คราบโลหิตบนพื้นศิลาขาวจัตุรัสไม่ได้หลงเหลือกลิ่นอายของความเมตตาแม้แต่ธุลีเดียว
หลินซูเหยากวาดสายตาคมกริบดุจคมกระบี่มองไปยังร่างของ "อาเฉิง" องครักษ์ผู้ติดตามรับใช้ข้างกายมาแรมปี บุรุษผู้ซึ่งนางเคยไว้วางใจให้ถือครองกุญแจห้องลับและยาสมานแผลในยามคับขัน บัดนี้กลับยืนอยู่เบื้องหลังเงื้อมมือของเหม่ยหลิน สองมือของเขาประสานคารวะด้วยท่าทีนอบน้อม ทว่านัยน์ตากลับหลบวูบวาบไม่กล้าสบประสาน
"ทำไม... อาเฉิง" น้ำเสียงของนางราบเรียบทว่าเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์ ปราศจากความตระหนก มีเพียงความผิดหวังระคนสมเพชในความโลภของมนุษย์ "ข้าเคยช่วยชีวิตเจ้าจากคมดาบที่ชายแดนเป่ยเฉิง... เจ้าเอาชีวิตและความจงรักภักดีของตน ไปแลกกับตั๋วเงินสاخ ใบนั้นคุ้มค่าแล้วหรือ?"
อาเฉิงตัวสั่นเทาเล็กน้อยริมฝีปากขยับจะเอ่ยคำแก้ตัว ทว่าถูกเสียงหัวเราะเยาะหยันของเหม่ยหลินที่ก้าวออกมาจากม่านไหมปักลายหงส์ทองขัดขึ้นเสียก่อน
"ฮ่าๆๆๆ พระชายา... ท่านนี่ช่างเดียงสาเสียจริง ความจงรักภักดีในโลกหล้าอันโสมมนี้ มีค่าเทียบเท่าเศษผงปลายเล็บเมื่อเทียบกับอำนาจและเงินตราหรอกเพคะ อาเฉิงเขาแค่มองการณ์ไกล เลือกนายผู้ที่จะกุมชะตาแผ่นดินในวันหน้าต่างหากเล่า!" เหม่ยหลินแย้มยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความสะใจ นางสะบัดแขนเสื้อผ้าต่วนเนื้อดี กลิ่นหอมหวานเอียนของกำยานหมื่นบุปผาลอยอวลอยู่ในห้องโถงอับทึบแห่งนี้ ซึ่งถูกปิดตายประตูหน้าต่างทุกด้านด้วยคำสั่งของชินอ๋อง—ทว่าในยามนี้ ชินอ๋องผู้เกรียงไกรกลับไร้หนทางช่วยเหลือ
ที่มุมห้อง เซียวจิ้งเหยียนประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พยุงกายสลักลายมังกร ลมหายใจของเขาติดขัดและแผ่วเบาอย่างยิ่ง
พิษสลายวิญญาณเจ็ดทวารที่ถูกผสมลงในชาต้มสมุนไพรเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน กำลังกัดกินเส้นเอ็นและพลังลมปราณอันกล้าแกร่งของแม่ทัพผู้ไร้พ่ายทีละน้อย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย ริมฝีปากที่เคยเหี้ยมเกรียมและฉายแววดุดันบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ทว่านัยน์ตาคู่คมสีนิลกาฬที่มองตรงมายังหลินซูเหยา กลับมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย มีเพียงความห่วงหาอาทรและประกายดุร้ายของหมาป่าที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้ใดก็ตามที่กล้าแตะต้องนาง
"ซูเหยา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อนาง ชายหนุ่มพยายามขยับกายลุกขึ้น ทว่าปลายนิ้วชาด้านจนไม่สามารถแม้แต่จะกำด้ามกระบี่ประจำกายได้ "อย่า... เข้ามาใกล้ถ้วยชานั้น..."
