ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 16

พายุที่กำลังก่อตัว

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"ป้ายคำสั่งนี้... สลักด้วยกระดูกสัตว์อัดแน่นด้วยเทคนิคช่างหลวงแห่งราชสำนักต้าเฉิน" นิ้วเรียวยาวดุจลำหยกของหลินซูเหยาหมุนป้ายคำสั่งรูปราชสีห์สามหัวในมือช้าๆ ใต้แสงเทียนสลัว เสียงไส้เทียนปะทุดังเปรี๊ยะท่ามกลางความเงียบงันในห้องหนังสือ ปลายเล็บของนางสัมผัสร่องลึกของลวดลายที่ถูกแกะสลักขึ้นอย่างประณีตบรรจง ทว่าแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ผ่านการล้างออกไม่หมด นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกทิ้งไว้หลังจากเหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อค่ำคืนก่อน มันไม่ใช่แค่มีดสั้นหรือยาพิษธรรมดา แต่มันคือ "ป้ายคำสั่งลับของกองกำลังเงาหลวง" ที่ขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้แต่เพียงผู้เดียว! "ดูท่า... หมากกระดานนี้จะมิได้มีเพียงแค่หมากตัวเล็กๆ ในจวนชินอ๋องเสียแล้วกระมั้งครับ พระชายา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เซียวจิ้งเหยียนก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทมิฬกลมกลืนไปกับรัตติกาล แววตาคมกริบดั่งพญายเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความห่วงใยระคนความดุร้ายของหมาป่าหวงก้าง ชายหนุ่มหยุดยืนเบื้องหน้านาง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศรอบตัวให้ลดต่ำลง หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเยርนหยัน นัยน์ตาดำขลับสะท้อนแสงไฟวับวาว นางมิได้หวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นแม้แต่น้อย กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าเชือดเฉือน "ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถยิ่งนัก กองกำลังเงาหลวงที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านมืดมานานนับสิบปี กลับยอมส่งมือดีมาเพื่อปลิดชีพหมอหญิงต้อยต่ำเช่นข้าถึงเรือนพัก ช่างเป็นการให้เกียรติข้าเสียจริงนะเจ้าคะ... เอ๊ย... นะครับ" นางเผลอหลุดปากใช้น้ำเสียงคุ้นชิน รีบเปลี่ยนคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นเล็กน้อย เซียวจิ้งเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง "เจ้าฉลาดเกินไป... ซูเหยา" มือหนาเอื้อมไปแตะป้ายคำสั่งในมือของนาง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วสัมผัสหลังมือเรียวเบาๆ "การที่พวกมันกล้าใช้ป้ายคำสั่งนี้ หมายความว่าพวกมันต้องการโยนความผิดให้ฮ่องเต้ หรือไม่... ก็ต้องการให้เป้าหมายที่แท้จริงเบี่ยงเบนมาที่ตัวเจ้า เพื่อเปิดทางให้แผนการในราชสำนักสมบูรณ์แบบ" "หึ ฝ่ายตรงข้ามคงคิดไม่ถึงว่า ป้ายคำสั่งชิ้นนี้จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวพวกเขาเสียเอง" หลินซูเหยาหรี่ตาลง วิเคราะห์สถานการณ์ด้วยมันสมองของศัลยแพทย์อัจฉริยะที่ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน "การที่พวกเขาเริ่มลงมือกับข้า แสดงว่าข้าได้ก้าวล่วงเข้าไปในเขตหวงห้ามของพวกเขาแล้ว... แผนการลับเกี่ยวกับการค้าเกลือเถื่อนเมื่อสามปีก่อนสินะครับ ที่ข้ากำลังขุดคุ้ยอยู่" เซียวจิ้งเหยียนจ้องมองใบหน้างดงามที่เปี่ยมด้วยสติปัญญาและความเด็ดเดี่ยว หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของชินอ๋องผู้เหี้ยมโหดกลับกระตุกวูบ ความรู้สึกพึงพอใจและหวาดหวนระคนกันตีรวนในอก สตรีผู้นี้ช่างอันตราย... ยิ่งนางฉลาดล้ำเท่าไหร่ ยิ่งมีคนต้องการกำจัดนางมากเท่านั้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาแทบอยากจะกักขังนางไว้ในห้องนอนส่วนตัว มิให้ผู้ใดได้ย่างกรายเข้ามาสายตาอีก "เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้" เซียวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงต่ำ มือใหญ่รวบเส้นผมดำขลับปอยหนึ่งทัดหูให้นางอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอ่อนโยนผิดกับแววตาดุร้ายที่สะท้อนความอาฆาตมาดร้ายออกมา "ใครก็ตามที่กล้าชักดาบใส่คนของชินอ๋อง ข้าจะให้มันผู้นั้นได้ลิ้มรสความทรมานที่แม้แต่ความตายยังต้องร้องขอ" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยความตึงเครียดและกระแสความเสน่หาอันลึกซึ้ง พลันเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้ง "กราบทูลท่านอ๋อง! ชายาเอก... อนุเหม่ยหลินเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงหลังดื่มน้ำชาสมุนไพรที่หมอหญิงจัดถวาย ตอนนี้... ตอนนี้เลือดไหลไม่หยุด หมอหลวงประจำจวนกำลังรีบไปดูอาการพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานจากบ่าวรับใช้หน้าห้องทำให้บรรยากาศในห้องหนังสือเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที หลินซูเหยาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาดอกท้อหรี่แคบลงทันที สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ *น้ำชาสมุนไพรที่ข้าจัดถวาย?* นางเป็นผู้ตรวจตัวยาด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่มีทางที่จะมีตัวยาพิษหรือตัวยาตีกันจนทำให้ตกเลือดได้อย่างแน่นอน! นี่คือ "แผนซ้อนแผน" ของเหม่ยหลิน! อนุภรรยาจอมมารยาผู้นั้นยอมใช้ร่างกายของตนเองและเลือดเนื้อในครรภ์ (หรืออาจจะเป็นแผนการสร้างสถานการณ์) เพื่อใส่ร้ายป้ายสีนางให้กลายเป็นฆาตกรผู้ปลิดชีพทายาทในจวนอ๋อง! เซียวจิ้งเหยียนหันกลับไปมองประตูด้วยแววตาดุจน้ำแข็ง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขากำมือแน่นจนข้อต่อลั่นเปรี๊ยะ หลินซูเหยาสูดหายใจเข้าลึก1ครั้ง ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว นางเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคงไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "ดูท่า... พายุลูกใหญ่ที่พวกมันตั้งใจก่อ มิได้มีไว้เพื่อขู่ขวัญพวกเราเล่นๆ เสียแล้วล่ะครับท่านอ๋อง... เราต้องรีบไปดูละครฉากนี้กันเสียหน่อยแล้ว" เซียวจิ้งเหยียนปรายตามองนาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ความรู้สึกใดๆ นอกจากความเหี้ยมเกราะ "ไปสิ... ข้าอยากรู้นักว่า หมากตาสายนี้ของพวกมัน จะเล่นงานเราได้เจ็บแสบสักเพียงใด" ทั้งสองก้าวออกจากห้องหนังสือเคียงข้างกัน ท่ามกลางราត្រีอันมืดมิดที่ลมพายุเริ่มพัดโหมกระหน่ำ กลิ่นอายความตายลอยอบอวลไปทั่วจวนชินอ๋อง เมื่อพวกเขามาถึงเรือนพักของเหม่ยหลิน ประตูห้องถูกเปิดอ้ากว้าง เสียงร้องคร่ำครวญเจ็บปวดดังระงม หมอหลวงชรากำลังวิ่งวุ่นหน้าตาตื่น ท่ามกลางบ่าวไพร่ที่ยืนออกันแน่นขนัด และตรงกลางห้องนั้นเอง—บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายหรูหรา เหม่ยหลินนอนใบหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก นางกระอักลิ่มเลือดออกมาคำโตเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนสีแดงสด ก่อนจะชี้เรียวนิ้วสั่นเทามาที่หลินซูเหยาที่เพิ่งก้าวเข้ามา พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงขาดห้วงว่า... "พระ... พระชายา... ท่าน... เหตุใดท่านจึงเกลียดชังหม่อมฉันถึงเพียงนี้... ถึงกับใส่ยาพิษ... ในถ้วยชา..." เหม่ยหลินหมดสติล้มพับลงไปกับเตียง ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง และในวินาทีนั้นเอง... พ่อบ้านหลวงก็วิ่งหน้าตาตื่นถือราชโองการลับฉบับหนึ่งพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าเซียวจิ้งเหยียนด้วยเนื้อตัวสั่นเทา "ท่านอ๋อง! มี... มีพระราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้จับกุมตัวพระชายาหลินซูเหยาไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%