กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและสนมังกรเผาไหม้อย่างเชื่องช้าในกระถางทองสำฤทธิ์รูปทรงโบราณ ควันสีเทาอ่อนลอยวนเป็นเกลียวราวกับเส้นด้ายแห่งโชคชะตาที่กำลังถักทอเข้าหากัน ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงลับแห่งจวนชินอ๋องกลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์
"มันกล้าดียังไง..."
น้ำเสียงนั้นต่ำทุบดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในยามวิกาล สิ้นเสียงรายงานอันสั่นเครือจากองครักษ์เงา รัศมีสังหารที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกจากร่างของเซียวจิ้งเหยียนในทันที อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ดวงตาของชินอ๋องแดงก่ำดั่งสัตว์ป่าที่ถูกพรากเหยือกอันเป็นที่รัก ภาพจดหมายลับที่ถูกส่งมาจากตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้าม—อำมาตย์จ้าว—ซึ่งพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรกเพื่อใส่ร้ายหลินซูเหยา ยังคงวางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง
เซียวจิ้งเหยียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン เสียงกระดูกลั่นดังกรอบราวกับเตือนถึงพายุโลหิตที่จะชำระล้างเมืองหลวงให้กลายเป็นจุล
"ท่านอ๋องโปรดระงับโทสะก่อนครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นดังขึ้นจากเบื้องหลังฉากกั้นผ้าไหมปักลายหงส์ หลินซูเหยาเดินออกมาอย่างช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรสีม่วงเข้มปักดิ้นทองขยับไหวตามย่างก้าวอันสง่างาม นางไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย ดวงตาคู่หงส์คู่นั้นฉายแววเฉียบคมดุจกุนซือผู้มองทะลุปรุโปร่งทุกกลยุทธ์บนกระดานหมากรุก
เซียวจิ้งเหยียนหันขวับมามอง ร่องรอยความเกรี้ยวกราดในแววตาพลันอ่อนลงเมื่อเห็นใบหน้านวลเนียนของสตรีที่ตนหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต เขาก้าวเข้าไปหาด้วยฝีเท้าอันรวดเร็ว คว้าข้อพระกรของนางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอมแต่หนักหน่วง ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือ นางจะสลายหายไปกับสายลม
"ซูเหยา เจ้าก็เห็นแล้วว่าพวกมันบังอาจเพียงใด อำมาตย์จ้าวใช้ข้อหาลักลอบติดต่อกับแคว้นศัตรูมาบีบบังคับเจ้า ข้าจะนำทัพกวาดล้างตระกูลจ้าวให้สิ้นซากในคืนนี้!" เซียวจิ้งเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธ
หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมยแรกแย้มท่ามกลางหิมะโปรราน แต่นัยน์ตากลับทอประกายเย็นเยียบ นางยกมือเรียวขึ้นแตะที่อกเสื้อของชินอ๋องเบาๆ เพื่อหยุดยั้งความบุ่มบ่ามที่เกิดจากความรักอันล้นพ้นของเขา
"ท่านอ๋อง... ความโกรธเกรี้ยวเป็นหมากที่โง่ที่สุดบนกระดานสงครามนะครับ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทรงพลังพอที่จะดึงสติของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ให้กลับคืนมา "หากท่านยกทัพไปกวาดล้างตระกูลจ้าวในตอนนี้ เท่ากับท่านตกลงหลุมพรางที่พวกมันขุดไว้พอดี ฝ่ายตรงข้ามย่อมมีหลักฐานปลอมและพยานปากเอกรออยู่แล้ว การใช้กำลังทหารจะทำให้ฮ่องเต้ระแวง และเปิดช่องให้เหม่ยหลินกับพวกฉวยโอกาสซ้ำเติมเราในวังหลังได้"
