“หมอเทวดาหลิน... เจ้ากำลังช่วยผิดคนเสียแล้วกระมัง เพราะตัวจริงของ ‘ชินอ๋อง’ ที่นอนอยู่ตรงหน้า... มิใช่บุรุษที่เจ้าคิดเลยแม้แต่น้อย”
เสียงกระซิบแหบพร่าดั่งเสียงกรีดของคมมีดบนแผ่นหินลับมีดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวภายในห้องลับใต้ตำหนักอ๋อง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะและกลิ่นหอมจาง ๆ ของกำยานดับพิษ
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะชายตามองเงาร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องหลัง นางยังคงจรดเข็มเงินเล่มบางเฉียบลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณหน้าอกของบุรุษผู้บาดเจ็บสาหัสเบื้องหน้าอย่างมั่นคง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าเรียวสวยจนเรือนผมชื้นลู่แนบแก้ม แววตาของศัลยแพทย์อัจฉริยะจากศตวรรษที่ 20 เปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นดุจกุนซือผู้กำลังกุมหมากกระดานสุดท้าย
“คุณชายเหม่ย... หรือควรเรียกว่าสายลับผู้ต่ำต้อยของแคว้นเหลียง?” หลินซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือเรียวยังคงทำหน้าที่เย็บเส้นเลือดใหญ่ที่ฉีกขาดอย่างระมัดระวังราวกับศิลปินกำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบอันเปราะบาง “ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าข้า... หลินซูเหยาผู้นี้ จะไม่รู้ว่าใครคือตัวจริงและใครคือหุ่นเชิดที่พวกท่านจงใจสับเปลี่ยน?”
เงาร่างของเหม่ยหลินชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง นางถือกระบี่อาบยาพิษเล่มงามไว้ในมือ ปลายกระบี่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ปลิดชีพสตรีที่เป็นเสี้ยนหนามหัวใจมาเนิ่นนาน
“รู้แล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อตอนนี้ชินอ๋องผู้เกรียงไกรกำลังจะสิ้นใจด้วยพิษสลายวิญญาณ ส่วนเจ้า... ก็กำลังจะตายตามเขาไปในฐานะแพทย์ผู้รักษาผิดพลาดจนองค์ชายสิ้นพระชนม์! ช่างเป็นบทละครที่งดงามยิ่งนัก ฮ่า ๆ ๆ” เหม่ยหลินหัวเราะร่วน แววตาฉายแววอำมหิตถึงขีดสุด
ทว่า หลินซูเหยาหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงแต่แย้มยิ้มบางเบat รอยยิ้มที่ทำให้เหม่ยหลินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด
“เจ้ามั่นใจนักหรือว่านี่คือพิษสลายวิญญาณ?” หลินซูเหยาเอ่ยทวนคำ ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยแววตาดุจเหยี่ยวที่มองเหยื่อในกรงขัง “เจ้าคนโง่... สิ่งที่เขาดื่มเข้าไปก่อนหน้านี้ มิใช่ยาพิษ แต่คือ ‘โอสถชะลอโลหิตไหลริน’ ต่างหากเล่า และคนที่กำลังจะตายในอีกสามลมหายใจนี้... มิใช่ ‘เซียวจิ้งเหยียน’ แต่เป็นตัวเจ้าเองต่างหาก!”
สิ้นเสียงของนาง ประตูห้องลับก็พังทลายลงด้วยพลังภายในอันมหาศาล แรงปะทะรุนแรงจนฝุ่นตลบอบอวล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินยวงก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ไอสังหารแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงราวกับตกอยู่ในเหมืองน้ำแข็ง
เซียวจิ้งเหยียน! ชินอ๋องผู้เย็นชาและไร้ความปรานี บัดนี้ดวงเนตรคมกริบดั่งพญามังกรทอประกายแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะบั่นคอผู้บังอาจลอบทำร้ายได้ทุกเมื่อ
เหม่ยหลินหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป นางหันขวับกลับไปมองร่างบนเตียงที่นางคิดว่าเป็นชินอ๋อง ทว่ายามนี้ ร่างนั้นกลับกลายเป็นเพียงทหารองครักษ์ผู้สวมหน้ากับหนังมนุษย์ที่นอนหมดสติอยู่เท่านั้น!
