เสียงคำรามของแตรเขา҂สัตว์จากนอกกำแพงเมืองหลวงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของพญามังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากบรรพกาล แรงสะเทือนจากการย่ำเท้าของกองทัพม้าเหล็กนับหมื่นนายแผ่ซ่านเข้ามาถึงพื้นหินอ่อนภายในท้องพระโรงใหญ่จนโคมกระเบื้องเคลือบสั่นระรัว ฝุ่นผงสีเทาร่วงกราวลงมาจากคานไม้แกะสลักลวดลายหงส์มังกร บรรยากาศยามนี้ตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสายธนูที่ถูกดึงจนสุดแรงเกิด
หลินซูเหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทรงอักษรทำจากไม้จันทน์หอม อาภรณ์ปักดิ้นทองลายเมฆมงคลสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงที่ลุกโชน นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะจวนเจียนพังทลาย นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นกวาดมองแผนผังค่ายกลสงครามที่กางอยู่เบื้องหน้าด้วยสติปัญญาอันเฉียบคมดุจกุนซือผู้ผ่านศึกมานับร้อยหน
ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบ นางเคยผ่านห้องผ่าตัดที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายมานักต่อนัก แต่การเดินหมากบนกระดานการเมืองและการสงครามในยุคโบราณนี้ กลับมีความซับซ้อนและเลือดเย็นกว่ากันหลายเท่าตัวนัก
"รายงาน! ทัพกบฏขององค์ชายสามบุกทะลวงผ่านประตูชั้นนอกเข้ามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เสียงทหารองครักษ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่ารายงานทำให้บรรยากาศในห้องโถงดิ่งลึกลงไปอีก หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นางมิได้เอ่ยคำใด ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งคมดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก
ข้างกายของนาง เซียวจิ้งเหยียน ชินอ๋องผู้เยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมในสายตาผู้คน กำลังสวมเกราะเหล็กสีดำสนิท ท่าทางของเขาสง่างดงามและน่าเกรงขามดุจเทพสงครามผู้ลงมาจุติ ดวงตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานยาวที่เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงอันลุกเป็นไฟ เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของสตรีผู้เป็นดวงใจ ชายหนุ่มจึงหันกลับมา แววตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งนับพันปีกลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยได้เห็น
"ซูเหยา..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง "เจ้ากลัวหรือไม่"
หลินซูเหยายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางก้าวเข้าไปใกล้เขา ใช้มือเรียวขาวจัดสาบเสื้อเกราะให้เข้าที่อย่างพิถีพิถัน สัมผัสอุ่นร้อนผ่านทะลุแผ่นโลหะเข้าสู่หัวใจของบุรุษผู้ทรงอำนาจ
"หม่อมฉันเกิดมาเพื่อพลิกชะตาชีวิต มิใช่เพื่อยอมจำนนต่อฟ้าดิน" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "ท่านอ๋อง... หมากตานี้ พวกเราวางแผนมาแรมปี จะปล่อยให้สุนัขป่าข้างถนนมาแย่งชิงชัยภูมิไปได้อย่างไรกัน"
เซียวจิ้งเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ความรู้สึกคลั่งรักและชื่นชมระคนกันพรั่งพรูอยู่ในอก เขาคว้ามือเรียวของนางขึ้นมาจุมพิตลงบนหลังมืออย่างทะนุถนอม ราวกับสิ่งนี้คือเครื่องรางนำโชคชิ้นเดียวในยามที่โลกกำลังจะล่มสลาย
"เช่นนั้น... ตามข้าออกไปดูซิว่า พญามังกรที่สิ้นลาย จะยังกัดคอหมาป่าให้ขาดสะบั้นได้หรือไม่"
ทันใดนั้นเอง ประตูไม้สักทองบานใหญ่ก็ถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เหม่ยหลินในชุดสีแดงเพลิงราวดอกพลับพลึงพิษก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยว นางไม่ได้หวาดกลัวต่อบรรยากาศอันคุกรุ่นแม้แต่น้อย ในมือเรียวยาวของนางถือจอกสุราที่ส่งกลิ่นหอมหวานแต่เจือด้วยกลิ่นอายมรณะ
"ชินอ๋อง... ท่านพี่ ท่านช่างดื้อรั้นเสียจริง" เหม่ยหลินหัวเราะคิกคัก นัยน์ตาเต็มไปด้วยความริษยาและบ้าคลั่ง "มองดูรอบกายท่านซิ ทหารกบฏนับแสนนายปิดล้อมไว้หมดแล้ว เมืองหลวงแตกพ่าย เมืองทั้งเมืองอยู่ในกำมือของข้า... อ๊ะ ไม่สิ ขององค์ชายสามต่างหากเล่า"
หลินซูเหยาหันไปมองสตรีตรงหน้า แววตาเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา นางก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้าโดยไม่เกรงกลัว "เหม่ยหลิน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าชัยชนะที่ได้มาด้วยการทรยศแผ่นดิน จะเป็นของเจ้าไปได้ตลอดรอดฝั่ง?"
เหม่ยหลินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาดุจกุนซือของหลินซูเหยา แต่แล้วนางก็เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง "หุบปากนังหมอชั้นต่ำ! เจ้ามันก็แค่เศษสวะจากยุคสมัยประหลาดที่เข้ามาปั่นป่วนวังหลัง! วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า!"
เหม่ยหลินหันไปหาเซียวจิ้งเหยียน นัยน์ตาทอประกายเว้าวอนปนอาฆาต "ท่านพี่... ดื่มจอกนี้เสียเถิด แล้วข้าจะไว้ชีวิตหลินซูเหยา ให้ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ได้มีชีวิตอยู่เป็นทาสรับใช้ใต้R่างของข้าในตำหนักเย็น..."
เซียวจิ้งเหยียนปรายตามองจอกสุราพิษในมือของเหม่ยหลินเพียงนิดเดียว มุมปากหนายกยิ้มเยาะหยัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนเหม่ยหลินหายใจไม่ออก
"เจ้าคิดว่าคนอย่างข้า... จะดื่มสุราที่กลั่นจากน้ำมือของงูพิษเช่นเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
เซียวจิ้งเหยียนตวัดมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์เงาด้านนอกก็พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบเหม่ยหลินไว้ในพริบตา ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะ
"ฮ่าๆๆๆ ชินอ๋อง... ท่านไม่ต้องดื่มสุราของนางหรอก เพราะข้า... ได้เตรียมฎีกาประหารชีวิตฉบับสุดท้ายมาให้ท่านประทับรอยตราด้วยตนเองแล้ว!"
ร่างสูงโปรดขององค์ชายสามก้าวเข้ามาในห้องโถง พร้อมกับคมดาบที่จ่ออยู่ที่คอของราชองครักษ์คนสนิทของเซียวจิ้งเหยียน ซึ่งชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลยุทธ์และห้วงเวลาอันระทึกนี้มาด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 31
ศึกชิงบัลลังก์ระเบิด
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!