"ถอยไป ลินิน!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอของคิรากรดังก้องไปทั่วห้องนิรภัยที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นหอมเย็นของโคโลญราคาแพงที่ตอนนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นของอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน เขาไม่ได้ผลักไสผมออกด้วยความรังเกียจ แต่เป็นความบ้าคลั่งที่พยายามสะกดกลั้นเพื่อไม่ให้ผมต้องมาติดร่างแหกับสงครามเลือดที่เขากำลังเผชิญ
วินาทีนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากฝั่งหน้าประตูดังใกล้เข้ามา ราวกับมัจจุราชที่กำลังสาวเท้าเข้าหาเหยื่อในกรงขัง มือแกร่งของคิรากรคว้าปืนพกกระบอกเงาวับจากซองหนังใต้สูทสั่งตัดราคาหลายหลัก ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนผมแทบหยุดหายใจ ในแววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของนักธุรกิจจอมบงการผู้เย่อหยิ่งอีกต่อไป แต่มันคือแววตาของสัตว์ป่าที่กำลังปกป้องอาณาเขตสุดท้ายของมัน
"อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น" เขาขบกรามแน่น "นี่ไม่ใช่ที่สำหรับผู้หญิงที่ควรจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไปซ่อนข้างหลังชั้นวางเอกสารนั่น... เดี๋ยวนี้!"
ผมไม่ได้ทำตามความต้องการของเขา ครั้งนี้ความกลัวถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ผมเองก็อธิบายไม่ได้ ลินินคนเดิมที่หวาดกลัวการถูกทอดทิ้งดูเหมือนจะตายไปแล้วในห้องนี้ ผมก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายแข็งแกร่งนั้น
"ถ้าคุณตาย คนที่คิดจะฆ่าคุณก็จะได้ทุกอย่างไป" ผมกระซิบ เสียงของผมสั่นแต่หนักแน่น "ฉันไม่ใช่ตัวประกันของคุณอีกแล้ว คิรากร... ฉันคือคนที่จะเห็นจุดจบของเกมนี้พร้อมกับคุณ"
คิรากรชะงัก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในนัยน์ตาของผมเหมือนต้องการค้นหาความสัตย์จริง ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมา—ยิ้มที่ดูเหนื่อยล้า ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ปัง!
เสียงประตูเหล็กกล้าถูกกระแทกจนสะเทือนด้วยแรงระเบิดขนาดเล็ก แรงอัดอากาศทำให้ผมเซถลาไปปะทะอกแกร่งของเขา คิรากรคว้าเอวผมไว้แน่นในจังหวะเดียวกับที่เขาสาดกระสุนเข้าใส่เงามืดที่พุ่งเข้ามาผ่านกลุ่มควัน กลิ่นดินปืนคลุ้งไปทั่วห้อง ร่างสองร่างปะทะกันอย่างดุเดือดกลางห้องนิรภัยที่เปรียบเสมือนโลกส่วนตัวของเขา
ผมเห็นเขาถูกกระแทกจนหลังชนกับผนัง เสียงอุทานเบาๆ หลุดออกมาจากปากหยักหนานั่น แต่เขาก็ยังคงตวัดขาเตะศัตรูจนล้มคว่ำ ก่อนจะตามไปซ้ำด้วยความรุนแรงที่ไร้ความปรานี ทุกท่วงท่าเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดและเลือดเย็น ทว่าในขณะเดียวกัน ผมก็สัมผัสได้ถึงรอยร้าวในท่าทีแข็งแกร่งนั้น... เขากำลังบาดเจ็บ
เมื่อความเงียบสงัดกลับมาเยือนอีกครั้ง คิรากรทรุดตัวลงพิงกับกองเอกสาร ลมหายใจของเขาหอบถี่จนหน้าอกกว้างสะท้อนขึ้นลง ผมรีบเข้าไปประคองเขา รอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้าสูทสีเข้มที่เขารักนักรักหนา
"คุณ... คุณโดนยิง" มือผมสั่นขณะแตะรอยแดงที่เริ่มขยายวงกว้าง
"แค่ถากๆ" เขาพึมพำ ก่อนจะคว้าข้อมือผมไว้แน่น มือของเขาเย็นเยียบแต่กลับทรงพลังจนผมไม่กล้าขยับไปไหน "ทำไมถึงไม่หนีไปตอนที่มีโอกาส?"
"เพราะฉันอยากรู้ว่าภายใต้สูทราคาแพงและอำนาจมืดนี่... คุณยังเหลือหัวใจไว้ให้ใครบ้างหรือเปล่า" ผมตอบพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากเขาออกอย่างลืมตัว ความเป็นชายที่ผมเคยหวาดกลัวบัดนี้กลับกลายเป็นความรู้สึกสงสารและโหยหาที่ยากจะอธิบาย
คิรากรมองผมด้วยแววตาที่สั่นไหว เขาเอื้อมมือมาประคองใบหน้าผม ความร้อนจากอุ้งมือแกร่งส่งผ่านถึงผิวแก้มจนผมใจเต้นแรง ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ที่ริมฝีปาก ความตึงเครียดของสถานการณ์ถูกแทนที่ด้วยกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง
"ลินิน..." เขาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เป็นน้ำเสียงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน... มันเป็นเสียงของคนที่ถูกขังไว้ในคุกแห่งอำนาจมาตลอดชีวิต และเพิ่งค้นพบทางออกในวันที่ทุกอย่างกำลังพังทลาย "อย่าเข้ามาใกล้ถ้าไม่อยากให้ฉันกลายเป็นปีศาจที่ฉีกทึ้งตัวเธอจนไม่เหลือชิ้นดี"
"ถ้าปีศาจตัวนี้จะใจร้ายกับฉัน ก็ช่วยให้มันใจร้ายจนฉันไม่สามารถไปจากคุณได้อีกเลยสิ"
คำพูดของผมเปรียบเสมือนชนวนระเบิด คิรากรไม่รอช้า เขาบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย จูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือจูบแห่งการครอบครองและตอกย้ำว่าผมคือของเขา... ในวินาทีที่ผมกำลังจะจมดิ่งลงไปในวังวนแห่งสัมผัสนั้น เสียงวิทยุสื่อสารบนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
"นายท่านครับ... พวกรถเสริมมาถึงแล้วครับ... แต่..."
คิรากรผละออกมาจากผมเพียงไม่กี่นิ้ว แต่สายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากที่บวมช้ำของผมอย่างหลงใหล ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งเมื่อเขากดรับสายด้วยมืออีกข้าง
"ว่ามา"
"คนที่อยู่หลังการบุกรุก... ไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจครับ... แต่มันคือ... คุณคิรัน... พี่ชายแท้ๆ ของท่านครับ!"
มือของคิรากรที่กุมข้อมือผมไว้อยู่แล้ว บีบแน่นขึ้นจนผมต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาค่อยๆ หันมองไปทางประตูห้องด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่ใช่แค่ชายที่บาดเจ็บในอ้อมกอดผมอีกต่อไป แต่เขากำลังจะกลายเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
"คิรัน..." เขาพึมพำชื่อนั้นราวกับคำสาปแช่ง ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน "เปลี่ยนแผน... ลินิน ล็อกห้องนี้จากข้างใน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมาจนกว่าผมจะสั่ง... เข้าใจไหม?"
เขากำลังจะทิ้งผมไว้ที่นี่... ทิ้งให้ผมเผชิญกับความจริงที่โหดร้ายที่สุดของชีวิตเขา
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและรอยร้าวในหัวใจของคิรากรไปพร้อมกันนะครับ ภาคินทร์เที่ยงคืน.
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 8
เช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!