ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 32

แผนที่ไร้พ่าย

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงคำรามกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดลงกลางปฐพีของกองทัพม้าเหล็กแคว้นเป่ยหลี่ สะเทือนจนผืนดินใต้กำแพงเมืองด่านเจียอวี้กวนสั่นไหวระรัว ธนูนับพันดอกถูกน้าวขึ้นฟ้าดุจฝูงตั๊กแตนเหล็กที่พร้อมกลืนกินสรรพชีวิต แต่บนเชิงเทินอันหนาทึบ กลับปรากฏร่างระหงในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดที่ยืนตระหง่านอย่างสง่างาม ลมหนาวพัดชายผ้าคลุมของนางปลิวสยาย แววตาคู่คมกริบดั่งกุนซือผู้ผ่านศึกมานับร้อยครามิได้มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "รายงานท่านชายา! ข้าศึกนำโดยแม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬ ใช้ค้อนเหล็กยักษ์และซุงทะลวงประตูทิศเหนือแล้วพ่ะย่ะค่ะ แรงกระแทกทำให้แนวคานไม้ชั้นแรกเริ่มปริแตก เสียงคำรามของพวกมันดังสนั่นจนทหารยามเริ่มเสียขวัญแล้วครับ!" เสียงรายงานจากนายกองหน้าสั่นเทาด้วยความตื่นกลัว หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะชายตามองความวุ่นวายเบื้องล่าง มือเรียวบางดั่งหยกขาวจรดพู่กันหมึกจีนลงบนแผนที่ยุทธศาสตร์แผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะศิลา นางตวัดปลายพู่กันอย่างมั่นคงและรวดเร็ว ราวกับกำลังบรรเลงบทกวีแห่งความตาย "เสียขวัญหรือ..." ซูเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นยะเยือกจนนายกองหนุ่มต้องกลืนน้ำลายลงคอ "บอกกองพลทหารช่าง จุดชนวนดินปืนที่ฝังไว้ใต้ชั้นหินศิลาทิศเหนือทันที และสั่งให้หน่วยพลธนูเปลี่ยนเป็นลูกศรอาบน้ำมันพืชดิบ... รอจนกว่าพวกมันพังประตูชั้นนอกเข้ามาได้ครึ่งก้าว จงจุดไฟเผาผืนปฐพีตรงนั้นให้กลายเป็นทะเลเพลิงเสีย!" นี่มิใช่สงครามแบบที่คนในยุคนี้เข้าใจ... แต่นี่คือกลยุทธ์ทางยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานความรู้ด้านฟิสิกส์ แรงดัน และเคมีจากโลกศตวรรษที่ 20 เข้ากับภูมิประเทศอันซับซ้อนของหุบเขาโบราณ ซึ่งนางได้วางหมากเตรียมการไว้อย่างแยบยลตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว ตูม! แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิด แรงอัดอากาศมหาศาลพัดโถมเข้าใส่กองทัพหน้าของแคว้นเป่ยหลี่จนกระเด็นลอยละลิ่วราวกับใบไม้ร่วง พื้นดินที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้กลายเป็นหลุมลึกอัคคีลุกโชน ทันทีที่แม่ทัพพยัคฆ์ทมิฬนำกำลังส่วนที่เหลือบุกทะลวงเข้ามาตามแผนที่ซูเหยากับดักไว้ ฝนธนูเพลิงนับหมื่นดอกก็ร่วงหล่นลงมาอาบไล้ร่างของพวกมันอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดผสานกับกลิ่นเนื้อไหม้เกรียมคละคลุ้งไปทั่วสนามรบ ความฮึกเหิมของกองทัพข้าศึกที่เคยถมถมดั่งคลื่นยักษ์ บัดนี้กลับถูกสยบลงด้วยสติปัญญาอันล้ำลึกของสตรีเพียงผู้เดียวบนเชิงเทิน ท่ามกลางควันไฟและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ม้าศึกสีดำสนิทราวกับนิลกาฬพุ่งทะยานฝ่ากองทัพเข้ามาอย่างอารักขา บุรุษในชุดเกราะทมิฬสลักลวดลายพยัคฆ์ทองคำใบหน้าคมคายดั่งเทพสสงครามแววตาดุดลวดลายเหยี่ยวป่า ทว่ายามนี้กลับฉายแววระคนความห่วง ใยและทึ่งระคนกัน เซียวจิ้งเหยียน หรือชินอ๋องผู้เยือกเย็นและเลือดเย็น บัดนี้กุมบังเหียนม้าหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้านาง