เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 23

แผนที่ที่ไร้ทางออก

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนในเซฟเฮาส์ไร้เสียงไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกเท่ากับเงาร่างของคนที่ก้าวเข้ามา คิรากรยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจเบ็ดเสร็จ หรี่ลงจนเหลือเพียงเส้นด้ายเมื่อสบเข้ากับดวงตาของแขกยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ ความกดดันพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดในเสี้ยววินาที "คิดไม่ถึงเลยสินะครับคุณคิรากร ว่าเราจะได้พบกันในสภาพแวดล้อมที่... เป็นส่วนตัวแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากของผู้มาเยือน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของลินินซึ่งซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของอัลฟ่าหนุ่ม คิรากรขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณ กล้ามเนื้อทุกมัดใต้ร่มผ้าตึงเกร็ง สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่ากำลังกรีดร้องเตือนภัย เขารู้ดีว่าการปรากฏตัวของคนผู้นี้ในเขตอาณาของเขาไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และมันหมายถึงความลับที่เขากำลังปกปิดไว้กำลังจะพังทลาย "นายกล้าดียังไงถึงเข้ามาที่นี่... โดยไม่ได้รับอนุญาต" คิรากรเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ "คำอนุญาตเหรอครับ?" ผู้มาเยือนหัวנסเบาๆ ในลำคอ "สำหรับผมแล้ว ประตูที่ไม่ได้ล็อก ย่อมหมายถึงคำเชิญเสมอ... อีกอย่าง ผมคิดว่าเรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันให้เรียบร้อยเกี่ยวกับ 'ทรัพย์สิน' ที่คุณกำลังซ่อนเอาไว้เสียที" สายตาคมกราบกกราดผ่านไหล่กว้างของคิรากรไปจ้องมองลินินโดยตรง หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจเมื่อตระหนักว่าเกมหลบหนีของเธอกำลังจะจบลง แต่ก่อนที่เธอจะได้ขยับตัว คิรากรก็ก้าวเท้าถอยหลังเข้ามาชิดเธอ ร่างหนาแผ่ไอความร้อนและกลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าที่ดุดันจนแทบหายใจไม่ออก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของลินินบีบแน่นด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ลินินนิหน้าด้วยความเจ็บแต่ไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน "จำคำสั่งของผมไม่ได้หรือไง ลินิน" คิรากรโน้มใบลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบขาดราวกับใบมีด "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พาคุณไปจากที่นี่ทั้งนั้น... แม้กระทั่งตัวคุณเองก็ไม่มีสิทธิ์" "ปล่อยฉัน..." ลินินพยายามบิดข้อมือหน.ออกจากพันธนาการ หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่ใช่แค่เพราะผู้มาเยือนด้านหน้า แต่เป็นเพราะแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนที่สะท้อนอยู่ในแววตาของคิรากรในเวลานี้ มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขตและเหยื่อของมันจากผู้รุกราน "อยากได้เธอกลับไปงั้นเหรอครับ?" คิรากรหันกลับไปเผชิญหน้ากับแขกผู้ไม่เชิญอีกครั้ง รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นบนมุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึก มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นโอบเอวบางของลินินเข้ามาชิดแนบกาย รั้งร่างของเธอให้ฝัง2ลึกลงในอ้อมแขนของเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้ง "น่าเสียดาย... เพราะตอนนี้เธอกลายเป็นของผมไปหมดแล้ว ทั้งตัว... และลมหายใจ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของลินินดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของคิรากร เขารู้สึกได้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากร่างที่แนบชิด และนั่นยิ่งจุดประกายความเร่าร้อนในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ในวินาทีนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นในหัวของคิรากร เขาตระหนักได้อย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่า... เขาไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้หลุดมือไปได้อีก ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หรือต้องทำลายใครก็ตาม ลินินคือเครื่องพันนาการชิ้นเดียวที่เขายอมจำนน และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเธอไปจากกรงทองแห่งนี้เด็ดขาด "ถ้าคุณคิดว่าจะพาเธอออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ..." คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือหนาเลื่อนขึ้นกุมท้ายทอยของลินิน บังคับให้เธอแหงนเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา "คุณก็คงต้องผ่านศพของผมไปก่อน" สิ้นคำพูดนั้น คิรากรก็ก้มลงประกบเรียวปากลงบนกลีบปากนุ่มของลินินทันที เป็นการจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มันคือจูบแห่งการประกาศศักดา การครอบครอง และการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความดุดันและเร่าร้อน ลินินครางประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนแกร่งที่โอบรัดรอบเอวกลับรัดแน่นขึ้นจนเธอแทบหายใจไม่ออก รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันดึงสติสัมปชัญญะของลินินให้หลุดลอย ความหวาดกลัวต่อผู้มาเยือนถูกแทนที่ด้วยคลื่นความร้อนที่แผดเผาจากสัมผัสของอัลฟ่าหนุ่ม ร่างกายของเธออ่อนยวบลงอย่างช่วยไม่ได้ ความยินยอมพร้อมใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้นถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า ทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วง แขกผู้มาเยือนยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่จางหายไปจากใบหน้า ดวงตาคมกริบฉายแววริษยาและคุกรุ่นไปด้วยความโกรธกรำ แต่เขายังคงนิ่งสงบ รอดูการเคลื่อนไหวขั้นต่อไปของอัลฟ่าผู้บ้าคลั่ง คิรากรผริมริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้ลินินหอบหายใจโกกอากาศเข้าปอดอย่างกระชั้นชิด ดวงตาคู่คมของเขายังคงจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อของเธอด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเบนสายตากลับไปสบตากับผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่ากลัวที่สุด "เกมนี้... ผมเป็นคนกุมกฎ" คิรากรเอ่ยกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของลินินที่ยังคงซบหน้าอยู่กับอกแผงอกกว้างของเขา "และจำไว้... ว่าคุณไม่มีวันหนีพ้นจากเงื้อมมือของผม ลินิน" ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น "ติ๊ด... ติ๊ด..." พร้อมกับสัญญาณไฟสีแดงที่กะพริบถี่รัว และข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ทำให้สีหน้าของคิรากรต้องเปลี่ยนสีไปในทันที *มีผู้บุกรุกกลุ่มใหญ่กำลังเจาะระบบประตูชั้นนอก และเข้ามาถึงโถงทางเดินหลักแล้ว* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%