“ช้าก่อน!”
เสียงตะโกนพร้อมกับร่างที่พุ่งทะยานราวกับพญาเหยี่ยวของเซียวจิ้งเหยียนมิอาจคว้าสายโลหิตที่พุ่งกระฉูดจากลำคอของพยานปากเอกไว้ได้ทัน ร่างของบ่าวไพร่ชราผู้กุมความลับอันเน่าเฟะของจวนสกุลหลินทรุดฮวบลงกระแทกพื้นเรือนไม้ขัดมัน เสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายดังฟืดฟาดคละเคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งตัดกับกลิ่นกำยานราคาแพงในห้องโถงใหญ่อย่างน่าสะอิดสะเอียน
หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคมกริบดุจกุนซือผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกวาดมองคราบโลหิตที่ยังอุ่นอยู่บนพื้น สัญชาตญาณของศัลยแพทย์อัจฉริยะประเมินมุมพุ่งของคมมีดซ่อนเร้นในพริบตา—นี่คือฝีมือของมือสังหารมืออาชีพ การลงมือแม่นยำ ปิดชีพในดาบเดียวโดยไม่ให้มีโอกาสร่ำลา
"เป็นการฆ่าตัดตอนที่ไร้ความปรานีเสียจริง" หลินซูเหยารำพันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณแห่งความเย็นเยียบ นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจนั้นอย่างไร้ความหวาดกลัว ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่ชีพจรเพื่อยืนยันความตาย ก่อนจะดึงห่อผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของคนตายออกมาอย่างแนบเนียน
ปัง!
ประตูห้องโถงถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยลมปราณอันเกรี้ยวกราด เงาร่างสูงสง่าของชินอ๋องเซียวจิ้งเหยียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงเนตรคมกลาบราวกับพญายมราชกวาดมองสถานการณ์ด้วยความระอุเดือด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนข้าราชบริพารรอบกายต้องคุกเข่าตัวสั่นงันทว่าเมื่อสายตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นปะทะเข้ากับร่างระหงของสตรีที่ยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด ความดุดันในแววตานั้นกลับอ่อนยวบลงชั่วพริบตา ดั่งพายุร้ายที่สงบลงเมื่อปะทะเข้ากับขุนผาอันมั่นคง
"ซูเหยา เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างร้อนรน แม้จะพยายามควบคุมให้ราบเรียบตามวิสัยบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
"หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดเพคะท่านอ๋อง" หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นสะท้อนความเด็ดเดี่ยวและปัญญาญาณล้ำลึก นางชูห่อผ้าไหมในมือขึ้น "แต่ดูเหมือนว่า 'มารดาเลี้ยง' แสนดีของร่างนี้ จะร้อนรนจนต้องส่งคนมาปิดปากพยานเสียแล้วกระมัง"
ในขณะเดียวกัน ที่เรือนรับรองชั้นในของจวนสกุลหลิน อนุภรรยาเหม่ยหลินกำลังนั่งจิบชาผ่อนคลายด้วยท่าทางงดงามราวกับภาพวาด เล็บยาวที่สวมปลอกทองคำเคาะกับถ้วยกระเบื้องเคลือบเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าหัวใจกลับเต้นระรัวดั่งกลองศึก นางมั่นใจว่าความลับเรื่องชาติกำเนิดอันต่ำต้อยของหลินซูเหยาถูกฝังกลบลงหลุมพร้อมกับศพของบ่าวชราผู้นั้นแล้ว แต่ทว่า... ความเงียบงันยามวิกาลกลับถูกทำลายลงด้วยฝีเท้าหนักแน่นอันทรงพลังที่มุ่งตรงมายังเรือนของนาง
เปรี้ยง!
ประตูกระดาษสาของเรือนถูกพังทลายลงเป็นเสี่ยงๆ ด้วยฝ่ามือเดียว เศษไม้กระจัดกระจายไปทั่วห้อง เหม่ยหลินสะดุ้งสุดตัว ถ้วยชาในมือร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันนองเต็มพื้นพรม นางเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดผวาและพบกับร่างสูงใหญ่ของเซียวจิ้งเหยียนที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรัศมีดั่งเทพสงครามผู้พิโรธ ด้านหลังของเขาคือหลินซูเหยาที่เดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"ทะ... ท่านอ๋อง เหตุใดจึงทรง..." เหม่ยหลินพยายามฝืนปั้นหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัว นางรีบทรุดตัวลงคุกเข่าหมอบกราบจนหน้าผากแนบพื้น "หม่อมฉันทำความผิดอันใด เหตุใดพระองค์จึงทรงบุกรุกเข้ามาในเรือนของอนุเช่นนี้เพคะ!"