ดวงตาคมกริบกวาดมองซากอารักขาของศัตรูที่กองระเนระนาด ก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างระหงของภรรยาผู้เป็นดั่งดวงใจ "ซูเหยา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำของท่านอ๋องสั่นเครือเล็กน้อย ยามที่ก้าวลงจากหลังม้าแล้วดึงร่างของนางเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคง "เจ้าทำให้เปิ่นหวัง... หัวใจแทบหยุดเต้น" ซูเหยาซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่สวมเกราะเหล็ก นางสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติของบุรุษผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใดในใต้หล้า แม้ภายนอกเขาจะดูดุดันและเยือกเย็นเพียงใด แต่ยามนี้แววตาที่มองนางกลับลึกล้ำและเปี่ยมไปด้วยความรักอันหนักแน่นดั่งขุนเขา "หม่อมฉันบอกท่านแล้ว... ว่าด่านเจียอวี้กวนแห่งนี้ จะไม่มีวันแตกพ่ายตราบที่หม่อมฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ครับ" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากที่เคลือบด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการใช้สมาธิขั้นสูง เซียวจิ้งเหยียนจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจที่เปราะบางที่สุดในโลก แม้เมื่อครู่เขาจะนำทัพตลบหลังเข้าตีค่ายใหญ่ของข้าศึกจนแตกพ่ายราบคาบ แต่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศึกครั้งนี้ กลับไม่ใช่การได้ดินแดนคืนมา... หากแต่เป็นการได้ปกป้องสตรีผู้กุมหัวใจเขาไว้ทั้งดวง ทว่า บรรยากาศอันลึกซึ้งและอบอุ่นกลับถูกขัดจังหวะลงอย่างกะทันหัน เมื่อม้าเร็วสวมชุดเกราะหน่วยลับของวังหลวงควบตะบะเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" นายทหารหน่วยลับกระโดดลงจากหลังม้าคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวจิ้งเหยียน ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก "มีพระราชโองการด่วนจากเมืองหลวง... สั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพบูรพา ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ! และ... และมีรับสั่งให้นำตัวพระชายาหลินซูเหยา เข้าเฝ้าเป็นการด่วนในฐานะเชลยศึกแห่งแคว้น!" รอยยิ้มแห่งชัยชนะบนใบหน้าของเซียวจิ้งเหยียนพลันหายวับไปในพริบตา แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำดั่งสัตว์ป่ากระหายเลือด บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซูเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย นางรู้ทันทีว่านี่คือหมากกลขั้นสุดท้ายที่เหม่ยหลินและพวกขุนนางกังฉินในราชสำนักร่วมมือกันเดินเพื่อหักหลังพวกเขา เซียวจิ้งเหยียนแค่นเสียงหัวเราะต่ำในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วสารทิศ มือหนากุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ดี... ดีมาก พวกมันช่างกล้าเล่นกับไฟนัก!" เซียวจิ้งเหยียนหันกลับมามองซูเหยา สายตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่เฉียบขาด "ซูเหยา... ขึ้นมาบนหลังม้ากับเปิ่นหวัง ต่อให้เบื้องหน้าคือราชบัลลังก์หรือขุมนรก เปิ่นหวังก็จะพาเจ้าฝ่ามันไป!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลยุทธ์และห้วงเวลาอันระทึกนี้มาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เฉินเว่ยสายลุย -
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%