เซียวจิ้งเหยียนขมวดคิ้วมุ่น ความร้อนรุ่มในอกค่อยๆ ถูกสติปัญญาของสตรีตรงหน้าหล่อหลอมให้เย็นลง เขาก้มลงมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและยอมจำนน "แล้วเจ้ามีแผนการเช่นไร? ข้ายินดียกกระดานนี้ให้เจ้าเป็นผู้เดิน"
"หมากเกมแรก... เราต้องปล่อยให้พวกมันตายใจก่อนครับ"
หลินซูเหยาหันหลังเดินกลับไปยังโต๊ะทำงาน นางหยิบพู่กันขนกระต่ายจุ่มน้ำหมึกสีดำสนิท ก่อนจะเริ่มเขียนข้อความลงบนกระดาษสาเนื้อดีด้วยลายมือที่ปราดเปรียวและงดงามราวกับลายเส้นของเทพเซียน
"อำมาตย์จ้าวคิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า แต่ความจริงแล้ว เขากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ข้าสร้างขึ้นอย่างช้าๆ ข้าจะทำทีเป็นหวาดกลัวต่อจดหมายฉบับนั้น และแสร้งส่งข่าวลับไปหาเหม่ยหลิน เพื่อทำทีว่าข้ากำลังหาทางหลบหนีออกจากจวนชินอ๋อง"
เซียวจิ้งเหยียนหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด ก่อนจะแย้มยิ้มมุมปาก ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามุมอับ "เจ้าต้องการใช้เหม่ยหลินเป็นสะพานเชื่อมเพื่อส่งข้อมูลเท็จไปยังอำมาตย์จ้าวสินะ?"
"ถูกต้องครับ" หลินซูเห่าวางพู่กันลง ดวงตาเป็นประกายด้วยความมั่นใจ "เมื่ออำมาตย์จ้าวรู้ว่าข้ากำลังจะหลบหนีและพยายามนำหลักฐานลับของเขาไปด้วย ความโลภและความหวาดกลัวจะทำให้เขาขาดความรอบคอบ เขาจะรีบร้อนส่งคนมาดักซุ่มโจมตีข้าในจุดที่ลับตาคน และนั่น... คือจังหวะที่เราจะเก็บบันทึกหลักฐานการทุจริตทั้งหมดของตระกูลจ้าวมาไว้ในมือได้อย่างชอบธรรม โดยที่มือของท่านอ๋องไม่ต้องเปื้อนเลือดเลยแม้แต่หยดเดียว"
แผนการอันแยบยลถูกวางโครงร่างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน
ทว่า ในขณะที่หลินซูเหยากำลังจะม้วนกระดาษแผนการเก็บใส่กล่องไม้ไผ่ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดอันเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกประตู ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดจากหน่วยองครักษ์เงา
"รายงานท่านอ๋อง! ชายาเอก... อภัยด้วยครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่ตำหนักชั้นใน อนุภรรยาเหม่ยหลินถือราชโองการลับจากท้องพระโรง บังคับบุกเข้ามาตรวจค้นห้องนอนของพระชายาซูเหยา อ้างว่าได้รับพระราชเสาวณาลับจากไทฮาว่า... พบหลักฐานการเป็นสายลับแคว้นศัตรูซุกซ่อนอยู่!"
สิ้นเสียงรายงานนั้น หลินซูเหยาชะงักฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากของนางมิได้จางหายไป กลับยิ่งทอประกายความสนุกสนานลึกล้ำราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ในขณะที่เซียวจิ้งเหยียนหันกลับไปมองประตูด้วยแววตาดุร้ายดั่งอสูรกายที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บังอาจเป็นชิ้นๆ
ก่อนที่ประตูห้องโถงจะถูกถีบเปิดออกโดยกลุ่มขันทีและทหารรักษาพระราชวัง นำหน้าด้วยร่างระหงของเหม่ยหลินที่แย้มยิ้มด้วยความเย่อหยิ่งและชัยชนะอันจอมปลอม
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 12
หมากเกมแรกเริ่ม
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!