เสียงสะบัดของไม้เรียวหนังม้ากระทบลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงดัง *เพี๊ยะ* สะท้านไปทั่วโถงรับรองเรือนชั้นใน กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานอวี้ถังที่มักลอยวนเวียนอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับถูกกลบด้วยบรรยากาศกดดันอันหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
"กฎเกณฑ์ของจวนชินอ๋องมีไว้เพื่อปฏิบัติ ไม่ใช่มีไว้ให้พวกเจ้าใช้ประดับบารมีเพื่อรังแกผู้ใด"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนบ่าวไพร่และสาวใช้เรือนร่างสั่นเทา ไม่ได้มาจากบุรุษผู้เป็นเจ้าของจวน ทว่าเปล่งออกมาจากริมฝีปากของสตรีผู้สวมอาภรณ์ปักลายหงส์สีชาด หลินซูเหียน—หรือที่บ่าวในจวนเพิ่งเรียนรู้ว่าควรขานนามนางใหม่อย่างเคารพยิ่งว่า 'พระชายาเอก' นางนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามบนเก้าอี้พนักสูง สายตาดุจคมกระบี่กวาดมองกลุ่มบ่าวรับ15คนที่ถูกกักตัวไว้กลางลาน
ย้อนกลับไปเมื่อสามั่วยามก่อน หลินซูเหยาเพิ่งค้นพบว่าคลังเสบียงและบัญชีรายจ่ายของเรือนหลังถูกผูกขาดโดยอนุภรรยาเหม่ยหลินและบ่าวคนสนิท เงินเบี้ยหวัดของบ่าวไพร่ชั้นผู้น้อยถูกตัดทอน อาหารการกินถูกสับเปลี่ยนเป็นของบูดเน่าเพื่อยักยอกเข้ากระเป๋าตัวเอง การจัดการความเรียบร้อยจึงไม่ใช่แค่เรื่องของอำนาจ แต่มันคือการ 'เดินหมาก' ตาแรกบนกระดานที่นางเป็นผู้กำหนดกฎ
"พระชายาโปรดเมตตาด้วยเถิดเจ้าค่ะ!" บ่าวร่างท้วมผู้หนึ่งซึ่งเป็นคนสนิทของเหม่ยหลินโขกศีรษะจนฝุ่นตลบ "พวกบ่าวรับใช้ตามคำสั่งของอนุเหม่ยหลินมาโดยตลอด ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาจวนนี้ไม่เคยมีกฎระเบียบน่ารำคาญเช่นนี้ ท่านทำเช่นนี้... อนุเหม่ยหลินไม่มีทางยอมแน่!"
หลินซูเหยายกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กิริยาท่าทางเยือกเย็นดั่งสายน้ำ ทว่ากลับสร้างความหวาดผวาให้ผู้พบเห็นยิ่งกว่าพายุฝน นางวางถ้วยมาลา porcelain ลงบนโต๊ะกระทบกันเบาๆ เกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ
"อนุเหม่ยหลินงั้นหรือ?" มุมปากของศัลยแพทย์อัจฉริยะจากยุค 80 ยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่น "นางเป็นเพียงอนุภรรยาที่เข้ามาภายหลัง มีสิทธิ์อันใดมาตั้งกฎเกณฑ์แทนภรรยาเอกที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้? จำไว้... ในจวนชินอ๋องแห่งนี้ มีข้าที่เป็น 'ฟ้า' เพียงผู้เดียว หากผู้ใดคิดฝ่าฝืนกฎเหล็กสามข้อที่ข้าเพิ่งประกาศ โทษสถานเดียวคือโบยสามสิบทีแล้วขับไล่ออกนอกจวนอย่างไร้เยื่อใย!"
