ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 5

เงื่อนไขพันธสัญญา

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่าก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันของห้องหนังสือประจำตำหนักอ๋อง หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะปรายตาแลเครื่องลายครามล้ำค่าตรงหน้า นางเพียงกวาดสายตาคมปลาบดั่งคมกระบี่พิจารณาแผนผังค่ายกลและรายชื่อสายลับในกระทรวงพิธีการที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ เอกสารลับเหล่านี้ควรเป็นความลับสุดยอดของราชสำนัก แต่วันนี้มันกลับมาวางอยู่ตรงหน้าสตรีที่เพิ่งถูกตราหน้าว่าเป็น "ชายาผู้ไร้ค่า" "ท่านอ๋องทรงใช้แผนยืมดาบฆ่าคน ช่างแยบยลยิ่งนัก" นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่ซ่อนรอยเย้ยหยันไว้บางเบา "ใช้ชื่อเสียงของหม่อมฉันเป็นเหยื่อล่อ เพื่อดึงงูออกจากรูในจวนสกุลหลิน... ทว่า พระองค์ไม่ทรงเกรงกลัวเลยหรือว่า งูพิษตัวนั้นอาจจะหันมาแว้งกัดพระองค์เสียเอง" เซียวจิ้งเหยียนที่ประทับอยู่หลังโต๊ะทรงงานเงยพระพักตร์ขึ้น ชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองด้วยฝีมือประณีตบรรจง พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นจดจ้องร่างบางที่ยืนหยัดอย่างทระงงในชุดกระโปรงผ้าแพรปักลายเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ นางไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายปัญญาที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาดั่งหยกดำคู่นั้น ชินอ๋องผู้เย็นชาแย้มพระโอษฐ์ขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา ทว่ากลับทรงเสน่ห์และอันตรายถึงชีวิต "เปิ่นหวังย่อมไม่กลัวสิ่งใด... โดยเฉพาะงูพิษที่ไร้พิษสง" พระองค์ตรัสด้วยสุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ ก่อนจะโน้มพระวรกายไปข้างหน้า ประสานพระหัตถ์เข้าหากัน "แต่เจ้า... หลินซูเหยา เจ้าทำให้เปิ่นหวังประหลาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า จากสตรีที่เอาแต่ร่ำไห้หาความเมตตา บัดนี้กลับกลายเป็นยอดกุนซือที่มองทะลุปรุโปร่งทุกหมากกลในราชสำนัก เจ้าเป็นใครกันแน่?" "หม่อมฉันก็คือหลินซูเหยา... สตรีผู้กุมชะตาชีวิตของตนเอง หาใช่หมากในกระดานของใคร" นางตอบกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตาประสานกับพระองค์อย่างไม่หลบเลี่ยง "และหากท่านอ๋องทรงเรียกหม่อมฉันมาในยามวิกาลเช่นนี้ เพื่อจะสอบสวนฐานะที่แท้จริงของหม่อมฉันล่ะก็ เกรงว่า... ท่านอ๋องจะเสียเวลาเปล่า" บรรยากาศภายในห้องหนังสือพลพันตึงเครียดขึ้นมาทันที กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของชินอ๋อง ทว่าหลินซูเหยากลับยืนหยัดต้านทานแรงกดดันนั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ นางคือศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนในโลกอนาคต เหตุการณ์ตรงหน้าต่อให้กดดันเพียงใด ก็เป็นเพียงการผ่าตัดกลางสนามรบที่นางคุ้นเคยดี เซียวจิ้งเหยียนทอดพระเนตรความเด็ดเดี่ยวบนดวงพักตร์งดงามนั้น ความรู้สึกบางเบาที่ก่อตัวขึ้นในพระHutของพระองค์กลับยิ่งทวีความรุนแรงดั่งพายุหิมะในยามเหมันต์ พระองค์ไม่เพียงแต่ต้องการครอบครองสตรีผู้นี้ไว้เป็นหมากป้องกันภัย แต่พระองค์... เริ่มอยากได้หัวใจของนางมาไว้ในกำมือเสียแล้ว "ดี... ปากคอเราะร้ายสมกับที่เป็นสตรีสกุลหลิน" เซียวจิ้งเหยียนแค่นพระSaranเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าหลินซูเหยา "นี่คือ 'เงื่อนไขพันธสัญญา' ที่เจ้าต้องการ" หลินซูเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อย นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้จันทน์ ก้มลงพิจารณาข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างละเอียด