หลินซูเหยาหาได้ถอยหลังไม่ นางก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างบุรุษผู้เป็นสามีในนามแต่ผูกพันลึกซึ้งดั่งขุนเขา ปลายชายเสื้อปักลายเหมราชสะบัดตามจังหวะก้าวเดินอย่างมั่นคง นางยื่นมือเรียวดุจหยกขาวออกไปประคองต้นแขนแกร่งของเซียวจิ้งเหยียนไว้ สัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มจากพิษร้ายที่แผดเผาร่างกายเขา นางส่งยอดพินิจพิจารณาสถานการณ์ด้วยสายตาดั่งนักหมากรุกที่กำลังจนมุม ทว่าในยามที่จนมุมที่สุด มักเป็นจังหวะที่คมดาบจะตวัดสวนกลับได้อย่างเจ็บแสบที่สุดเช่นกัน
"ท่านอ๋องทรงตรัสถูกแล้วเพคะ" หลินซูเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันไปเผชิญหน้ากับเหม่ยหลินและกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรนับสิบคนที่ปิดล้อมรอบทิศทาง "พวกเจ้าวางแผนมาอย่างรัดกุม ปิดทางหนีทีไล่ วางยาพิษขัดขวางกำลังภายในของท่านอ๋อง ใช้คนสนิทมาตลบหลังในยามที่เราไว้ใจ... ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ต่ำช้าและสมบูรณ์แบบยิ่ง"
เหม่ยหลินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ชมเกินไปแล้วเพคะพระชายา... ตายในยามนี้ นับว่าท่านทั้งสองยังรักษาเกียรติยศไว้ได้บ้าง ดื่มสุราพิษจอกนี้เสียเถิด แล้วข้าจะกราบทูลฮ่องเต้ว่าท่านทั้งสองตรอมใจและปลิดชีพตนเองด้วยความจงรักภักดี..."
นางโบกมือให้อาเฉิงยกถาดทองคำซึ่งมีจอกสุราสีนิลส่งกลิ่นคละคลุ้งด้วยกลิ่นอายความตายเข้ามาใกล้ อาเฉิงก้มหน้าต่ำไม่กล้าสบตาหลินซูเหยา มือที่ถือถาดสั่นเทาราวกับถูกความผิดชอบชั่วดีกัดกินหัวใจ ทว่าเท้ายังคงก้าวเดินเข้ามาทีละก้าว...ทีละก้าว...
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หลินซูเหยาไม่ได้ถอยหนี นางกลับย่อกายลงเล็กน้อย แสร้งทำเป็นอ่อนระทวยราวกับสตรีที่สิ้นหนทาง ทว่ามือซ้ายที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างกลับสะบัดออกอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
*ฉึก!*
เข็มเงินเคลือบยาสลบเจ็ดราตรีพุ่งทะลวงอากาศเข้าปักตรงลำคอของอาเฉิงอย่างแม่นยำไร้ที่ติ องครักษ์ผู้ทรยศเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะส่งเสียงร้อง ทว่าพิษยาออกฤทธิ์รวดเร็วดุจปีศาจกลืนกินวิญญาณ ร่างของเขาทรุดฮวบลงกับพื้นทันทีโดยยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องเตือนภัย!
เหม่ยหลินหน้าถอดสี กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "ฆ่าพวกมัน! ฆ่าพวกมันเดี๋ยวนี้!"
เหล่าองครักษ์เสื้อแพรชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกัน ประกายคมดาบสะท้อนแสงไฟวับวาว บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในขณะที่คมดาบเล่มแรกกำลังจะพุ่งเข้าประชิดร่างของหลินซูเหยานั้น...
*โครม!*
ประโยคคำสั่งประหารชีวิตยังไม่ทันสิ้นสุด ประตูไม้สักหนาหนักด้านหลังห้องโถงก็ถูกระเบิดออกเป็นจุลด้วยพลังลมปราณอันเกรี้ยวกราดดุจพายุคลั่ง!
เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วทิศทาง ฝุ่นตลบอบอวลไปพร้อมกับเงาร่างของบุรุษในชุดเกราะสีดำสนิทผู้หนึ่ง ซึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่หนาแน่นจนทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกักค้าง
ใบหน้าหล่อเหลาดุดันที่คุ้นเคย แววตาที่เยือกเย็นดั่งห้วงอเวจี และป้ายคำสั่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬที่ชูขึ้นสูงเด่นเป็นสง่า...
"ใครกล้าแตะต้องชายาของเปิ่นหวัง... จงก้าวออกมารับความตาย!"
เซียวจิ้งเหยียนที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับยืนหยัดขึ้นเต็มความสูง มือข้างหนึ่งโอบเอวบางของหลินซูเหยาไว้แน่น ดวงตาดุดันจ้องมองเหม่ยหลินด้วยรัศมีแห่งผู้พิชิตที่แท้จริง
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านห้วงเวลาอันเชี่ยวกรากนี้ด้วยกันนะครับ
— เฉินเว่ยสายลุย
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 34
การทรยศที่เจ็บปวด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!