“เป็นไปไม่ได้! เจ้า... เจ้าควรจะบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่ชายแดนสิ!” เหม่ยหลินกรีดร้องเสียงหลง ถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับผนังห้อง
“แผนการตื้นเขินของแคว้นเหลียง... คิดว่าข้าจะมองไม่ออกอย่างนั้นหรือ?” เซียวจิ้งเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น และกดดันจนแทบหยุดหายใจ เขาก้าวเข้ามาทีละก้าวราวกับมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ “เจ้ากล้าดียังไง... มาแตะต้องคนของข้า”
“อ๋อง... ท่านอ๋อง โปรดไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันถูกบังคับ...” เหม่ยหลินทรุดตัวลงคุกเข่าร่ำไห้อ้อนวอน ใบหน้าอาบด้วยคราบน้ำตา ทว่าในจังหวะนั้นเอง นางกลับใช้มืออีกข้างซ่อนเข็มพิษมรกตไว้เตรียมซัดใส่เซียวจิ้งเหยียนในระยะประชิด
“ระวังเพคะ!”
เสียงตะโกนของหลินซูเหยา, พร้อมกับร่างเพรียวบางที่พุ่งเข้าขวางทางกระสุนลับอย่างไม่คิดชีวิต!
*ฉึก!*
เสียงโลหิตทะลักและเนื้อหนังถูกเจาะทะลวงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เข็มพิษมรกตฝังลึกเข้าที่หัวไหล่ด้านซ้ายของหลินซูเหยา แรงกระแทกทำให้นางเซถลาล้มลงในอ้อมแขนของเซียวจิ้งเหยียนที่รับไว้ได้ทันท่วงที
“ซูเหยา!”
น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเย็นชาดั่งน้ำแข็งของชินอ๋อง บัดนี้กลับสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจอย่างที่ผู้ใดก็ไม่เคยเห็นมาก่อน เขารีบใช้พลังภายในสกัดจุดบริเวณหัวไหล่ของนางเพื่อมิให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผากของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า
หลินซูเหยาสะท้านเฮือก ลมหายใจแผ่วเบา ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ทว่านางยังคงฝืนยิ้มและยกมือขึ้นแตะสันดั้งจมูกคมสันของเขาเบา ๆ เพื่อปลอบประโลม
“หม่อมฉัน... บอกท่านแล้ว... ว่าอย่าประมาท... อนุเหม่ยผู้นี้...” นางกระซิบเสียงสั่น พลางกระอักเลือดสีดำออกมาคำโต เลอะอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียวจิ้งเหยียนจนกลายเป็นสีแดงชาดอันน่าสลดใจ
เซียวจิ้งเหยียนตวัดสายตากลับไปมองเหม่ยหลินด้วยแววตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่สูญเสียคู่ชีวิต ภายในพริบตาเดียว ดาบยาวในมือของเขาก็พาดผ่านลำคอของอนุภรรยาจอมมารยาโดยไร้ซึ่งความลังเล ศีรษะของเหม่ยหลินร่วงหล่นลงกับพื้น พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต
“หมอเทวดาหลิน... เจ้าห้ามตายเด็ดขาด!” เซียวจิ้งเหยียนโอบกอดร่างของนางไว้แนบอก อ้อมแขนที่เคยแข็งแกร่งดั่งขุนเขาบัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ในขณะที่หลินซูเหยากำลังจะหมดสติ สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องลับ พร้อมกับราชโองการลับม้วนใหม่ที่เพิ่งถูกส่งมาถึง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก เงาร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“ชินอ๋อง... สนุกพอหรือยัง? เพราะตอนนี้... พระราชโองการปลดชายาเอกและประทานสมรสใหม่ ได้เดินทางมาถึงมือ ‘ฮ่องเต้’ แล้วนะครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครอันลึกซึ้งนี้นะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 19
ชีวิตแลกชีวิต
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!