"บังเกิดเรื่องอันใดขึ้น เสียงดังเอะอะถึงเรือนหน้า?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านนอก ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายมังกรเงินยวง เซียวจิ้งเหยียน ชินอ๋องผู้เยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีวาดผ่านบ่าวไพร่ที่หมอบราบคาบก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเพรียระหงของสตรีผู้เป็นชายา
บรรยากาศในห้องพลันเงียบสงัดลงทันที บ่าวไพร่น้ำตาไหลพรากด้วยความหวังว่าท่านอ๋องจะทรงกริ้วพระชายาที่สร้างความวุ่นวาย
เหม่ยหลินที่แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่มุมเสา ลอบยิ้มเยาะในใจ นางมั่นใจว่าท่านอ๋องผู้เกลียดชังการถูกก้าวล่วงอำนาจจะต้องทรงตำหนิหลินซูเหยาอย่างแน่นอน
ทว่า... เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง
เซียวจิ้งเหยียนไม่ได้เอ่ยปากดุด่าผู้ใด เขากลับเดินตรงเข้าไปหาหลินซูเหยา ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองเอกสารบัญชีที่กองอยู่บนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งนับพันปี บัดนี้กลับฉายแววพึงพอใจและเอ็นดูระคนทึ่งอย่างปิดไม่มิด
"เจ้ากำลังจัดระเบียบเรือนหลังของข้าอยู่หรือ?" น้ำเสียงของท่านอ๋องไม่ได้มีร่องรอยของความโกรธเคืองแม้แต่น้อย กลับเจือไปด้วยความทุ้มต่ำชวนฟัง
"หม่อมฉันเพียงแต่วางระเบียบให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ท่านอ๋องคงไม่ทรงขัดข้องกระมังหากเรือนหลังของพระองค์จะมีระเบียบวินัยขึ้นมาบ้าง" หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทีดื้อรั้นแต่น่าเอ็นดูนี้ทำให้หัวใจของชินอ๋องผู้ไร้พ่ายกระตุกวูบ
เซียวจิ้งเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาออกไปปัดปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนของนางอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่าบ่าวไพร่และเหม่ยหลินที่แทบจะลมจับ
"ตามใจเจ้า" ชินอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้ยินมาก่อน "เรือนหลังนี้เป็นของเจ้า อยากจะจัดการอย่างไรก็ทำตามใจชอบ หากผู้ใดกล้าขัดคำสั่งของพระชายา... ตัดหัวเสียให้สิ้นเรื่อง"
คำว่า 'ตัดหัว' เปล่งออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราiกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ บ่าวไพร่อัปยศเหล่านั้นต่างพากันหน้าซีดเผือด หมอบกราบลงกับพื้นจนตัวสั่นเทา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
หลินซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย นางไม่คิดว่าบุรุษผู้นี้จะสนับสนุนนางอย่างไร้เงื่อนไขเช่นนี้ แววตาของเขาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกล้ำและประกายความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม ทำให้นางต้องรีบเบนสายตาหลบเพื่อซ่อนความหวั่นไหวชั่ววูบในอก
"เช่นนั้นก็ดี... ในเมื่อท่านอ๋องทรงอนุญาตแล้ว" หลินซูเหยาหันกลับไปสั่งการบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "นำตัวบ่าวที่ยักยอกทรัพย์สินเหล่านี้ไปส่งให้ผู้ดูแลคุกทหารรับโทษตามกฎ! ส่วนเจ้า..." นางปรายตามองบ่าวคนสนิทของเหม่ยหลิน "เก็บข้าวของแล้วไสหัวออกไปจากจวนเสีย"
เหม่ยหลินที่แอบฟังอยู่ริมเสา กัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความแค้นเคือง นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความอัปยศอดสูนี้ นางไม่มีวันปล่อยให้หลินซูเหยาได้ลอยนวลแน่!
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ในเรือนหลังกำลังเข้าสู่ความสงบภายใต้กฎเหล็กอันเด็ดขาดของพระชายา ขันทีเฒ่าหน้าตาตื่นคนหนึ่งก็วิ่งกระหựมเข้ามาด้วยความรีบร้อน เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยละอองฝนยามค่ำคืน
"ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ยื่นม้วนราชโองการสีทองอร่ามที่สั่นเทาออกมาระหว่างมือ "มี... มีราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวง ส่งตรงถึงพระชายาเอกพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ้งเหยียนขมวดคิ้วมุ่นทันที บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฉับพลัน เขายื่นมือไปคว้าม้วนราชโองการนั้นมาคลี่ออกอ่านด้วยตนเอง ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาผ่านอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น นัยน์ตาของชินอ๋องผู้เหี้ยมเกรียมก็หรี่แคบลง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
หลินซูเหยาเห็นท่าทีผิดปกติของสามี จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เกิดอะไรขึ้นในวังหลวง?"
เซียวจิ้งเหยียนเงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาที่มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อนและคลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำดั่งพายุ
"เสด็จพ่อมีพระราชโองการ... สั่งให้เจ้าเดินทางเข้าวังหลวงคนเดียวในยามวิกาล เพื่อรับการ 'ไต่สวน' ในข้อหาลอบวางยาพิษสนมเอกคนโปรดของไทฮ่องเต้!"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 6
กลยุทธ์เรือนหลัง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!