"แผนการที่ไร้ซึ่งความแยบคาย ก็ไม่ต่างอันใดกับการเอาเนื้อเข้าปากเสือ... อนุเหม่ย ท่านคิดว่าตั๋วแลกเงินสี่หมื่นตำลึงที่ท่านยักยอกมาจากคลังเสบียงกองทัพพายัพ จะสามารถกลบเกลื่อนร่องรอยด้วยการป้ายสีให้โรงหมอของข้าได้กระนั้นหรือ?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์ของหลินซูเหยา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงใหญ่เรือนรับรอง นางสวมชุดคลุมผ้าแพรต่วนปักลายหมู่ปักษาสีครามเข้ม ศีรษะประดับปิ่นหยกขาวสลักลายเมฆมงคล ท่าทีสง่างามราวกับแม่ทัพหญิงที่กำลังตรวจพลในสมรภูมิ สายตาคมกริบดั่งคมดาบกวาดมองร่างของอนุเหม่ยที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและหวาดกลัว
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน อนุเหม่ยได้ร่วมมือกับไส้ศึกจากฝ่ายตรงข้าม นำหลักฐานปลอมแปลงบัญชีการเบิกจ่ายยาและสมุนไพรมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของผู้ตรวจการวังหลัง โดยตั้งใจจะกล่าวหาว่าหลินซูเหยาแอบลักลอบนำเวชภัณฑ์ของกองทัพไปขายต่อเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัว ซึ่งโทษทัณฑ์ในข้อหานี้คือการประหารชีวิตสถานเดียว ทว่า หลินซูเหยาผู้ซึ่งผ่านสนามชีวิตอันโหดร้ายมาทั้งในยุคศตวรรษที่ 20 และโลกคู่ขนานแห่งนี้ นางใช้หลักการวิเคราะห์ข้อมูลและ "กลยุทธ์การรบแบบโอบล้อม" ของซุนวูมาปรับใช้ นางแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ปล่อยให้เหม่ยหลินตายใจเดินหมากตามแผนที่นางขุดหลุมรอไว้ จากนั้นจึงพลิกกระดานด้วยบัญชีลับต้นฉบับที่นางคัดลอกและซ่อนไว้ในจุดที่คาดไม่ถึง นำมาตบหน้าศัตรูฉาดใหญ่ต่อหน้าขุนนางผู้ตรวจการ
"เจ้า... เจ้าสารเลว! เจ้ากล้าดียังไงมากล่าวหาข้าด้วยหลักฐานลมๆ แล้งๆ เหล่านี้!" เหม่ยหลินกรีดร้องเสียงแหลม ใบหน้าที่เคยงดงามบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้น นางพยายามหยิบถ้วยชาขึ้นมาซ่อนพิรุธ ทว่าปลายนิ้วที่สั่นเทากลับทำให้ฝาปิดถ้วยกระทบกับขอบถ้วยเกิดเสียงดังเคร็งเครด
"หลักฐานลมๆ แล้งๆ อย่างนั้นหรือ?" หลินซูเหยาแย้มยิ้มเย็นชา นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้าของรองเท้าผ้าปักลายกระทบพื้นไม้ดังเป็นจังหวะราวกับเสียงกลองศึกที่กำลังบดขยี้ขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้าม "รอยตราประทับของคลังเสบียงพายัพบนกระดาษสาแผ่นนี้ เป็นหมึกชาดนำเข้าจากเมืองอี้โจว ซึ่งมีเพียงอนุภรรยาที่มีอำนาจเบิกจ่ายในเรือนชั้นในเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง แล้วใยท่านจึงกล้าปฏิเสธเล่าว่าไม่เคยแตะต้องมัน?"
บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบหยุดหายใจ ขุนนางผู้ตรวจการที่ถูกส่งมาตรวจสอบคดีถึงกับเหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา เพราะรู้ดีว่าเบื้องหลังของหลินซูเหยาคือชินอ๋องเซียวจิ้งเหยียน ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและรักภรรยาปานดวงใจ ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องนาง ย่อมมีจุดจบที่ไม่ต่างอะไรจากการเอาคอไปพาดไว้บนแท่นประหาร
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยมือขององครักษ์เงา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้น 5 เล็บก้าวเข้ามาด้วยรัศมีน่าเกรงขาม เย็นชา และทรงอำนาจจนผู้คนต้องรีบหมอบกราบลงกับพื้นโดยมิกล้าทักท้วง
เซียวจิ้งเหยียนกวาดสายตาคมปลาบดุจพญาอินทรีมองเหตุการณ์ทั้งหมด ปราดเดียวก็เข้าใจกลยุทธ์ที่ภรรยาของตนใช้จัดการศัตรู แววตาที่เคยเย็นชาปรากฏความภาคภูมิใจและประกายความคลั่งรักวาบผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี
"บังเกิดเรื่องอันใดขึ้นในเรือนของชายาเอกของเปิ่นหวาง?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับตัวสั่นสะท้าน
เหม่ยหลินเห็นดังนั้นก็รีบคลานเข้าไปหมอบแทบเท้าของชินอ๋อง นางหวังจะใช้มารยาหญิงเรียกร้องความเห็นใจ "ท่านอ๋อง... โปรดความเป็นธรรมให้หม่อมฉันด้วยเพคะ พระชายาเอกนางใช้อำนาจและหลักฐานเท็จใส่ร้ายหม่อมฉัน..."
เซียวจิ้งเหยียนปรายตามองนางราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "เปิ่นหวางมอบอำนาจให้ชายาเอกดูแลเรือนหลังทั้งหมด ผู้ใดที่กล้าอาจหาญลองดีกับนาง... ย่อมเท่ากับประกาศสงครามกับกองทัพพายัพทั้งแสนนาย"
พูดจบ พระองค์ก็ยื่นมือหนาออกไปกอบกุมมือเรียอบางของหลินซูเหยาขึ้นมาสัมผัสเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและแสดงจุดยืนเคียงข้างนางอย่างหนักแน่นดั่งขุนเขา
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมการเมืองในวังหลังนี้ได้บทสรุปแล้ว องครักษ์เงาอีกนายก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าพร้อมกับยศถือกระบอกไม้ไผ่ลับปิดผนึกด้วยครั่งประทับตราพญาอินทรี ซึ่งส่งตรงมาจากห้องทรงพระสำราญของฮ่องเต้
"ทูลท่านอ๋อง... มีพระราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวจิ้งเหยียนรับกระบอกไม้ไผ่มาด้วยสีหน้าสุขุมนุ่มลึก แต่เมื่อเขาแกะผนึกออกและกวาดสายตาอ่านข้อความด้านในเพียงปราดเดียว นัยน์ตาคมกริบของท่านอ๋องก็หรี่แคบลง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที
"เกิดอะไรขึ้นเพคะ?" หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น นางสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันตรายที่ซ่อนอยู่หลังตัวอักษรเหล่านั้น
เซียวจิ้งเหยียนหันมามองนาง สายตาที่ทอดมองเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน ทั้งปกป้อง หวงแหน และกังวลใจ ก่อนที่พระองค์จะยื่นม้วนกระดาษแผ่นนั้นให้ภรรยาอ่านด้วยตนเอง และเมื่อหลินซูเหยาไล่สายตาอ่านข้อความจนจบ หน้าตาดั่งหยกสลักของนางก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย... เพราะในนั้นระบุชัดเจนว่า บุคคลที่อยู่เบื้องหลังการยักยอกเสบียงและส่งมือสังหารมาแทรกซึมในจวนอ๋อง หาใช่เหม่ยหลินไม่... หากแต่เป็น "องค์รัชทายาท" ที่ทรงมีรับสั่งให้จับกุมตัวหลินซูเหยาในข้อหาสมคบคิดกับกบฏต่างแคว้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลยุทธ์และห้วงเวลาอันเข้มข้นนี้มาด้วยกัน ณ ตอนนี้นะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 24
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!