กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลง징ชั้นดีถูกละลายปะปนด้วยความตายอันเงียบงัน...
เซียวจิ้งเหยียนหยุดชะงักปลายถ้วยชาที่จ่ออยู่ริมฝีปาก ความเงียบงันในห้องหนังสือหลวงดุจดั่งผืนน้ำนิ่งสนิทก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ สายตาคมปานเหยี่ยวของชินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬกวาดมองคราบผงสีขาวละเอียดที่ติดอยู่ก้นถ้วยเคลือบกระเบื้องเคลลายคราม มันคือ "ผงมรกตโลหิต" พิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่ไร้สีไร้กลิ่น หากดื่มเข้าไปเพียงครึ่งอึก อวัยวะภายในจะแหลกสลายกลายเป็นจุลภายในหนึ่งก้านธูป
หลินซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณศัลยแพทย์อัจฉริยะและมันสมองของยอดกุนซือทำงานประสานกันอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ นางเห็นความผิดปกติในแววตาของเขาตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่เขายกถ้วยขึ้น
"ท่านอ๋อง... ชาดอกเหมยล็อตนี้คงชงทิ้งไว้นานเกินไปจนรสชาติแปลกปลอมกระมังพะยะค่ะ" ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสเตือนภัยอย่างแนบเนียน พร้อมกับยื่นมือเรียวดุจหยกขาวไปฉวยถ้วยชาออกจากมือเขาอย่างถือวิสาสะ
แคว่ก!
ปฏิกิริยาของเซียวจิ้งเหยียนรวดเร็วกว่า เขากลับคว้าข้อมือนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกข้อมือของนางแทบร้าว แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับไม่ได้มองนางด้วยความระแวง หากแต่กำลังจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างท่ามกลางวังวนแห่งการลอบสังหารนี้
"เจ้าตาไวไม่เบา... ชาถ้วยนี้ อนุเหม่ย เป็นคนนำมาให้ด้วยตนเองเมื่อหนึ่งเค่อก่อน" น้ำเสียงของเซียวจิ้งเหยียนเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแววตากลับระอุด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"อนุเหม่ยช่างมีความพยายามยิ่งนัก ถึงกับกล้าใช้ยาพิษจากแดนใต้เพื่อแลกกับความตายของสวามีตนเอง" ซูเหยาแค่นFยิ้มหยัน นางไม่สะดุ้งสะเทือนต่อแรงบีบที่ข้อมือแม้แต่น้อย กลับใช้มืออีกข้างค่อยๆ แกะนิ้วเหล็กของเขาออกอย่างใจเย็น ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ทว่า... สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าความตายของท่านอ๋อง คือบาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายของพระองค์ต่างหากพะยะค่ะ"
เซียวจิ้งเหยียนชะงักไปวบหนึ่ง บาดแผลจากคมดาบอาบยาพิษในการซุ่มโจมตีเมื่อคืนก่อนที่หุบเขาอวี้หลング กำลังส่งผลให้ลมปราณของเขาติดขัด เขาพยายามปกปิดมันมาตลอดเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามในราชสำนักฉวยโอกาสเล่นงาน ทว่าสตรีตรงหน้ากลับล่วงรู้ได้ตั้งแต่แรกพบ
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." เขาเอ่ยเสียงต่ำอย่างระแวง
"ถ้าไม่อยากให้แขนข้างนั้นพิการจนต้องตัดทิ้ง เชิญท่านอ๋องถอดเสื้อออกแล้วนั่งลงบนตั่งเสียพะยะค่ะ... ในฐานะชายาเอก ข้าคงไม่อجอมให้สามีตายด้วยพิษโง่เง่าของอนุภรรยาไร้ค่า หรือตายเพราะความดื้อรั้นของตนเองหรอกนะ"
คำพูดสามหาวแต่เด็ดเดี่ยวปานขุนเขาของนาง ทำให้เซียวจิ้งเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น ทว่าเขากลับยอมทำตามโดยดีอย่างน่าประหลาด
ภายในห้องหนังสืออันเงียบสงบ แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายโบราณ เซียวจิ้งเหยียนถอดอาภรณ์ท่อนบนออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสงคราม ทว่าที่หัวไหล่ซ้ายกลับมีรอยแผลน่ากลัว เนื้อเยื่อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นคาวเลือดเน่าจางๆ ออกมา
หลินซูเหยาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยสัญชาตญาณแพทย์ นางหยิบชุดเครื่องมือเงินขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในชายแขนเสื้อออกมาอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าของนางสง่างาม เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ราวกับเซียนแพทย์ผู้ลงมาโปรดสัตว์ ไม่ใช่สตรีในห้องหอทั่วไป
"พิษหิมะทมิฬ... ช่างใจคอโหดเหี้ยมยิ่งนัก" ซูเหยาพึมพำเบาๆ ขณะใช้มีดผ่าตัดขนาดจิ๋วกรีดลงไปที่ปากแผลเพื่อระบายเลือดเสีย
ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างของเซียวจิ้งเหยียน กล้ามเนื้อของเขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มีแม้แต่เสียงครางเล็ดลอดออกมา มีเพียงเหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามขมับ ดวงตาคมกราบคู่นั้นจับจ้องใบหน้าด้านข้างของซูเหยาอย่างไม่วางตา แສงเทียนสะท้อนดวงหน้าเรียวสวยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสมาธิอันแน่วแน่
ในยามปรกติ สตรีในจวนอ๋องต่างพากันหวาดกลัวหรือพยายามเอาอกเอาใจเขาด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่นาง... ภรรยาผู้ถูกเขาทอดทิ้งและหย่าร้างในนาม กลับกำลังใช้มือเปล่าควักเอาพิษร้ายออกจากร่างกายของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว
