"มีดเล่มนี้... เจ้าจะอธิบายอย่างไร หลินซูเหยา"
น้ำเสียงของเซียวจิ้งเหยียนต่ำลึกดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ในหุบเขาที่ไร้แสงตะวัน เขาโยนวัตถุโลหะสีเงินวาววับลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบนั้นดังกังวานบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของห้องโถง มีดผ่าตัดขนาดเล็กที่สลักลายดอกเหมยวิจิตรบรรจงกลิ้งหลุนไปหยุดแทบเท้าของสตรีผู้ยืนสงบนิ่ง
หลินซูเหยาก้มมองอาวุธที่ควรอยู่ในกล่องยาของนาง แต่กลับกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมอนุภรรยาเหม่ยหลิน นางไม่ได้สะดุ้ง ไม่ได้รีบร้อนแก้ตัว สายตาคมกริบดุจมีดหมอดุจเดียวกันกวาดมองไปที่ดวงตาคู่คมของบุรุษตรงหน้า เห็นเพียงความระแวงที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี
"ท่านอ๋อง หากหม่อมฉันจะฆ่าคน หม่อมฉันย่อมต้องมีเหตุผลที่คุ้มค่ากว่าการทิ้งลายนิ้วมือไว้ให้สืบสาวมาถึงตัว... ท่านเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หรือเชื่อในสติปัญญาของท่านกันแน่ครับ?"
คำถามนั้นเปรียบดั่งหมากรุกที่เดินเข้าประชิดขุน เซียวจิ้งเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง เงาจันทร์ที่ทอดผ่านหน้าต่างแกะสลักพาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา ทำให้แววตาที่ดุดันดูอ่อนแสงลงเพียงชั่วพริบตา เขาก้าวเข้าประชิดตัวนาง กลิ่นอายบุรุษที่ปนไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและอำนาจแผ่ซ่านจนทำให้อากาศรอบกายดูเบาบางลง
"คนตายไม่อาจพูด แต่หลักฐานนี้ทำหน้าที่แทนเสียงของนางได้ชัดเจนที่สุด" เขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้ต้องสบตากัน "เจ้าทะลุมิติมาหรือจะเป็นศัลยแพทย์ผู้เก่งกาจมาจากไหน ข้าไม่สน... แต่ในจวนอ๋องแห่งนี้ กฎคือผู้คุมขัง หากเจ้าบริสุทธิ์จริง จงพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าทำไมข้าถึงต้องเก็บชีวิต 'นักฆ่า' อย่างเจ้าไว้"
หลินซูเหยาไม่หลบสายตา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของเขาไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัว กลับกัน นางสังเกตเห็นรอยช้ำสีม่วงคล้ำบริเวณต้นคอของเขา—รอยที่เกิดจากการใช้กำลังภายในกดทับเส้นลมปราณเพื่อสะกดพิษ
นางขยับมืออย่างแผ่วเบา แต่กลับเป็นการจับชีพจรของเขาอย่างถือวิสาสะ เซียวจิ้งเหยียนชะงักด้วยความตกใจก่อนจะขมวดคิ้วแน่นด้วยโทสะ แต่แล้วเขาก็ต้องนิ่งงันเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วเรียวงามนั้น นางไม่ได้คิดจะทำร้าย แต่กำลังส่งผ่านพลังลมปราณที่แปลกประหลาดเพื่อสลายอาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่เขาแบกรับมาตลอดหลายราตรี
"ท่านได้รับพิษจากกระบี่ของมือสังหารในคืนนั้น พิษนี้กินลึกถึงเส้นชีพจร หากท่านยังดื้อดึงที่จะควบคุมกองทัพด้วยสภาวะนี้ อีกไม่เกินสามวัน ท่านจะกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก... นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการจะทำหลังจาก 'กำจัด' หมอที่รู้วิธีรักษาสามีตัวเองทิ้งไปอย่างนั้นหรือครับ?"
ถ้อยคำของนางเชือดเฉือนแต่แฝงด้วยความอาทรที่ไม่อาจปิดมิด เซียวจิ้งเหยียนรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่ไหลเวียนเข้าสู่จุดตั้นเถียน ความเจ็บปวดที่เคยเป็นเสมือนโซ่ตรวนรัดรึงทั่วร่างเริ่มคลายตัวลง ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันหัวใจเริ่มถูกแผดเผาด้วยความเอาใจใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว
เขามองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของศัตรู ไม่ใช่สายตาของอนุภรรยาที่หวังปองร้าย แต่มันคือสายตาของบุรุษที่เพิ่งค้นพบว่า 'บ้าน' ที่เขาไม่เคยต้องการ กลับมีสิ่งที่เขาขาดหายไปมาโดยตลอด
"เจ้ากำลังเล่นเกมอะไรกับข้า ซูเหยา" เขาถาม เสียงของเขาไม่ได้เย็นชาดั่งเคย แต่กลับแหบพร่าด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
"หม่อมฉันไม่ได้เล่นเกม แต่มองเห็นเส้นขนานที่กำลังจะบรรจบต่างหากครับ" นางตอบพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา "มีดเล่มนั้นถูกขโมยไปเพื่อใส่ร้ายหม่อมฉัน และคนผู้นั้นต้องการให้ท่านกำจัดหม่อมฉันด้วยมือตัวเอง หากท่านฆ่าหม่อมฉันตอนนี้ ท่านก็เท่ากับทำลายหมอเพียงคนเดียวที่รักษาท่านได้... ท่านอ๋องผู้ฉลาดหลักแหลม ท่านจะยอมให้คนชั่วชักจูงหมากบนกระดานง่ายๆ เช่นนั้นหรือครับ?"
เซียวจิ้งเหยียนเงียบไปนาน ความเงียบนั้นหนาแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เขาคว้าข้อมือนางไว้แน่น ไม่ใช่เพื่อพันธนาการ แต่เพื่อยึดเหนี่ยว
"หากเจ้าพูดโกหก ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าความตายมันงดงามเพียงใด" เขากระซิบใกล้ใบหู "แต่หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง... ข้าจะให้เจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ข้าจะมอบอำนาจและชีวิตให้ดูแล"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นหน้าห้องโถง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงรายงานที่แฝงความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีราชโองการลับจากในวังส่งมาถึงมือใต้เท้าหลินซูเหยาโดยตรง... ภายในระบุว่าพระสนมเหม่ยหลินก่อนตายได้เขียนจดหมายสารภาพบาปทิ้งไว้ ว่านางคือไส้ศึกของแคว้นศัตรู และมีรายชื่อผู้บงการที่ร่วมมือกับนาง... ซึ่งรายชื่อแรกในนั้นคือท่านอ๋องเองพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ้งเหยียนปล่อยมือจากหลินซูเหยาทันที สายตาเขาสั่นไหวด้วยความเคียดแค้นและตระหนักถึงกับดักที่ขึงไว้รอบด้าน ในขณะที่หลินซูเหยามองจดหมายในมือองครักษ์ด้วยหัวใจที่เต้นรัว นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การสารภาพบาป แต่เป็นประกาศสงครามครั้งสุดท้ายที่กำลังจะลากพวกเขาทั้งสองคนลงไปสู่ขุมนรกพร้อมกัน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับโศกนาฏกรรมและความรักในยุคสมัยที่พลิกผันไปพร้อมกับผมนะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 10
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!