"เสียงถอนหายใจยาวนานเท่ากับความอดทนที่ถูกบั่นทอนจนหมดสิ้น"
กระดาษสาแผ่นบางในมือของหลินซูเหยาถูกบีบจนยับยู่ยี่ในคราเดียว นางมิได้ตื่นตระหนกยามเมื่อเงาเงื้อมมือของความตายทาบทับลงบนตั่งไม้แกะสลักลวดลายหงส์คู่มังกร ในทางกลับกัน ดวงตาดอกท้อคู่นั้นกลับทอประกายคมกริบดุจเศษแก้วที่สะท้อนแสงจันทร์ในคืนเดือนมืด นางปรายตามองอนุภรรยาเหม่ยหลินผู้ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า หญิงงามนางนั้นกำลังพยายามซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะไว้ภายใต้ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นตื่นตระหนก
"พี่หญิง... ท่านอย่าได้โทษข้าเลยนะเจ้าคะ ในเมื่อท่านดื่มสุราพิษจอกนี้ลงไปแล้ว ตำแหน่งชายาเอกและหัวใจของท่านอ๋อง... ย่อมตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว" เหม่ยหลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความโลภและริษยา
หลินซูเหยาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของนางเย็นเยียบราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาอวี้หลング นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม อาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองคำขาวสะท้อนแสงตะเกียงสำริดวาววับ นางก้าวเท้าเข้าไปหาอนุภรรยาผู้โง่เขลาทีละก้าวอย่างมั่นคง ราวกับพญาหงส์ที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่สนามประลองเพื่อตลบหลังฝูงหมาป่า
"เหม่ยหลิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าคนอย่างข้า ‘หลินซูเหยา’ ผู้เคยผ่านสมรภูมิผ่าตัดสิบแปดชั่วโมงติดต่อกันในโลกอนาคต และผู้กุมกลยุทธ์เรือนหลังแห่งจวนชินอ๋อง จะแยกแยะความแตกต่างระหว่าง ‘สุราสมุนไพรบำรุงธาตุ’ กับ ‘ยาพิษสลายกระดูก’ ไม่ออก?"
สีหน้าของเหม่ยหลินถอดสีในทันที ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น นางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้แกะสลัก "เจ้า... เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ข้าใส่ผงไป๋ซินฮวาลงไปในกาชาด้วยมือตนเองนะ!"
"ถูกต้อง เจ้าใส่ด้วยมือตนเอง... และข้าก็มองเห็นมันตั้งแต่วินาทีแรกที่เจ้าก้าวเข้ามาในห้องเรือนพักแล้ว"
หลินซูเหยาแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและอำนาจเหนือกว่า นางยกกาชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นมาแล้วรินของเหลวใสลงในจอกชาทั้งสองใบอย่างไม่รีบร้อน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยผสมกับกลิ่นโลหะจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะนาสิก นางเลื่อนจอกหนึ่งไปตรงหน้าเหม่ยหลินด้วยปลายนิ้วเรียวงาม
"ในเมื่อเจ้ายืนยันนักว่านี่คือสุราล้ำค่าที่ปรารถจะมอบให้ข้าดื่มเพื่อแสดงความภักดี เช่นนั้นแล้ว... เชิญพี่รองดื่มก่อนสิครับ" หลินซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ
เหม่ยหลินเบิกตากว้างจนแทบถลน มือบางสั่นเทาระริกจนเกือบทำจอกชาหล่นพื้น "ข... ข้าไม่ดื่ม! ข้าเป็นผู้นำมาให้ท่าน เหตุใดข้าต้องดื่มด้วย!"
"เพราะในโลกใบนี้ ไม่มีกฎข้อใดบัญญัติไว้ว่า ผู้ให้ต้องไม่ลิ้มลองสิ่งที่ตนหยิบยื่น"
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เซียวจิ้งเหยียน ชินอ๋องผู้เย็นชาและเหี้ยมเกรียม ปรากฏกายขึ้นราวกับเทพแห่งความตาย สายตาคมกริบดุจใบมีดกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าเพียงปราดเดียวก็เข้าใจทุกอย่างได้ทันที
"จิ้งเหยียน!" เหม่ยหลินโผเข้าหาบุรุษผู้เป็นสามีราวกับจะหาที่พึ่งพิง น้ำตาหยดใสไหลพรั่งพรูลงมาอาบแก้มอย่างน่าสงสาร "ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ พระชายานาง... นางคิดจะวางยาพิษหม่อมฉันเพราะความริษยา!"
หลินซูเหยาเพียงแต่ยืนกอดอกมองภาพละครฉากใหญ่ตรงหน้าด้วยมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย นางไม่เอื้อnเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเลยแม้แต่ครึ่งคำ เพราะนางรู้ดีว่า... สุภาพบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ไม่เคยตัดสินสิ่งใดจากน้ำตาจอมปลอม
เซียวจิ้งเหยียนมิได้สะทกสะท้านต่ออ้อมกอดที่โถมเข้ามา เขายกมือขึ้นปัดร่างของเหม่ยหลินออกอย่างไร้เยื่อใย ราวกับนางเป็นเพียงเศษฝุ่นละอองที่น่ารังเกียจ สายตาของท่านอ๋องยังคงจับจ้องอยู่ที่ภรรยาเอกของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเป็นห่วง หวงแหน และทึ่งในความฉลาดเฉลียวของนาง
"เจ้ากล้ากล่าวหาชายาเอกของข้าต่อหน้าต่อตาข้าเช่นนั้นเชียวหรือ เหม่ยหลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวาน เยือกเย็นเสียจนเหม่ยหลินรู้สึกราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งพันปี
"หม่อมฉันมิได้... หม่อมฉันพูดความจริงนะเพคะ!" เหม่ยหลินกรีดร้องอย่างเสียสติ
"ความจริงงั้นหรือ?"
หลินซูเหยาขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะน้ำชา นางหยิบเข็มเงินเล่มยาวที่ซ่อนไว้ในชายเสื้อขึ้นมาแล้วจุ่มลงไปในจอกชาที่เหม่ยหลินรินเมื่อครู่ ทันทีที่ปลายเข็มสัมผัสกับของเหลว สีเงินบริสุทธิ์ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา หลักฐานประจักษ์ชัดเจนจนไม่ต้องมีคำแก้ตัวใดๆ เพิ่มเติม
เหม่ยหลินทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางหันไปมองหน้าชินอ๋องสลับกับหลินซูเหยาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"คนนอกจวนที่ส่งพิษนี้ให้เจ้า... คือใคร?" เซียวจิ้งเหยียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำต้อย ดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายก่อนตะครุบเหยื่อ บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
เหม่ยหลินตัวสั่นเทาน้ำตานองหน้า นางรู้ดีว่าหากเปิดปากพูด ชีวิตของนางย่อมจบสิ้น แต่หากไม่พูด... สถานเบาก็คือความตายอันแสนทรมาน นางจึงตัดสินใจกัดฟันกรอดแล้วพุ่งทะยานเข้าหาจอกชาพิษบนโต๊ะหวังจะดื่มมันเพื่อปิดปากตัวเอง
ทว่า... เร็วกว่าแสง!
ร่างของเซียวจิ้งเหยียนไวกว่า ปลายเท้าของท่านอ๋องสะบัดเพียงครั้งเดียว จอกชาใบนั้นก็กระเด็นหลุดจากมือของเหม่ยหลินแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ บนพื้นหิน
"คิดจะตายหนีความผิด... ฝันไปเถอะ" เซียวจิ้งเหยียนสะบัดแขนเสื้อสั่งการองครักษ์เงาทันที "คุมตัวนางไปขังไว้ที่คุกใต้ดิน สอบสวนให้รู้ความว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ที่อยู่เบื้องหลัง หากนางไม่ยอมปริปาก ให้ใช้ทุกวิธีทรมานที่มี!"
"พ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงารับคำสั่งอย่างรวดเร็วและลากตัวเหม่ยหลินออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ค่อยๆ เงียบหายไปตามทางเดินมืดมิด
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องโถงอีกครั้ง แสงจากตะเกียงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าของคนทั้งสอง หลินซูเหยายังคงยืนนิ่ง นางหันไปสบตากับเซียวจิ้งเหยียนผู้เป็นสามี ดวงตาคู่งามฉายแววเยོกยวนระคนท้าทาย
"ท่านอ๋องมาได้จังหวะเสียจริงนะเจ้าคะ เกือบจะมาเก็บกวาดศพข้าอยู่รำคาญใจแล้วเชียว" นางเอ่ยแซwหยอกลบความตึงเครียด
เซียวจิ้งเหยียนก้าวเข้าไปประชิดตัวนางในสามก้าว มือใหญ่เอื้อมไปโอบเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหูของนางอย่างจงใจ สัญชาตญาณของหมาป่าผู้หวงถิ่นตื่นเต็มที่
"เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้ว ซูเหยา หากเจ้าเป็นอะไรไป... ข้าคงต้องพลิกแผ่นดินล้างบางแคว้นนี้ให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อแก้แค้นให้เจ้า" สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าและจริงจังจนหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงและกลิ่นอายความหวานล้ำเริ่มก่อตัวขึ้น ทันใดนั้นเอง องครักษ์เงาผู้เดิมที่เพิ่งออกไปก็พุ่งกลับเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก ใบหน้าเผือดสีราวกับเห็นผีสาง
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความเร่งรีบ "ที่ชายแดนทิศเหนือ... กองทัพของแคว้นเหลียงเคลื่อนพลประชิดค่ายกลหลักแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ... และมีราชโองการด่วนจากฮ่องเต้ ส่งตรงมาถึงมือพระองค์ในตอนนี้!"
เซียวจิ้งเหยียนขมวดคิ้วแน่น ร่างกายตึงเกร็งขึ้นมาทันที เขารับม้วนราชโองการสีเหลืองทองประทับตราหยกจากมือองครักษ์มาคลี่ออกอ่าน สายตาคมกวาดมองตัวอักษรบนกระดาษสาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะหรี่แคบลงจนเหลือเพียงนิดเดียว
หลินซูเหยาเห็นท่าทีผิดปกติของสามี นางจึงขยับเข้าไปชะโงกดูข้อความในราชโองการด้วยความสงสัย
ทว่า... เมื่อสายตาของนางกวาดไปถึงบรรทัดสุดท้าย หัวใจของนางก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทั่วทั้งร่างเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง
ในราชโองการลับฉบับนั้น... หาใช่คำสั่งศึกจากสนามรบไม่ แต่มันคือพระราชโองการปลดชินอ๋องออกจากตำแหน่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดิน พร้อมทั้งมีบัญชาลับเด็ดขาด... ให้ประหารชีวิตชายาเอก 'หลินซูเหยา' ภายในสามวัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เฉินเว่ยสายลุยมาโดยตลอดนะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 35
พลิกกระดานหมาก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!