"อนุเหม่ยหลิน... เจ้าช่างแสดงละครเก่งกาจเสียจริง" หลินซูเหยาก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงปักลายเมฆาเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำ นางย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอนุผู้กำลังสั่นเทา "เจ้าคงคิดว่าการส่งมือสังหารไปฆ่าพ่อบ้านหลี่จะช่วยปกปิดความลับเรื่องที่เจ้าสับเปลี่ยนตัวทารกเมื่อยี่สิบปีก่อนได้สินะ"
คำพูดประโยคเดียวดายราวกับอสุนีบาตฟาดลงกลางใจเหม่ยหลิน สีหน้าของอนุภรรยาจอมมารยาถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดริมฝีปากสั่นระริกจนแทบไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
"เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอันใด! ข้าไม่รู้เรื่อง!" เหม่ยหลินแผดเสียงปฏิเสธเสียงสูงเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว
"เหลวไหลงั้นหรือ?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางคลี่ห่อผ้าไหมที่ชุ่มไปด้วยคราบเลือดออก เผยให้เห็นจดหมายรักเก่าคร่ำคร่าฉบับหนึ่ง และหยกกำไลประจำตัวมารดาแท้ๆ ของร่างเดิมที่ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด "ลายมือนี้... เป็นของท่านแม่ทัพใหญ่ผู้ล่วงลับ บิดาแท้ๆ ของข้า ส่วนหยกชิ้นนี้คือตราประจำตัวของฮูหยินเอกผู้เป็นภรรยาหลวง หาใช่อนุต่ำต้อยอย่างเจ้าไม่!"
เซียวจิ้งเหยียนก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างสตรีในดวงใจ รังสีอำมหิตจากกายของเขาบีบอัดบรรยากาศในห้องจนเหม่ยหลินแทบหายใจไม่ออก ดวงเนตรคมกราบกวาดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ดั่งมองมดปลวก "คนสนิทของเจ้าสารภาพก่อนตาย และหลักฐานเหล่านี้ก็คาหนังคาเขา เจ้ายังกล้าปฏิเสธอีกหรือว่า หลินซูเหยาหาใช่บุตรสาวแท้ๆ ของเสนาบดีหลิน แต่เป็นทายาทผู้บริสุทธิ์ที่ถูกเจ้าวางแผนสับเปลี่ยนเพื่อฮุบสมบัติและตำแหน่ง!"
เหม่ยหลินหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ นางรู้ตัวแล้วว่าหนทางรอดไม่มีเหลือ แต่ในความสิ้นหวังนั้น แววตาของนางกลับฉายแววอาฆาตมาดร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง นางเงยหน้าหัวเราะลั่นออกมาเสียงแหลมสูง "ฮ่าๆๆๆ! รู้แล้วอย่างไร! ต่อให้พวกเจ้าฉลาดล้ำเลิศแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนความจริงข้อหนึ่งไปได้..."
นางเว้นจังหวะ ปล่อยรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่น่าขนลุกออกมา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้แม้แต่เซียวจิ้งเหยียนยังต้องขมวดคิ้วมุ่น
"เพราะแท้จริงแล้ว... บิดาที่แท้จริงของนาง หาใช่ท่านแม่ทัพผู้ทรงเกียรติไม่ แต่เป็น..."
ฉับพลันนั้นเอง เสียงธนูแหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหว ลูกศรอาบยาพิษสีดำสนิทพุ่งทะลุหน้าต่างเข้ามาปักเข้าที่ลำคอของเหม่ยหลินอย่างแม่นยำ เลือดสีดำทะลักออกปาก นางเบิกตากว้างและสิ้นใจตายคาที่ทันทีโดยยังไม่ทันได้เอ่ยชื่อบุคคลนั้นออกมา!
เซียวจิ้งเหยียนแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เขวี้ยงกระบี่ในมือปะทะกับเงาดำที่ไหววับอยู่นอกหน้าต่าง หลินซูเหยาพุ่งเข้าไปตรวจดูศพของเหม่ยหลินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากมือของศพขึ้นมาพินิจดูด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
มันคือ "ป้ายคำสั่ง" สลักรูปราชสีห์สามหัว—สัญลักษณ์ลับของกองกำลังลับเงาหลวงที่ขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันล้ำลึกนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้า หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับกลยุทธ์ในบทนี้นะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 15
คำลวงของมารดาเลี้ยง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!