ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 36

แสงสุดท้ายของกบฏ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าตวัดลงบนกระดาษซวนจื่อแผ่นสุดท้ายด้วยน้ำหนักที่มั่นคง ไร้ซึ่งความลังเล แม้ว่ารอบกายจะอื้ออึงไปด้วยเสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์นับร้อยที่ปิดล้อมตำหนักบูรพาไว้ทุกตารางนิ้วก็ตาม หลินซูเหยายังคงสวมชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีครามเรียบง่าย เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ด้วยปิ่นหยกขาวอย่างประณีต นางมิได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับเหตุการณ์ความวุ่นวายเบื้องหน้าเป็นเพียงฉากละครฉากหนึ่งที่นางได้ล่วงรู้บทสรุปตั้งแต่เปิดม่าน ในมือของขันทีเฒ่าผู้ถือพระราชโองการฉบับสีเหลืองทองอร่ามยังมีมือที่สั่นเทา เหม่ยหลินยืนอยู่เคียงข้างด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนหวาน นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นด้วยความลำพองใจในชัยชนะที่อยู่แค่เอื้อม "พระชายา... ถึงเวลาที่ท่านต้องน้อมรับราชโองการแล้วกระมังครับ" เสียงแหลมเล็กของขันทีเฒ่าดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าหลินซูเหยากลับยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ สายตากวาดมองตัวอักษรจีนตัวบรรจงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ "น้อมรับหรือครับ?" หลินซูเหยาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น จนทำให้ขันทีเฒ่าถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ราชโองการปลดข้าและสั่งประหารภายในสามวัน ช่างเป็นพระเมตตาที่ล้นพ้นยิ่งนัก... แต่ทว่า น่าเสียดายที่กฎมณเฑียรบาลข้อที่เจ็ดแห่งราชวงศ์โหย่ว ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พระราชโองการปลดภรรยาเอกจักต้องมีลายพระหัตถ์ขององค์จักรพรรดิประทับตราหยกคู่กับพระราชสัญญานลักขององค์รัชทายาท หรือไม่เช่นนั้น... ก็ต้องมาจากพระราชสัญญานของชินอ๋องผู้บัญชาการทหารสูงสุด... แต่ในมือท่านตอนนี้ มีสิ่งใดเล่า?" เหม่ยหลินหน้าถอดสีลงทันที นางรีบก้าวเข้าไปกระซิบขู่ "หลินซูเหยา! อย่าได้อาจหาญเล่นลิ้น ตอนนี้ฝ่าบาททรงพิโรธท่านกับชินอ๋องยิ่งนัก ข้อหากบฏซ่องสุมกำลังพลรอวันลิดรอนอำนาจราชบัลลังก์ถูกเปิดเผยแล้ว ท่านคิดว่ายังมีทางรอดอยู่อีกหรือ? ต่อให้ท่านมีปากเป็นเอก ก็มิอาจพลิกฟื้นสถานการณ์ที่คอขาดบาดตายเช่นนี้ได้หรอก!" หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้น สบตากับอนุภรรยาผู้ทะเยอทะยานด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยวที่มองเหยื่อในกรงขัง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เหม่ยหลินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "เจ้าคิดว่าข้ากำลังเล่นลิ้นอย่างนั้นหรือ เหม่ยหลิน..." นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมพลิ้วไหวตามจังหวะการเคลื่อนSกาย "เจ้ากับตระกูลเหม่ยทุ่มเทแรงกายแรงใจ วางแผนลับลมคมในมาแรมปี ส่งสายลับเข้าแทรกซึมในกองทัพพิทักษ์ชายแดน เพื่อใส่ร้ายว่าชินอ๋องสะสมอาวุธเตรียมก่อกบฏ... แผนการของพวกเจ้าช่างแยบยล ยืมมือขันทีในวังหลวงออกราชโองการปลอมเพื่อกำจัดเสี้ยนหนามในเรือนหลังก่อนจะลงมือขั้นเด็ดขาดในท้องพระโรง... น่าเสียดาย..