ทุกตัวอักษรเขียนด้วยพู่กันปลายตวัดคมกริบ เนื้อความระบุชัดเจนถึงการคุ้มครองความปลอดภัยแก่บิดาและบ่าวรับใช้ในเรือนของนาง แลกกับการที่นางต้องใช้สติปัญญาและกลยุทธ์ช่วยเหลือพระองค์ในการโค่นล้มอำนาจของกลุ่มขุนนางกบฏที่หนุนหลังโดยอนุเหม่ยหลิน ทว่า... ที่มุมล่างสุดของกระดาษ มีลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมด้วยลายมือของพระองค์เอง *— และเมื่อภารกิจลุล่วง สตรีผู้ถือครองสัญญาฉบับนี้ จะต้องเคียงคู่บัลลังก์ในฐานะพระชายาเอกแต่เพียงผู้เดียว ตลอดกาล —* หัวใจของหลินซูเหยากระตุกวูบ นางเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์หล่อเหลาดั่งหยกสลักที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่าแววตานั้นกลับจริงจังและมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน "ท่านอ๋อง... ทรงล้อเล่นกระมัง?" นางเอ่ยเสียงพร่า "หม่อมฉันเพียงต้องการหย่าขาดเพื่ออิสรภาพ เหตุใดจึงผูกมัดตัวเองไว้กับความวุ่นวายในวังหลังแห่งนี้อีก" "เปิ่นหวังไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องสำคัญของแผ่นดิน และยิ่งไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องของเจ้า" เซียวจิ้งเหยียนตรัสด้วยน้ำเสียงดุดันและจริงจังจนน่าใจหาย พระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าว จนหลินซูเหยาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและกลิ่นหอมจาง ๆ ของสนป่าโอบล้อมร่างของนางไว้ทุกทิศทาง พระหัตถ์หนาเอื้อมไปแตะปอยผมที่ระอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน ทำเอาสตรีผู้เยือกเย็นมาตลอดอย่างหลินซูเหยาถึงกับลมหายใจติดขัด "เจ้าปกป้องตัวเองได้ในโลกของเจ้า... แต่อย่าลืมว่าในโลกนี้ เจ้ามีเพียงตัวคนเดียว หากไร้ซึ่งอำนาจและเงาของเปิ่นหวังคุ้มครอง ต่อให้เจ้ามีสติปัญญาปราชญ์เปรื่องเพียงใด เจ้าก็ไม่พ้นกลายเป็นศพไร้ญาติขาดมิตรอยู่ข้างถนน" พระองค์กระซิบชิดริมหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับมนตราสะกดวิญญาณ "เลือกเอา... จะเซ็นสัญญาฉบับนี้ แล้วยืนเคียงข้างเปิ่นหวังในฐานะผู้กุมชะตาแผ่นดิน หรือจะฉีกมันทิ้ง แล้วเดินออกไปเผชิญหน้ากับคมดาบของอนุเหม่ยหลินด้วยตัวคนเดียว" หลินซูเหยากัดริมฝีปากแน่น สมองอันรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที นางรู้ดีว่าข้อเสนอของเซียวจิ้งเหยียนคือทางรอดเดียว ทว่ามันก็แลกมาด้วยการผูกติดชีวิตของนางไว้กับบุรุษอันตรายผู้นี้อย่างไม่มีวันหวนกลับ ในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธเพื่อต่อรองเงื่อนไขเพิ่มเติมนั้นเอง... *ปัง!* ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงร้องระงมด้วยความตื่นตระหนกของขันทีหน้าห้องดังแทรกเข้ามา "ท่านอ๋องแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระพันปีหลวง... พระพันปีหลวงทรงมีพระราชโองการด่วนที่สุด ทรงส่งราชองครักษ์เสื้อแพรมาปิดล้อมตำหนัก และ..." ขันทีหนุ่มคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "และทรงมีรับสั่งให้จับกุมพระชายาหลินซูเหยาในข้อหา... วางยาพิษปลงพระชนม์องค์ชายรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!" ดวงตาของเซียวจิ้งเหยียนหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารอันเยือกเย็นแผ่ทะลักออกมาจากร่างของชินอ๋องจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน หลินซูเหยาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางเหลือบมองแผ่นกระดาษเงื่อนไขพันธสัญญาบนโต๊ะสลับกับพระพักตร์ที่เคร่งขรึมดั่งพายุของเซียวจิ้งเหยียน... หมากตานี้ ร้ายกาจเกินคาดคิดเสียแล้ว! หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%