ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 26

กลิ่นอายสงคราม

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของหลินซูเหยาหยุดชะงักกลางอากาศ หมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษสาเนื้อดีจนเกิดเป็นรอยเปื้อนคล้ายหยดเลือดบนผืนหิมะ ทว่านางหาได้ใส่ใจไม่ สายตาคมกริบดั่งกุนซือผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนกำลังจ้องมองแผนที่ยุทธศาสตร์แคว้นเซี่ยที่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์ "รายงาน! กองทัพหน้าของพวกกบฏตระกูลหลี่เคลื่อนพลข้ามแม่น้ำอี้สุ่ยมารวมตัวกันที่ทุ่งหญ้าหนานซานแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานจากองครักษ์เงาที่ดังขึ้นหน้าห้องหนังสือหลวงไม่ได้ทำให้หลินซูเหยาตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงสูดลมหายใจเข้าลึก1ครา กลิ่นอายสงครามที่ลอยมาตามสายลมหนาวเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ ราวกับเงื้อมมือมรณะที่กำลังคืบคลานเข้าประชิดประตูเมืองหลวง ประตูกระจกแกะสลักลวดลายโบราณถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีนิลประดับลวดลายพยัคฆ์ทมิฬ เซียวจิ้งเหยียนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง กลิ่นอายอำนาจกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบทันที ดวงตาคมปลาบดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองแผนที่ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ "เจ้าไม่ออกไปหลบภัยในเขตพระราชฐานชั้นในตามที่เปิ่นหวางสั่งไว้หรือ ซูเหยา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นเอ่ยขึ้น หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม มุมปากหยักยิ้มบางเบาอย่างไม่เกรงกลัว นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ รอยยับย่นบนชุดคลุมผ้าไหมปักลายดอกเหมยของนางบ่งบอกว่านางนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานนี้มาตลอดทั้งคืน "หลบภัยหรือเพคะ ท่านอ๋อง? ในยามที่บ้านเมืองกำลังเผชิญหน้ากับมหันตภัย อนุภรรยาจอมมารยาอย่างเหม่ยหลินยังคงวุ่นวายกับการแย่งชิงความโปรดปรานในเรือนหลัง แล้วเหตุใดหม่อมฉันผู้ดำรงตำแหน่งชายาเอก ถึงต้องก้มหัวหลบหนีอยู่หลังกำแพงวังหลังเล่าพ่ะย่ะค่ะ" เซียวจิ้งเหยียนยื่นมือหนาออกไปจับปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางทัดหูอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "สนามรบไม่ใช่ที่สำหรับสตรี" เขาเอ่ยเสียงพร่า ทว่าแววตากลับอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยา "แต่หากเจ้าอยากยืนเคียงข้างเปิ่นหวาง... จงจำไว้ว่า ไม่ว่ากองทัพกบฏจะมีกำลังพลสักกี่หมื่น ศีรษะของพวกมันจะต้องกราบแทบเท้าเจ้าก่อนที่จะได้แตะต้องปลายขนของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว" คำกล่าวอันดุดันและมั่นคงดั่งขุนเขาทำให้หลินซูเหยาคลี่ยิ้มกว้างออกมา นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะเอ่ยวาจาหวานเลี่ยน ทว่าทุกคำพูดของเขามีนํ้าหนักและพร้อมแลกด้วยชีวิต ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดด้วยความรักและความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดิน ขันทีสนองพระ o/s วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับหีบไม้ลงลكتราประทับลับสีแดงชาด "ท่านอ๋อง! พระราชโองการด่วนที่สุดจากฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ!" เซียวจิ้งเหยียนรับหีบนั้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาเปิดผนึกออก กวาดสายตาอ่านข้อความภายในเพียงชั่วพริบตา ทว่าดวงตาคมกริบกลับหรี่ลงเล็กน้อย รังสีสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนขันทีตัวสั่นเทาเข่าทรุดลงกับพื้น หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางยื่นมือไปหยิบแผ่นกระดาษแพรสีเหลืองทองขึ้นมาอ่านเอง และทันทีที่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดสุดท้าย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ในพระราชโองการฉบับนั้น ไม่เพียงแต่บัญชาให้เซียวจิ้งเหยียนนำทัพออกไปรับศึกนอกเมืองทันที... แต่ยังระบุชื่อ "หลินซูเหยา" ให้ถูกส่งตัวไปเป็นตัวประกันที่ค่ายกลของกองทัพกบฏ เพื่อแลกกับการสงบศึกชั่วคราว! มือบางที่ถือกระดาษสั่นเทาเล็กน้อย ทว่าแววตาของนางกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็ง กลิ่นอายสงครามไม่ได้อยู่แค่เพียงนอกกำแพงเมืองอีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังแผดเผาเข้ามาถึงกลางใจของพวกเขา เซียวจิ้งเหยียนกำพระราชโองการในมือจนยับยู่ยี่ในพริบตา ดวงตาคู่นคมกริบเปล่งประกายความดุร้ายราชาหป่าที่ถูกลูบคม เขาหัวเราะในลำคอเสียงต่ำอย่างน่ากลัว "ช่างบังกล้า... คิดจะใช้ชายาของเปิ่นหวางมาต่อรองบนกระดานหมากรุกนี้สินะ" เขาเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเข้ากระดูกดำ ก่อนจะหันมาสบตาหลินซูเหยาที่กำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มลึกล้ำที่มุมปาก "ซูเหยา... เจ้าว่าเราควรเดินหมากตานี้อย่างไรดี?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลยุทธ์และห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้มาด้วยกัน ณ ตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%