เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 21

ข้ามเส้นแบ่งความกลัว

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความเงียบงันภายในห้องนิรภัยของเซฟเฮาส์ไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย มันคือความกดอากาศสูงที่พร้อมจะบดขยี้แก้วหูและสติสัมปชัญญะของมนุษย์ให้แหลกคามือ คิรากรยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตขับให้เขาดูราวกับพญามัจจุราชผู้คุมกฎแห่งความตาย แววตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองลินินราวกับนักล่าที่กำลังทอดสายตาสำรวจเหยื่อตัวน้อยซึ่งจนมุมอยู่ในกรงเหล็กที่ตนเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง "เธอหยุดสั่นไม่ได้เลยนะ ลินิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น ทว่ามันกลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า ลินินเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความหวาดกลัวที่เคยวิ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือดบัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้นที่ถูกต้อนจนหลังชนฝา หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น แม้เรียวขาจะแทบพยุงน้ำหนักตัวไว้ไม่ไหว แต่ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดทำให้เธอยังคงยืนหยัดเผชิญหน้ากับอัลฟ่าหนุ่มผู้ไร้ความปรานี "ฉันไม่ได้กลัวคุณ... คิรากร" เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำให้แววตาของคิรากรไหววูบลงชั่วพริบตา รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้ ช้าทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวที่เขาย่างกรายเข้ามาทำให้พื้นที่หายใจของลินินหดแคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังของเธอแนบสนิทไปกับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางถอย และไม่มีผู้ช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น "โกหกไม่เนียนเลยนะเด็กน้อย..." คิรากรโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นฟีโรโมนดิบเถื่อนของผู้ชายทรงอำนาจแผ่ซ่านเข้าโอบ ลินินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นกายของเขากลับทำให้สติสัมปชัญญะที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา ความหวาดกลัวที่เธอพยายามปฏิเสธเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาอันดำมืดที่เธอไม่เคยรู้จัก มันคือความเร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของเขา และบัดนี้ มันกำลังแผดเผาตัวเธอให้มอดไหม้ "ถ้าฉันกลัว... ฉันคงวิ่งหนีไปตั้งนานแล้ว" ลินินกลั้นใจพูดออกไป แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "แต่เธอกลับเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้... รอให้ฉันกลืนกินเธอเข้าไปทีละน้อย" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงของเขาพร่าลึกและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย มือหนายื่นเข้ามาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบนั้นหนักหน่วงพอที่จะทิ้งรอยช้ำ แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดเท่ากับความวาบหวามที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง มืออีกข้างของเขาไล่ปลายนิ้วอุ่นจัดลากผ่านโครงหน้าเรียวลงมาที่ลำคอระหง ลินินสะท้านเฮือกเมื่อสัมผัสหยาบกร้านแต่เร่าร้อนนั้นแตะโดนผิวเนื้อ ผิวของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ความหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความรัญจวนอย่างรวดเร็ว ความมืดมนในตัวตนของคิรากรไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปในสายตาของเธอ แต่มันกลับกลายเป็นหลุมพรางที่เبيยดบังทัศนียภาพทั้งหมด จนเธออยากจะก้าวข้ามเส้นแบ่งและตกลงไปในนั้นด้วยความเต็มใจ "มองตาฉันสิ ลินิน..." เขาสั่งเสียงพร่า ดวงตาคมกริบคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงเหวที่ไม่มีวันสิ้นสุด "ยอมรับความจริงซะ ว่าเธอกำลังโหยหาสิ่งนี้... โหยหาฉัน" ลินินหลับตาลงชั่วขณะเพื่อซ่อนความพ่ายแพ้ แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความหวาดกลัวในแววตาคู่นั้นได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายแห่งความท้าทายและความยินยอมพร้อมใจที่จะดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิดร่วมกับเขา "ถ้าฉันยอมรับ... คุณจะปล่อยฉันไปไหมล่ะ?" เธอยิ้มเยาะทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและอำนาจเหนือกว่า "เธอรู้อยู่แก่ใจว่าคำตอบคืออะไร... ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเซฟเฮาส์หลังนี้ ไม่มีใครเคยได้ออกไปในฐานะผู้ชนะหรอกนะ" สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธอทันที มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยนหรือทะนุถนอม แต่มันคือการประกาศิตและการครอบครองที่ดุดัน รสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนราวกับไฟป่าแผดเผาริมฝีปากของลินินจนบวมเจ่อ อากาศในปอดถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น เธอกรีดร้องอยู่ในลำคอเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างไร้ความปรานี ทว่าในขณะเดียวกัน ร่างกายของเธอกลับตอบสนองด้วยการแอ่นอกเข้าหาและเผยริมฝีปากต้อนรับสัมผัสอันป่าเถื่อนนั้นอย่างลืมตัว มือหนาที่เคยตรึงข้อมือของเธอไว้เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่างทั้งสอง ความร้อนจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าของชุดสูทและเสื้อผ้าของเธอ ลินินยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในขณะที่โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง รสชาติของความใคร่และอำนาจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว คิรากรผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ทว่าหน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกัน แววตาดุร้ายของอัลฟ่าหนุ่มในยามนี้กลับพราวระยับด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน "เธอข้ามเส้นมาแล้วนะ ลินิน..." เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำให้ขนกายของเธอลุกชัน "และจำไว้ว่า... ไม่มีทางหันหลังกลับได้อีกแล้ว" ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านเมื่อมือใหญ่อุ่นจัดเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของสรีระอย่างถือวิสาสะ ผ้าเนื้อดีถูกร่นขึ้นตามแรงอารมณ์ สัมผัสหยาบกร้านแต่ช่ำชองของเขาสร้างความรัญจวนจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ลินินซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความมืดมนและห้วงอารมณ์ดิบเถื่อนของชายหนุ่มกลืนกินตัวตนของเธอจนหมดสิ้น ทั้งห้องตกอยู่ในวังวนแห่งความเร่าร้อนและเสียงหอบหายใจที่ประสานกันอย่างบ้าคลั่ง ทว่า ในขณะที่สติสัมปชัญญะของลินินกำลังจะหลุดลอยไปพร้อมกับความสุขสมที่คิรากรกำลังจะมอบให้อย่างเต็มรูปแบบนั้นเอง— *กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดของห้องนิรภัยที่ควรจะปิดตาย กลับดังขึ้นอย่างชัดเจนทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา! คิรากรชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากตัวเธออย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ที่จับสัญญาณอันตรายได้ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกนในเสี้ยววินาที เขากระชากร่างของลินินมาหลบไว้ด้านหลังลำตัวหนา พร้อมกับมืออีกข้างที่ชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกมาจากสายคาดเอวอย่างคล่องแคล่วว่องไว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเร่งรีบมุ่งตรงมายังห้องนิรภัยแห่งนี้... และเสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้ง พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ดังลอดเข้ามา "นายครับ... คนของเราข้างนอกถูกเก็บหมดแล้ว พวกมันกำลังบุกเข้ามา!" ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%