ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 33

วินาทีเฉียดตาย

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายกำยานจันทน์หอมราคาแพงคุกรุ่นอบอวลอยู่ภายในห้องรับรองชั้นในของจวนชินอ๋อง ทว่าบรรยากาศยามวิกาลเช่นนี้กลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว หลินซูเหยากำลังใช้ปลายเข็มเงินบริสุทธิ์ตรวจสอบคราบสารสีเขียวเข้มที่เจือปนอยู่บนขอบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายคราม ดวงตาคู่คมกริบดุจกุนซือผู้ผ่านศึกคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วนหรี่ลงเล็กน้อย สติปัญญาอันเฉียบคมของศัลยแพทย์อัจฉริยะจากยุคแปดสิบวิเคราะห์สารพิษชนิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว มันคือ 'พิษจันทร์ดับ' พิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในภายในชั่วลมหายใจเดียว "แผนการของเหม่ยหลินช่างลึกล้ำและใจคอเหี้ยมเกรียมยิ่งนัก... ชายาเอกคนใหม่เช่นข้า หากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ย่อมไร้ซึ่งแม้กระทั่งโลงศพฝัง" หลินซูเหยาพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายแห่งความท้าทายในแววตา "รู้ตัวว่าอันตราย เหตุใดเจ้ายังกล้าก้าวเข้ามาในวังวนนี้ด้วยเล่า, ซูเหยา" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากเงาดำเบื้องหลังฉากกั้นปักลายหงส์คู่มังกร เซียวจิ้งเหยียนปรากฏกายขึ้นราวกับภูตพรายในความมืด ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองย่างก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าไร้ซุ่มเสียง ทว่าแววตาที่ทอดมองนางกลับมิได้เย็นชาดุจน้ำแข็งเช่นเคย หากแต่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและห่วงหาอาทรอย่างลึกซึ้ง "หากข้าไม่ก้าวเข้ามา แล้วท่านอ๋องผู้เยือกเย็นจะทรงมองเห็นเบื้องหลังรอยยิ้มอันจอมปลอมของอนุภรรยาผู้แสนดีหรือเพคะ?" หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางเบา นางมิได้ถอยหนีเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิด กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงพลังและไออุ่นจากกายของเขาโอบล้อมนางไว้ในพื้นที่แคบๆ ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเซียวจิ้งเหยียนก็กระตุกวาบ! *ฉับ!* ประกายแสงสีเงินยวดยวงวับวาบผ่านความมืดมิด เสียงแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงกรีดแทะโสตประสาท เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งพุ่งทะลุผ่านกระดาษสาของหน้าต่างเข้ามาด้วยความเร็วราวสายฟ้าแลบ เป้าหมายของมันมิใช่ผู้ใดอื่น แต่มุ่งตรงไปยังจุดตายบริเวณหัวใจของหลินซูเหยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า! ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยวลมหายใจเดียว ร่างกายของหลินซูเหยวยังไม่ทันได้ตอบสนองต่อสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าอ้อมแขนอันแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของชินอ๋องกลับคว้าตัวนางเข้าหาแนบอกด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เซียวจิ้งเหยียนพลิกกายอย่างองอาจ ใช้แผ่นหลังกว้างของตนเองเป็นโล่กำบังรับคมธนูมรณะดอกนั้นแทนสตรีในดวงใจ *ฉึบ!* เสียงเนื้อและกระดูกถูกเจาะทะลวงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เลือดสีแดงเข้มสาดกระเซ็นลงบนพื้นพรมปักลายโบราณ หยดแล้วหยดเล่าราวกับดอกเหมยสีชาดที่เบ่งบานท่ามกลางหิมะขาวโพลน "ท่านอ๋อง!" หลินซูเหยาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนตื่นตระหนก สติปัญญาและท่าทีสุขุมเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา มือเรียวบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปสัมผัสแผ่นหลังหนาที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของบุรุษตรงหน้า "ท่าน... ท่านบ้าไปแล้วหรือ เหตุใดจึงเอาตัวมารับธนูแทนข้า!" เซียวจิ้งเหยียนแย้มรอยยิ้มจางๆ ออกมา ทว่าริมฝีปากกลับซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วพิษร้ายที่เคลือบบนหัวลูกธนูกำลังแผ่ซ่านเข้าสู่กระแสโลหิตอย่างน่ากลัว มือหนาเอื้อมขึ้นประคองใบหน้างามของนางไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคราบน้ำตาที่ปริ่มอยู่ตรงหางตาของนางแผ่วเบา "ข้าเคยสูญเสียสิ่งสำคัญมาแล้วครั้งหนึ่ง... ในวันที่บัลลังก์เต็มไปด้วยคราบเลือด ข้าไม่เคยหลั่งน้ำตา" เซียวจิ้งเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจเริ่มติดขัด ทว่าสายตายังคงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางอย่างมั่นคงและหนักแน่นดั่งขุนเขา "แต่หากในวันนี้ เจ้าต้องมาดับสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตาข้า... แผ่นดินนี้หรือบัลลังก์มังกรนั้น จะยังมีค่าอันใดให้ข้าต้องปกป้องอีกเล่า, ซูเหยา" หัวใจของหลินซูเหยาราวกับถูกค้อนมหึมาทุบซ้ำอย่างไร้ความปรานี ความรู้สึกผิด ความซาบซึ้ง และความรักอันหนักแน่นที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งเหตุผล พังทลายลงในวินาทีนี้ นางรีบดึงสติความเป็นแพทย์มือหนึ่งกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว มือทั้งสองข้างกดลงบนบาดแผลเพื่อสกัดกั้นการไหลเวียนของโลหิต พร้อมกับหยิบซองเข็มเงินสำรองออกจากแขนเสื้อด้วยความคล่องแคล่วว่องไว "อย่าเพิ่งพูดมาก ท่านอ๋อง! พิษนี้กำลังลามเข้าสู่หัวใจ หากท่านตายที่นี่ ข้าสัญญาว่าจะเผาจวนอ๋องแห่งนี้ให้เป็นจุลแล้วตามไปเอาคืนท่านในปรภพแน่นอน!" หลินซูเหยาเอ็ดตะพานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แม้คำพูดจะดุร้าย แต่นัยน์ตากลับเอ่อ ทว่า ในจังหวะที่หลินซูเหยากำลังจะลงเข็มเพื่อสกัดจุดสะกัดพิษให้แก่เซียวจิ้งเหยียนนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอกจวน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจขององครักษ์ประจำตัว "มีมือสังหาร! คุ้มครองท่านอ๋อง!" ประเด็นสำคัญมิได้อยู่ที่เสียงโกลาหลภายนอก แต่อยู่ที่บานประตูห้องรับรองที่ถูกถีบเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างในชุดเกราะอ่อนของแม่ทัพกองกำลังรักษาพระนครก้าวเข้ามาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือ สายตาคมกปราบกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวานที่แฝงไปด้วยเจตนาอันชั่วร้าย "ชินอ๋องฝ่าฝืนกฎมณเฑียรบาล ซ่องสุมกำลังพลและกระทำความผิดมหันต์... และบัดนี้ มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ให้ปลดชินอ๋องจากการควบคุมกองทัพทั้งหมด พร้อมทั้ง... ควบคุมตัวชายาหลินซูเหยา ไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันที!" ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านห้วงเวลาอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%