หมึกสีชาดบนหนังสือหย่าแผ่นนั้น... ในยามนี้กลับดูคล้ายคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทงลงมากลางใจของเซียวจิ้งเหยียนอย่างเลือดเย็น
บรรยากาศรอบกายของชินอ๋องผู้เกรียงไกรหยุดชะงักลงในทันที ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดและบ้าคลั่งถึงขีดสุด ราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายกำยำที่เคยยืนหยัดมั่นคงดั่งขุนเขา กลับสั่นเทוםขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
มือหนาที่เคยกำกระบี่คร่าชีวิตศัตรูมานักต่อนัก บัดนี้กำลังสั่นระริกขณะเอื้อมไปคว้ากระดาษแผ่นบางที่หลุดลอยจากปลายนิ้วของหลินซูเหยา
*นางกล้า... นางกล้าหย่าขาดจากเขาจริง ๆ หรือ?*
"ซูเหยา..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือราวกับคนใกล้ตาย
หลินซูเหยาลอบผ่อนลมหายใจยาว นางป้องมือคารวะตามธรรมเนียมโบราณอย่างสง่างาม ดวงตาคู่คมปลาบที่ผ่านการรักษาผู้คนมานับไม่ถ้วนฉายแววราบเรียบไร้ระลอกคลื่น นางมิใช่สตรีในห้องหอที่จะมานั่งร่ำไห้ฟูมฟายวอนขอความเมตตาจากบุรุษผู้เห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ ในเมื่อเขาเลือกทางเดินนั้นแล้ว นางย่อมเดินจากมาอย่างสมศักดิ์ศรี
"ท่านอ๋องโปรดรักษาสุขภาพด้วยเพคะ หนังสือหย่าฉบับนี้ ข้าพเจ้าได้ลงนามและประทับตราตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ทางใครทางมัน วาสนาต่อกันคงสิ้นสุดเพียงเท่านี้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งคมดาบที่ปักลงกลางใจคนฟัง
เซียวจิ้งเหยียนก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วตำหนัก ทว่าในแววตาคู่นั้นมิได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว และความเจ็บปวดร้าวลึกที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ
"เจ้าคิดว่าข้าจะยอมรับกระดาษแผ่นนี้อย่างนั้นหรือ?" เซียวจิ้งเหยียนเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือไปเพียงเสี้ยววินาที นางจะสลายหายไปกับสายลม
หลินซูเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความเจ็บ แต่นางไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมา นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ท่านอ๋องโปรดสำรวมกิริยาด้วย เพลานี้เรามิได้มีความเกี่ยวข้องกันทางนิตินัยและพฤตินัยแล้ว การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ไม่เหมาะสม แต่ยังเป็นการหยามเกียรติข้าพเจ้าอีกด้วย"
*ความเกี่ยวข้องกันทางนิตินัยและพฤตินัย?*
คำพูดแปลกหูเหล่านี้หลุดออกจากปากนางเสมอ ยามที่นางเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขัน แต่วันนี้... มันกลับบาดลึกยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เซียวจิ้งเหยียนเพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีนี้เอง ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามองข้ามเพชรแท้ล้ำค่าที่อยู่ใกล้ตัวเพียงใด เขามัวแต่หลงงมงายกับภาพลวงตาและแผนการชิงอำนาจ จนมองไม่เห็นหัวใจที่บริสุทธิ์และมั่นคงของสตรีผู้นี้
เขารักนาง... เขารักนางหมดหัวใจไปนานแล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? อาจจะเป็นวันที่นางใช้สติปัญญาพลิกสถานการณ์ในค่ายทหาร หรืออาจจะเป็นยามที่นางยืนหยัดปกป้องความถูกต้องด้วยดวงตาที่เปล่งประกายดั่งดวงดาวในคืนเดือนแรม
ทว่า... มันสายเกินไปแล้วหรือ?
"ข้าไม่หย่า!" ชายหนุ่มคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยความคลั่งแค้นและรuรรา "ต่อให้เจ้ามีหนังสือหย่าอีกสักร้อยแผ่น ข้าก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าจากไป! เจ้าคือชายาของเซียวจิ้งเหยียนผู้นี้ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต!"
"ท่านอ๋องช่างเผด็จการเสียจริง!" หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเย้ยหยัน "ยามที่อนุเหยี่ยวพิษของท่านวางแผนใส่ร้ายข้า ท่านเลือกที่จะเชื่อคำลวง ยามที่ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดในเรือนหลัง ท่านอยู่ที่ใด? ท่านอ๋องผู้ทรงคุณธรรม บัดนี้กลับมาเอ่ยคำว่า 'ไม่หย่า' ท่านคิดว่าข้าเป็นสิ่งของที่ท่านจะนึกอยากเก็บไว้ก็เก็บ นึกอยากเขี่ยทิ้งก็เขี่ยกระนั้นหรือ?"
วาจาแต่ละคำเปรียบเสมือนคมหอกที่ซัดเข้าใส่หัวใจของเซียวจิ้งเหยียนจนพรุน เขาเจ็บปวดจนแทบกระอักษิตออกมาเป็นเลือด ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวเขามาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความคลั่งรักและความสิ้นหวังที่โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก ขันทีรับใช้คนสนิทวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ
"ท... ทูลท่านอ๋อง เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีผู้นั้นละล่ำละลักละลอกรายงาน "ทาง... ทางวังหลวงส่งพระราชโองการด่วนที่สุดมาถึงหน้าประตูตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ้งเหยียนขมวดคิ้วฉับ ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมา เขายังเคลียร์ปัญหากับหลินซูเหยาไม่จบ จะมีเรื่องอันใดเร่งด่วนอีก "พระราชโองการอันใดกัน ถึงขนาดทำให้เจ้าเสียกิริยาเช่นนี้?"
"ฝ่าบาททรงมีรับสั่งด่วน... แต่งตั้งให้ 'คุณหนูหลินซูเหยา' ดำรงตำแหน่งเป็น 'ราชองครักษ์หญิงพิเศษ' ประจำพระองค์ พร้อมทั้ง... มีพระราชโองการสมรสพระราชทาน ให้คุณหนูหลินอภิเษกกับองค์ชายสามในอีกสามวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นคำประกาศนั้น... อุณหภูมิภายในตำหนักดิ่งฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
เซียวจิ้งเหยียนหันขวับกลับไปมองหน้าหลินซูเหยา ดวงตาคู่นั้นลุกโชนด้วยไฟแห่งความหึงหวงและโทสะที่ระเบิดออกจนถึงขีดสุด ขณะที่หลินซูเหยากลับนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มปริศนาที่ยากจะคาดเดา
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 21
จากความเย็นชาสู่ความคลั่ง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!