เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 19

กลิ่นอายแห่งอันตราย

ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
ความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ชั้นบนสุดถูกกรีดร้องด้วยเสียงบีบอัดของสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลที่ดังขึ้นเพียงสามครั้ง—สั้น กระชับ และเต็มไปด้วยเจตนาคุกคาม คิรากรไม่แม้แต่จะกะพริบตา มือหนาที่กำลังถือแก้ววิสกี้ออนการ์ดหยุดชะงักกลางอากาศ นัยน์ตาสีเข้มดุจนักล่าในความมืดหรี่ลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างกำยำในชุดสูทสีชาโคลที่ยังคงเนี๊ยบแม้ผ่านค่ำคืนอันยาวนาน "พวกมันมาเร็วกว่าที่ประเมินไว้สามชั่วโมงสี่สิบนาที" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยือกเย็น น่าแปลกที่ความตึงเครียดระดับวิกฤตนี้กลับทำให้มุมปากของอัลฟ่าหนุ่มกระตุกยิ้มหยันอย่างเย่อหยิ่ง ลินินซึ่งยืนพิงขอบโต๊ะทำงานห่างออกไปไม่กี่ก้าวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนก หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อตระหนักว่ากรงทองแห่งนี้ไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่เคยหลอกตัวเองอีกต่อไป เอกสารบัญชีลับนับร้อยหน้าที่เธอเพิ่งตรวจสอบเสร็จเมื่อครู่ราวกับมีชีวิตขึ้นมา และกำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาประชิด "คุณรู้ตัวตนของพวกมันแล้วใช่ไหม?" ลินินถามเสียงสั่น แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงเพียงใด แต่ความเปราะบางในแววตากลับทรยศเธอจนหมดสิ้น คิรากรวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยจังหวะจะโคนอันเชื่องช้าแต่มั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "กลัวงั้นหรือ ลินิน? เธอกลัวตาย... หรือเธอกลัวว่าความลับที่เราสองคนเพิ่งร่วมกันสร้างขึ้นมามันจะพังทลายลงกันแน่" ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับผนังเย็นเฉียบ ไหล่กว้างของเขาปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความเคร่งเครียดและกลิ่นอายอันตรายรอบตัวหลอมรวมเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หญิงสาวแทบสิ้นสติ "ถอยไปนะ คิรากร... สถานการณ์ข้างนอกกำลัง..." นิ้วเรียวหนาของเขาแตะลงบนริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วนั้นหนักหน่วงจนเธอต้องหยุดคำพูดทั้งหมดลง ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาดุดั่งเหยี่ยวคู่นั้น ความหวาดกลัวและความปรารถนาอันดิบเถื่อนปะปนกันอยู่ในห้วงอารมณ์จนแยกไม่ออก "ช่างหัวพวกมันสิ" คิรากรกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนแก้มสาก "ในเมื่อความตายมันกำลังเดินมาเคาะประตู... เธอยังจะมีสิทธิ์มาสนใจเสียงรอบข้างอีกหรือไง หืม?" ไม่อาจปฏิเสธแรงโน้มถ่วงแห่งอำนาจที่เขามีเหนือเธอได้ ลินินรู้สึกราวกับร่างกายถูกสูบพลังงานออกไปจนหมดสิ้นยามที่ฝ่ามือใหญ่เลื้อยผ่านเอวคอดกิ่ว บีบกระชับเข้าที่สะโพกมนอย่างถือสิทธิ์ ความเร่าร้อนที่แผดเผาอยู่ภายใต้ชุดสูทราคาแพงของเขากำลังถ่ายทอดความตึงเครียดทั้งหมดออกมาเป็นบทเพลงแห่งการครอบครอง ริมฝีปากหนาบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยความกระหายหิวราวกับนี่คือค่ำคืนสุดท้ายบนโลกใบนี้ ลินินส่งเสียงประท้วงในลำคอได้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนล้ำจะแทรกตัวเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือเล็กที่พยายามดันลาดไหล่กว้างของเขาไว้ในตอนแรก ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำทึ้งปกเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนยับยู่ยี่เพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ความหวาดกลัวต่อศัตรูภายนอกถูกแทนที่ด้วยเปลวเพลิงแห่งราคะที่คิรากรจงใจจุดขึ้นเพื่อกลบเสียงเตือนภัยรอบตัว มือข้างหนึ่งของเขาเลิกชายเสื้อผ้าไหมของเธอขึ้นลูบไล้ผิวเนื้อเนียนละเอียดอย่างถือดี นิ้วมือหยาบกร้านลากผ่านส่วนโค้งเว้าจนหญิงสาวสะท้านเยือก เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบทะลุอก "จำไว้... ว่าเธอเป็นของฉัน ลินิน..." เขาถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้ตักตวงอากาศ ทว่าหน้าผากยังคงแนบชิดติดกัน แววตาสีเข้มวับโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้ "ต่อให้พวกมันพังประตูก้าวเข้ามา สิ่งเดียวที่พวกมันจะได้เห็น... คือร่างที่สั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างของฉัน" คำพูดดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยเสน่หาอันลุ่มลึกนั้นทำให้ลินินขนลุกซู่ ความโกรธปนความเย้ายวนทำให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ลมหายใจจะขาดห้วง "คุณมันคนบ้า... คิรากร..." "ใช่... ฉันมันบ้า" เขายิ้มรับอย่างไร้ความสำนึก ก่อนจะประกบจูบลงมาซ้ำอีกครั้ง หนักหน่วง เร่าร้อน และลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม จนเสียงสัญญาณเตือนภัยด้านนอกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงหัวใจและการบดเบียดของเรือนร่างสองร่างที่หลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางเงาแห่งความตาย ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังขึ้นตรงทางเดินด้านนอกประตูเซฟเฮาส์ พร้อมกับเสียงโลหะกระแทกวงกบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ก็ทำให้โลกทั้งใบหยุดชะงักลงทันที คิรากรหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด เขาดึงร่างของลินินเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่งในเสี้ยววินาที พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมไปหยิบปืนพกเก็บเสียงกระบอกดำสนิทออกจากช่องลับใต้โต๊ะทำงานอย่างรวดเร็วดุจปีศาจ นัยน์ตาดุดันเหลือบมองไปที่บานประตูเหล็กกล้าที่กำลังถูกเจาะด้วยลำแสงความร้อนสีส้มวาบ "พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา..." คิรากรกระซิบแนบใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบราวกับมาจากขุมนรก "และดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรก จะเป็นคนที่เธอรู้จักดีเสียด้วย" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%