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองไปยังประตูตำหนักที่ปิดสนิท "น่าเสียดายที่หมากตานี้ พวกเจ้าเดินเร็วกว่ากำหนดไปสามก้าว" สิ้นเสียงของหลินซูเหยา ทันใดนั้น ประตูตำหนักไม้สักทองบานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาล เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว กลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงสง่าในชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายมังกรเงินก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง แววตาคมกริบคู่นั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้กลายเป็นจุล เซียวจิ้งเหยียน... ชินอ๋องผู้เกรียงไกร กลับมาแล้ว! เบื้องหลังของเขาคือแม่ทัพเอกและกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรที่กวาดล้างทหารนอกคอกของตระกูลเหม่ยจนราบคาบ ขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ปัสสาวะราดรดด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นเทพแห่งความตายปรากฏกายขึ้นตรงหน้า "ท่านอ๋อง! พระองค์... พระองค์ยังไม่ถูกคุมตัวอยู่ที่คุกหลวงหรอ?" เหม่ยหลินก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด นางหันซ้ายแลขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทว่ารอบกายกลับถูกปิดล้อมไว้หมดสิ้นแล้ว เซียวจิ้งเหยียนมิได้ชายตามองนางแม้แต่น้อย สายตาของเขาทอดมองตรงไปยังร่างบางของภรรยาเอกที่ยืนสง่านิ่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ ความเย็นชาในแววตาพลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเวิ้งว้างล้ำลึกและความรักอันหนักแน่นดั่งขุนเขาที่โอบกอดนางไว้ในความเงียบงัน เขาก้าวผ่านร่างของขันทีเฒ่าและเหม่ยหลินราวกับพวกมันเป็นเพียงอากาศธาตุ เดินตรงไปยังเบื้องหน้าของหลินซูเหยา ก่อนจะเอื้อมมือหนาออกไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไป นางจะสลายหายไปในอากาศ "เจ้าลำบากแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ปกป้องนางไม่ดีพอ "หม่อมฉันบอกท่านแล้ว ว่าหมากตานี้ข้าควบคุมได้" หลินซูเหยาแย้มสรุปพร้อมกับบีบมือตอบรับเขาเบาๆ ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงจากความตึงเครียด ขันทีเฒ่าที่หมอบกราบอยู่บนพื้นก็แอบควักกริบเงินอาบยาพิษออกจากแขนเสื้อหมายจะลอบปลิดชีวีชินอ๋องจากด้านหลัง ทว่ายังไม่ทันที่คมมีดจะขยับเข้าใกล้ เซียวจิ้งเหยียนก็สะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปลายกระบี่บินทะลุร่างของขันทีเฒ่าล้มลงขาดใจตายคาที่ในทันที โลหะสีเงินวาววับกระเด็นไปปักลงบนโต๊ะไม้ใกล้กับกองกระดาษ และบนโต๊ะนั้นเอง... นอกจากพระราชโองการปลอมฉบับเดิมแล้ว ยังมีจดลับอีกฉบับที่เพิ่งถูกส่งมาทางม้าเร็วจากชายแดนใต้ ซึ่งประทับตราลัญจกรขององค์จักรพรรดิองค์ปัจจุบันไว้อย่างชัดเจน เซียวจิ้งเหยียนหยิบม้วนกระดาษฉบับใหม่ขึ้นมาคลี่อ่าน สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นในทันที เขากวาดตามองข้อความด้านใน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหลินซูเหยาด้วยแววตาที่สั่นไหวระคนคาดไม่ถึง "มีอะไรหรือครับ?" หลินซูเหยาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของสามี เซียวจิ้งเหยียนไม่ตอบคำทันที เขายื่นม้วนกระดาษนั้นให้นางอ่านด้วยมือที่ยังคงกุมมือของนางไว้ ดวงตากลมโตของหลินซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายของราชโองการลับฉบับจริงจากฮ่องเต้... *“...มอบสิทธิ์ขาดให้ชินอ๋องและพระชายาเอก เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินชั่วคราว พร้อมทั้งมีอำนาจ... สั่งประหารชีวิตองค์รัชทายาทได้ทันที หากพบหลักฐานการสมคบคิดกับแคว้นศัตรู”* หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะประทับใจในเกมการเมืองและหมากตานี้ร่วมกับ "เฉินเว่ยสายลุย" นะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%