ความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ไร้เสียงแห่งนี้ไม่เคยน่ากลัวเท่ากับเสียงหัวใจของคนสองคนที่กำลังเต้นระรัวอยู่ในความมืด คิรากรไม่ได้ขยับเขยื้อนกายไปไหน ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงเกลี่ยไล้อยู่ตามกรอบหน้าของลินิน แผ่วเบาราวกับเธอบอบบางจนสลายได้ด้วยปลายนิทรรศการแห่งอำนาจที่เขามี แต่ในขณะเดียวกัน แววตาดุดันคู่นั้นกลับกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา
"คุณมันบ้า... คิรากร"
เสียงกระซิบของลินินแหบพร่า ริมฝีปากบวมเจ่อจากการบดจูบเมื่อครู่ยังคงสั่นระริก เธอพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวสุดท้ายของความเย่อหยิ่งมาต่อกรกับอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือร่างกายของเธอกำลังหลอมละลายไปกับไอร้อนที่แผ่ออกมาจากเรือนร่างของเขา
คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนผ่านหน้าอกแกร่งที่แนบชิดติดกับแผ่นอกของเธอ รอยยิ้มมุมปากของนักธุรกิจพันล้านไม่ได้เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันเช่นเคย หากแต่มีความลุ่มลึกและอ่อนโยนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่ต้องตกเป็นเชลยของเขา
"ถ้าความบ้าของผมมันทำให้คุณยอมหยุดดื้อรั้นแล้วมองมาที่ผมแค่คนเดียว... ลินิน... ผมยอมเป็นคนบ้าไปตลอดชีวิตก็ได้ครับ"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือด้วยการบังคับขู่เข็ญ มันคือการสารภาพจากก้นบึ้งของหัวใจที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชามาเนิ่นนาน ลินินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ ปมในอดีตที่เคยถูกทอดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยผุดขึ้นมาในความทรงจำ แต่แปลกเหลือเกินที่ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่แนบอยู่ข้างเอวบางของเธอกลับปัดเป่าความหนาวเหน็บในใจออกไปจนหมดสิ้น
ไม่มีอีกแล้วเกมแห่งอำนาจที่ต้องคอยชิงไหวชิงพริบ ไม่มีอีกแล้วกำแพงแห่งความหวาดระแวง ในเมื่อคืนนี้ ก่อนที่แสงแรกแห่งรุ่งสางจะมาเยือน พวกเขาเป็นเพียงชายหญิงสองคนที่เปลือยเปล่าทั้งกายและวิญญาณต่อหน้ากันและกัน
คิรากรโน้มใบหน้าลงมาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะกดจูบซับน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยตาของเธออย่างทะนุถนอม รสชาติของความเค็มปร่าเจือปนไปกับความหวานล้ำที่พวกเขาต่างโหยหา มือหนาเลื่อนขึ้นสอดประสานกลุ่มผมนุ่ม ปรับองศาให้ริมฝีปากของเธอบด7เบียดรับสัมผัสของเขาได้อย่างเต็มที่
จูบในครั้งนี้ไม่มีความเร่งรีบหรือดุดันเหมือนดั่งพายุร้าย แต่มันคือสายธารแห่งความลึกซึ้งที่ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในทุกอณูความรู้สึก ลินินเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การป้องกัน อนุญาตให้เรียวลิ้นอุ่นร้อนล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอไม่เคยยอมจำนนให้ใครได้สัมผัสมาก่อน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากลำคอของหญิงสาว เมื่อปลายนิ้วซุกซนของคิรากรเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระภายใต้เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย
แรงปรารถนาอันเร่าร้อนตื่นตัวขึ้นอีกครั้งราวกับไฟใบลานที่ถูกสุมด้วยเชื้อเพลิงชั้นดี คิรากรพลิกตัวให้เธอนอนราบลงไปกับความนุ่มของเตียงนอนกว้าง โดยที่ร่างกายของเขายังคงทาบทับกักขังเธอไว้อย่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักตัวที่ทิ้งลงมาไม่ได้สร้างความอึดอัดเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้ลินินรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยอย่างประหลาด
"มองผม... ลินิน" เขาผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอ ประกายไฟแห่งความเสน่หาแผดเผาจนแทบละลาย "บอกผมสิว่าคุณรู้สึกเหมือนกัน... บอกผมว่าคุณไม่ได้กลัวผมอีกต่อไปแล้ว"
ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้ เธอเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความสั่นสะเทือนที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
"ฉันไม่ได้กลัวคุณ... คิรากร" เธอกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่นพอที่จะทำให้หัวใจของอัลฟ่าหนุ่มกระตุกวาบ "แต่ฉันกลัว... กลัวว่าทั้งหมดนี้มันเป็นแค่ความฝัน"
"มันไม่ใช่ความฝันครับที่รัก"
คำสรรพนามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่มผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ขอบตาของลินินร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระตรึง คิรากรประทับจูบลงบนเปลือกตาที่ปิดสนิทของเธอแผ่วเบา ไล่เรื่อยลงมาตามสันจมูกโด่งรั้น ก่อนจะหยุดยั้งที่ริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อ
สัมผัสแห่งการครอบครองเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ และลึกซึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยความหมายและการยอมรับซึ่งกันและกัน เสื้อผ้าที่กีดขวางความแนบชิดถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นอย่างไร้ความเร่งรีบ ผิวเนื้ออุ่นจัดของทั้งคู่แนบสนิทกันอย่างไร้ช่องว่าง ลินินแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างเต็มใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงครางต่ำในลำคอของคิรากรที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบ
ความสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้นด้วยความเจ็บปวดและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในตอนแรก บัดนี้กลับถูกชำระล้างด้วยความจริงใจและแรงปรารถนาอันบริสุทธิ์ ทุกสัมผัส รสจูบ และหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนเรือนร่าง คือเครื่องยืนยันว่าพวกเขาก้าวข้ามผ่านสงครามประสาทมาสู่ดินแดนแห่งความผูกพันที่ไม่มีวันหวนกลับ
ภายใต้แสงสลัวของยามวิกาลที่กำลังจะผ่านพ้น คิรากรฝังตัวตนเข้าหาเธอลึกซึ้งและหนักหน่วงขึ้นตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ความสุขสมแผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นประสาท ร่างกายของลินินกระตุกเกร็งอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ขณะที่เสียงคำรามต่ำอย่างพึงใจของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับการปลดปล่อยพันธะแห่งรักที่ผูกรั้งพวกเขาทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
พวกเขานอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียงกว้าง ท่ามกลางความเหนื่อยอ่อนที่โรยรา ลินินซบใบหน้าลงกับลาดกว้างของเขา ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คิรากรกระชับกอดร่างบางให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ริมฝีปากหยักจูบลงบนกลุ่มผมของเธออย่างรักใคร่
"เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน... ผมสัญญา" เขากระซิบแผ่วเบา
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังโอบอุ้มความหวานล้ำนั้นไว้ เสียงฝีเท้าฝีหนาอันคุ้นเคยและเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งที่หน้าห้องพักลับ กลับทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
คิรากรขมวดคิ้วมุ่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุดันในพริบตาเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ลินินสะดุ้งสุดตัวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตื่นตระหนก
"นายใหญ่ครับ..." เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทลอดผ่านบานประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน "เราเจอตัวผู้ทรยศแล้วครับ... และมันกำลังพาคนบุกเข้ามาที่นี่!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 25
กอดสุดท้ายก่อนรุ่งสาง
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!