ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 4

ตบหน้าอนุคนโปรด

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นหอมกรุ่นของสุชาติตงฟางเม่ยเหรินลอยอวลเคล้าคละกับควันธูปไม้กฤษณาในตำหนักใหญ่ บรรยากาศภายในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของท่านย่าทวดตระกูลเซียวอบอวลไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและสายตาที่ซ่อนเร้นคมมีด ทว่าณ ใจกลางโต๊ะเสวย หลินซูเหยากลับนั่งหลังตรงสง่างาม นางอยู่ในชุดฮั่นфуปักลายหงส์สีเหมันต์ เรือนผมดำขลับประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายเมฆหมอก ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองเหล่าคุณหนูและฮูหยินตระกูลต่างๆ ที่ส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิกด้วยความรู้สึกดุจดั่งมองหมากบนกระดานที่กำลังรอเวลาเดิน "พี่หญิงซูเหยา... น้องเห็นท่านหมั่นเติมสุราชาสมุนไพรจอกนี้อยู่หลายครา หรือว่าสุราในจอกนี้จะไม่ถูกปากท่านกันเจ้าคะ?" น้ำเสียงหวานหยดย้อยราวกับเคลือบน้ำผึ้งอาบยาพิษดังขึ้นจากทางด้านข้าง เหม่ยหลิน อนุภรรยาคนโปรดผู้สวมอาภรณ์สีชมพูระเรื่อปักลายดอกท้อขยับกายเข้ามาใกล้ นางถือเหยือกสุราลวดลายประณีตในมือ แววตาคู่คมกริบซ่อนความริษยาและประกายความสะใจเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน ทว่าสำเนียงและคำพูดนั้นจงใจเปล่งออกมาให้ดังพอที่เหล่าผู้อาวุโสรอบโต๊ะจะได้ยินกันทั่วถ้วน หลินซูเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางไม่รีบร้อนตอบ นางช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาของเหม่ยหลิน นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อปีก่อนในร่างนี้ อนุผู้นี้เคยใช้มารยาเดียวกันนี้ใส่ร้ายนางจนเกือบถูกโบยจนตายตกตามกันไป ทว่าในยามนี้นางหาใช่สตรีอ่อนแอในอดีตไม่... นางคือศัลยแพทย์อัจฉริยะผู้ผ่านการผ่าตัดกลางสนามรบมานับร้อยเคส และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาจากห้องปฏิบัติการวิจัยระดับสูงในยุค 80 สมองของนางทำงานประมวลผลรวดเร็วยิ่งกว่าเครื่องจักร เพียงแค่กลิ่นจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาจากจอกสุราในมือเหม่ยหลิน นางก็สามารถแยกแยะองค์ประกอบทางเคมีและสมุนไพรทั้งหมดได้ทันที *ผงไป๋หลิงเถิงเจือปนกับน้ำต้มรากบัวหิมะ... พิษสลายกระดูกที่ออกฤทธิ์ช้า ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกอ่อนแรงและอวัยวะภายในล้มเหลวทีละน้อย ช่างเป็นวิธีฆ่าคนโดยไม่ให้มีรอยแผลที่แยบยลเสียจริงนะครับ* หลินซูเหยาคิดในใจ มุมปากยกยิ้มเยาะขึ้นวับหนึ่งอย่างเยือกเย็น "น้องเหม่ยหลินช่างมีน้ำใจนัก..." หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานใสราดรดความเงียบงันรอบโต๊ะให้สงบลง นางวางตะเกียบหยกในมือลงช้าๆ "แต่ก็น่าแปลกใจยิ่งนัก... สุราชาสมุนไพรจอกนี้ข้ายังมิได้แตะต้องลิ้มลองแม้แต่หยดเดียว เหตุใดเจ้าจึงรู้เล่าว่ามันไม่ถูกปากข้า? หรือว่า... เจ้าเป็นผู้ใส่ 'เครื่องปรุงพิเศษ' ลงไปด้วยตนเอง จึงรู้รสชาติของมันดีกว่าผู้ดื่มเล่า?" คำพูดที่ร่วงหล่นลงมาดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเหม่ยหลินแข็งค้างทันที สีหน้าของอนุสาวผู้มั่นใจในแผนการแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงชั่วขณะ นางรีบกะพริบตาถี่เพื่อกลบเกลื่อนความตระหนก "พี่หญิง... ท่านตรัสล้อเล่นอันใดกันเจ้าคะ? หม่อมฉันเป็นเพียงอนุ จะกล้าหาญชาญชัยลอบใส่สิ่งใดลงในสุราของท่านได้อย่างไร หม่อมฉันเพียงแต่... เป็นห่วงสุขภาพของท่านเท่านั้นเองเจ้าคะ" "เป็นห่วง?" