เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 22

ความหอมหวานของความผิดบาป

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นล่างคือสัญญาณเตือนว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป กลิ่นดินปืนและควันจางๆ ลอยคละคลุ้งเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ขณะที่คิรากรยังคงยืนนิ่งสงบราวกับพายุนอกหน้าต่าง อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมอาณาจักรธุรกิจมืดหันกลับมามองลูกน้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงานสถานการณ์ด้วยแววตาที่เยียบเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของเขา "นายครับ... คนของเราข้างนอกถูกเก็บหมดแล้ว พวกมันกำลังบุกเข้ามา!" สิ้นเสียงรายงาน ร่างสูงใหญ่ของคิรากรก็ขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขายกปืนพกสั้นขึ้นปลดเซฟด้วยความชำนาญ ก่อนจะหันไปมองลินินที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง หญิงสาวพยายามซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้ใบหน้าเชิดรั้น แม้ดวงตากลมโตจะฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังวิ่งใกล้เข้ามาทุกที คิรากรสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอในสามก้าว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและอะดรีนาลีนพุ่งพล่านจากตัวเขาโอบล้อมร่างบางเอาไว้ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กของเธอ ลากให้เข้ามาหลบหลังโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีหนาหนัก แรงบีบนั้นทั้งแน่นหนาและเต็มไปด้วยอำนาจที่ไม่อินังขอบขingกับการปฏิเสธ "เงียบซะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกดดัน "ถ้าเธอส่งเสียงออกมาแม้แต่แอะเดียว ผมจะจัดการเธอก่อนที่พวกมันจะเข้ามาถึงตัวเราซะอีก ลินิน" ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธผสมผสานกับความกลัววิ่งพล่านอยู่ในอก เธอดึงข้อมือกลับแต่ไร้ผลเมื่อคิรากรยิ่งตรึงร่างเธอไว้แน่นขึ้น ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความตึงเครียดรอบตัวบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในความอันตรายถึงชีวิตนี้ กลับมีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ผูกพันทั้งคู่เข้าหากันด้วยความเจ็บปวดจากการต่อสู้ ปัง! เสียงกระสุนนัดแรกเจาะทะลุกระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกกระจาย เศษแก้วร่วงกราวลงมาพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่พังประตูเข้ามาในห้อง พร้อมอาวุธครบมือ คิรากรไม่รอให้พวกมันตั้งตัว เขาดึงตัวลินินให้หมุนหลบไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับลั่นไกสวนกลับไปทันที เสียงปืนคำรามก้องห้องแคบๆ กลิ่นควันปืนคละคลุ้งตลบอบอวล การปะทะกันอย่างดุเดือดเกิดขึ้นในเสี้ยววินาที ความรุนแรงของการต่อสู้ทำให้หัวใจของลินินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเห็นความตายอยู่ตรงหน้า ทว่าอ้อมแขนที่โอบกอดและปกป้องเธอไว้กลับเป็นอ้อมแขนของปีศาจที่เธอทั้งเกลียดชังและโหยหาในเวลาเดียวกัน เมื่อเสียงปืนสงบลง ร่างของมือสังหารทั้งสามนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรมราคาแพง คิรากรหายใจหอบถี่เล็กน้อย ดวงตาสสีเข้มกวาดมองสำรวจรอบห้องก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมกอด ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดื้อรั้นฉายชัดความท้าทายแม้เนื้อตัวจะสั่นเทา "นาย... บ้าไปแล้วหรือไง" เสียงของเธอกระซิบสั่นเครือ "ใช่ ผมมันบ้า" คิรากรยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาร้อนแรงกวาดมองสำรวจเรือนร่างสั่นเทาของเธอ ความเร่าร้อนจากสถานการณ์เฉียดตายเมื่อครู่เปลี่ยนทิศทางกลายเป็นความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด มือหนาเลื่อนจากข้อมือขึ้นมาประคองลำคอระหง นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกอย่างถือวิสาสะ "และผู้หญิงที่ทำให้ผมคลั่งได้ขนาดนี้... ก็มีแค่คุณคนเดียว ลินิน" ก่อนที่ลินินจะได้ทันโต้แย้ง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน หนักหน่วง และเต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่อัดอั้นจากการต่อสู้ มันไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์และการประกาศความเป็นเจ้าของในคราเดียวกัน ลินินพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดกลับไม่เป็นผลเมื่อถูกมือใหญ่รวบข้อมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวตรึงไว้กับผนังห้อง ความหอมหวานของความผิดบาปแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก รสชาติของเลือดจางๆ จากริมฝีปากที่ถูกขบเม้มอย่างแรงยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น ความเจ็บปวดจากการต่อสู้ภายนอกถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนทางอารมณ์ที่แผดเผาอยู่ภายใน ลินินหลับตาลงอย่างจำนนต่อแรงปรารถนาที่เขาเป็นผู้จุดชนวน ร่างกายอ่อนยวบยาบแนบชิดไปกับแผงอกเปลือยเปล่าที่ชื้นเหงื่อจากการต่อสู้ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวท่ามกลางซากปรักหักพังของห้องทำงาน คิรากรผละริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อมองดวงตาฉ่ำน้ำที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและแรงพยศ ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่า็วรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหูของเธอในความเงียบสงบที่น่าหวาดผวา "เกมยังไม่จบแค่นี้หรอกนะคนสวย..." เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนริมฝีปากหนาจะซุกไซร้ลงที่ซอกคอขาวผ่องอย่างเอาแต่ใจ "ข้างนอกนั่น... ยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญรอต้อนรับเราอยู่อีกชุดใหญ่" ทว่า ในวินาทีที่คิรากรกำลังจะประทับรอยจูบลงบนลาดไหล่เนียน เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ที่ดังขึ้นจากบันไดชั้นบนก็หยุดชะงักกะทันหัน พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นจากด้านนอกห้องทำงาน ทั้งที่รู้ว่าคนของเขาถูกเก็บหมดแล้วและไม่มีทางมีใครรอดขึ้นมาได้อีก... ประตูกลางห้องค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเงาสูงโปร่งในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ก้าวเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้คิรากรต้องชะงักและหรี่ตาลงด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%