เสียงกระจกนิรภัยชั้นดีที่แตกละเอียดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสุนีบาต ดึงสติลินินให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความตึงเครียดในเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ทันที เศษแก้วคมกริบกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาแพง พร้อมๆ กับเงาร่างทะมึนของชายชุดดำสามคนที่พุ่งทะยานเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องรับแขกที่ถูกทำลาย ความตายคืบคลานเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียงสมชื่อสถานที่ แต่สิ่งที่รวดเร็วยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของคิรากร
อัลฟ่าหนุ่มผู้กุมอำนาจมืดไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่มักจะเยียบเย็น บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความโหดเหี้ยมที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาผลักลินินไปไว้ด้านหลังด้วยมือข้างเดียวอย่างเด็ดขาด แรงกระแทกนั้นหนักแน่นจนเธอนิ่งอึ้ง แต่ไม่ทันที่ผู้บุกรุกคนแรกจะทันได้ยกกระบอกปืนขึ้นเล็ง ร่างของคิรากรก็พุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ
*ปัง!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังทึบขึ้นหนึ่งครั้ง กระสุนเฉียดหัวไหล่ของคิรากรไปเพียงนิดเดียว แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากของเขา ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้มีโอกาสหายใจ เขาคว้าข้อมือของมือสังหารที่ถืออาวุธแล้วบิดเข้าหากระดูกอย่างแรงจนเสียงข้อต่อลั่นกรอบท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะแย่งปืนกระบอกนั้นมาไว้ในมือ แล้วซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่กรามของอีกฝ่ายจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ทางสู้
ลินินยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระกระ조นออกมานอกอก ภาพความรุนแรงตรงหน้าช่างดิบเถื่อนและเลือดเย็น ชายคนที่สองพยายามพุ่งเข้าชาร์จพร้อมมีดสั้นประกายวาววับ แต่คิรากรกลับตวัดขาเตะตัดลำตัวอย่างแม่นยำ ก่อนจะใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ขมับเต็มแรงจนร่างนั้นแน่นิ่งสนิทจมกองเลือดสดๆ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ทันที
เหลือเพียงคนสุดท้าย... มือสังหารที่เหลืออยู่ตัวสั่นเทา ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นสภาพของเพื่อนร่วมทีม คิรากรก้าวเข้าไปหาช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและกดดันราวกับมัจจุราชที่กำลังเดินมารับวิญญาณ เสื้อสูทราคาแพงเปรอะเปื้อนคราบเลือดเล็กน้อย แต่มันกลับขับเน้นให้ออร่าความน่าเกรงขามของอัลฟ่าหนุ่มพุ่งทะยานถึงขีดสุด
"ใครส่งพวกแกมา..." น้ำเสียงของคิรากรต่ำทุบและเย็นเยียบจนบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการประกาศิตแห่งความตาย
"อัก... ปล่อย... ฉัน..." มือสังหารละล่ำละลักเสียงสั่น
คิรากรไม่รอให้มันพูดจบ เขาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายกระชากเข้ามาประชิด ก่อนจะลั่นไกเข้าที่ขาอย่างไม่ลังเล เสียงร้องโหยหวนดังลั่นก่อนจะเงียบหายไปเมื่อคิรากรใช้ปลายปืนกดทับแผลสดอย่างไร้ความปรานี ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นกวาดมองเหยื่อด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะเหวี่ยงร่างที่หมดสภาพนั้นกระแทกกับผนังห้องอย่างไร้ความเยื่อใย
ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ท่ามกลางกลิ่นอายความตายและควันปืนจางๆ
คิรากรผ่อนลมหายใจช้าๆ เขายืดตัวตรง ปัดเศษฝุ่นบนไหล่เสื้อสูทออกอย่างใจเย็น ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงการจัดการกับแมลงน่ารำคาญตัวหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจะหันกลับมามองลินินที่ยังคงยืนพิงกำแพงตัวสั่นด้วยความหวาดผวา
สัญชาตญาณดิบเถื่อนยังคงคุกรุ่นอยู่ในแววตาของเขา ร่างสูงสาวเท้าเข้าหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม ความตึงเครียดทางอารมณ์เปลี่ยนทิศทางจากความรุนแรงภายนอก ไปสู่แรงปรารถนาอันเร่าร้อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สถานการณ์เป็นตายเท่ากัน ลินินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ขยับเข้ามาใกล้ทุกที แผ่นหลังของเธอแนบชิดติดผนังเย็นเฉียบ ไร้ทางหนี
"กลัวหรือไง..." คิรากรกระซิบชิดริมหู เสียงทุบต่ำพร่าพร่าสั่นประสาท ปลายนิ้วเรียวแกร่งที่มีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อย เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนของเธออย่างถือวิสาสะ
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อสบตากับเขา "คุณมัน... ปีศาจชัดๆ"
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงทุบต่ำนั้นสั่นสะเทือนอกแกร่งที่แนบชิดเข้ามาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เขากดสะโพกสอบเข้าแนบชิดรั้งเอวบางของเธอให้เข้ามาอยู่ในอาณัติ มือหนาล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยแรงที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด บังคับให้เธอน้อมรับตัวตนและกลิ่นอายอันทรงพลังของเขา
"ใช่... ฉันมันปีศาจ" คิรากรก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม "และเธอก็คือเหยื่อที่ก้าวเข้ามาในกรงของปีศาจตัวนี้เอง... ลินิน"
รสสัมผัสจากริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้การ The หรือปรานี มันเป็นการจูบที่ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความกระหายหิว ลินินพยายามเบือนหน้าหนี แต่คิรากรกลับใช้มืออีกข้างบีบกรามของเธอให้รับสัมผัสอันเร่าร้อนนี้อย่างจำนน เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมดภายใต้แรงดึงดูดอันมหาศาล สติสัมปชัญญะที่เคยมีแตกกระเจิงไม่เป็นท่า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมาจากอกเมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาตามส่วนโค้งเว้าของสรีระอย่างจงใจปลุกเร้า
ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและความตายรอบตัว บทเพลงแห่งความเสน่หาอันเร่าร้อนกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างไม่มีทางหวนกลับ...
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะเลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น เสียงสัญญาณเตือนภัยลับจากระบบรักษาความปลอดภัยวงจรปิดหน้าเซฟเฮาส์ก็ดังขึ้นแหลมสูง พร้อมกับภาพบนจอมอนิเตอร์ที่สะท้อนให้เห็นร่างของใครบางคนกำลังก้าวผ่านซากประตูเข้ามา... คนที่คิรากรไม่คาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่างมาที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 20
คืนพิพากษา
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!