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำเอาผู้ฟังหายใจไม่ทั่วท้อง นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงแผ่กลิ่นอายความเย่อหยิ่งทระนงดั่งนางพญา "หากเป็นความห่วงใย เหตุใดขอบจอกสุราทางด้านขวาจึงมีคราบผงไป๋หลิงเถิงที่ยังละลายไม่หมดติดอยู่เล่า? เจ้าคงลืมไปกระมังว่า... บิดาของข้าเคยดำรงตำแหน่งหมอหลวงผู้บัญชาการสำนักโอสถ ตั้งแต่วัยเยาว์ข้าคลุกคลีอยู่กับกลิ่นยาและพิษมานับร้อยชนิด พิษชนิดใดมีกลิ่นฉุนรุนแรง พิษชนิดใดไร้สีไร้กลิ่น ข้าล้วนแยกแยะได้ด้วยการสูดดมเพียงครั้งเดียว!" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยงในบัดดล บรรดาแขกเหรื่อต่างพากันวางตะเกียบลงและหันมามองเป็นตาเดียว เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเซียวต่างขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เหม่ยหลินตัวสั่นเทิ้มจนเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง นางไม่คาดคิดเลยว่าสตรีที่เคยโง่งลาและยอมจำนนต่อนางมาตลอด จะมีความรู้เรื่องพิษที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ "ซูเหยา... เจ้ากล่าวหาข้าลอยๆ เช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ! ท่านอ๋อง... โปรดให้ความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ!" เหม่ยหลินหันไปซบหน้าลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบุรุษผู้ทรงอำนาจที่ประทับอยู่ ณ ประธานพิธี เซียวจิ้งเหยียน ชินอ๋องผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดดั่งเทพเซียนสลัก ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักพิงไม้จันทน์แดง ดวงตาคมกราบกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งร่องรอยความเห็นใจต่ออนุคนโปรดแม้แต่น้อย สำนักข่าวกรองในมือเขารายงานพฤติกรรมของเหม่ยหลินมานานแล้ว เพียงแต่เขายังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการกวาดล้างสנוกปลอมเหล่านี้ให้พ้นเรือนหลัง "เหม่ยหลิน..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวาน บรรยากาศรอบตัวท่านอ๋องลดฮวบลงจนอุณหภูมิลดต่ำลงราฤดูหนาว "เจ้าร้องขอความเป็นธรรมจากเปิ่นหวาง... เช่นนั้น เจ้ากล้าดื่มสุราในจอกนั้นให้เปิ่นหวางดูสักจอกหรือไม่?" หัวใจของเหม่ยหลินหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ร่างกายของนางชาวาบไปทั้งร่าง ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด หากนางดื่มสุราพิษเข้าไป แม้จะมีถอนพิษแต่มันย่อมทำลายพลังภายในและสร้างความทรมานแก่ร่างกายไม่น้อย แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น หากปฏิเสธเท่ากับยอมรับผิดต่อหน้าธารกำนัล ในจังหวะที่เหม่ยหลินกำลังจะยื่นมือไม่รักดีไปหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มเพื่อเอาตัวรอด ทันใดนั้นเอง ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ของตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่ง3ร้อนขององครักษ์ประจำพระองค์ดังแทรกเข้ามาทำลายความเงียบ "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาคนสนิทคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เหงื่อไหลไคลย้อย "สายสืบของเราที่ชายแดนส่งม้าเร็วร้อยลี้มารายงานด่วน... กองกำลังทหารแคว้นเป่ยอวี๋เคลื่อนพลประชิดชายแดนแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ..." องครักษ์ผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย เหลือบสายตามามองหลินซูเหยาและเหม่ยหลินด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้ทุกคนในห้องเลี้ยงต้องหยุดหายใจ "และราชโองการลับจากฮ่องเต้... ที่สั่งปลดท่านอ๋องจากการบัญชาการกองทัพเพื่อส่งตัวกลับเมืองหลวงในฐานะกบฏ... ได้เดินทางมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับความเข้มข้นในบทนี้นะครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%