"เจ้าไม่กลัวหรือ... ว่าข้าอาจจะฆ่าเจ้าทิ้งเสียตอนนี้ หากข้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา" เซียวจิ้งเหยียนเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากพิษไข้ที่เริ่มเล่นงาน
ซูเหยาหยุดมือชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นกายหอมสะอาดประทิ่นจันทร์ของนางผสมผสานกับกลิ่นสมุนไพรจีนโชยเข้าจมูกของชินอ๋อง ทำให้หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"ถ้าท่านอ๋องอยากฆ่าข้า คงลงมือตั้งแต่ตอนที่ข้าต่อปากต่อคำในห้องโถงแล้วพะยะค่ะ... อีกอย่าง มือของท่านตอนนี้สั่นเพราะพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ หากขยับตัวมากกว่านี้ เกรงว่าท่านคงได้ไปยมโลกก่อนจะได้สะสางบัญชีแค้นกับอนุเหม่ยเสียอีก" นางตอบด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่เล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงจัดการเย็บแผลด้วยเข็มเงินและด้ายไหมพิเศษอย่างรวดเร็ว
สัมผัสแผ่วเบาแต่แม่นยำของปลายนิ้วนางที่สัมผัสกับผิวเนื้อบริเวณหัวไหล่ ราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของเซียวจิ้งเหยียน ความเจ็บปวดจากพิษร้ายราวกับถูกปัดเป่าให้เลือนหายด้วยความอบอุ่นจากสตรีผู้นี้ ในห้วงความคิดของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน บาดแผลนับร้อยนับพันที่เคยได้รับ ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้เขารู้สึก "มีชีวิต" มากเท่ากับครั้งนี้
เมื่อพันแผลเสร็จเรียบร้อย ซูเหยาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางผละตัวออกห่างเพื่อเก็บเครื่องมือ ทว่าจังหวะนั้นเอง เซียวจิ้งเหยียนกลับเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของนางไว้ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ดึงร่างของนางเข้าสู่อ้อมอกกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ว๊าย! ท่านอ๋อง..." ซูเหยาอุทานอย่างตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อพบว่าตนเองกำลังนั่งอยู่บนตักแกร่ง โดยมีวงแขนแข็งแรงโอบกอดรัดรอบเอวไว้อย่างแน่นหนา ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันหลุดพ้น
"ซูเหยา..." เสียงทุ้มต่ำของเซียวจิ้งเหยียนพร่าม่านและเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน "เจ้าเป็นใครกันแน่... สตรีที่ข้าเคยรู้จักไม่มีทางมีความรู้เรื่องการแพทย์ล้ำลึกเช่นนี้ และไม่มีทางมองข้าด้วยสายตาที่เท่าเทียมเช่นนี้"
ซูเหยาสบตาเขา นิ่งงันไปครู่หนึ่ง นางรู้ดีว่าความลับเรื่องวิญญาณจากยุค 80 อาจทำให้เขาสงสัย แต่นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังมันจนเกินงาม นางจึงยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้าหยอกตามแบบฉบับของตนเอง
"ข้าก็คือหลินซูเหยา... ภรรยาเอกที่ท่านเพิ่งจะขอหย่าอย่างไรล่ะพะยะค่ะ ท่านอ๋อง" นางตอบเสียงหวาน ทว่าดวงตากลับฉายแววท้าทาย
เซียวจิ้งเหยียนจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับเจรจาพาทีอย่างไม่เกรงกลัว ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน บัดนี้กำลังปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พิภพ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"เช่นนั้น... เรื่องใบหย่าอันใดนั่น ข้าถือว่าเป็ฯโมฆะ" เซียวจิ้งเหยียนกระซิบชิดริมใบหูของนาง น้ำเสียงจริงจังและเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตสวรรค์ "นับจากวินาทีนี้ไป ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากเจ้าไปจากจวนชินอ๋องได้ แม้แต่พญายมก็ไม่มีสิทธิ์!"
ซูเหยาใจเต้นรัวด้วยความตระหนก นางกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและใช้เข็มพิษสะกิดจุดหยุดการเคลื่อนไหวของเขา ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันนั้นเอง...
ปัง!
ประตูห้องหนังสือถูกถีบเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าของใครบางคน พร้อมกับเสียงร้องตื่นตระหนกของนางกำนัลคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้านใน
"ท่านอ๋อง! พระชายารอง... พระชายารองเหม่ยหลินทรง... ทรงกระอักเลือดสิ้นสิ้นพระsงค์อยู่ในเรือนพักแล้วเพคะ!"
เซียวจิ้งเหยียนชะงักกึก ดวงตาสคมกราบหันขวับไปมองที่ประตูทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างของเขาราวกับปีศาจร้าย ส่วนหลินซูเหยาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณกุนซือร้องเตือนดังลั่นในหัวทันที—นี่ไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่มันคือ "การฆ่าตัดตอน" เพื่อปิดปากพยานคนสำคัญ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 14
บาดแผลที่ใจ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!