครับ
วิญญาณร่ายรำในศาลาหยกลมกรด•ตอนที่ 2
อาคันตุกะในเงามืด
ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิญญาณร่ายรำในศาลาหยกลมกรด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!