เสียงล็อกกลอนประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับความเงียบงันที่ถูกกระชากกระชั้นเข้ามาในห้องนิรภัยใต้ดิน คิรากรไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เต็มไปด้วยอำนาจมืด แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังลินิน หญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ทว่าความกลัวในแววตานั้นไม่ได้มาจากเสียงแจ้งเตือนของผู้บุกรุก แต่มันมาจากรัศมีคุกคามอันดิบเถื่อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่มต่างหาก
"นายท่านครับ ทีมบุกรุกถูกกำจัดที่ทางเชื่อมโซน C เรียบร้อยแล้วครับ ไม่มีรอดแม้แต่คนเดียว" เสียงรายงานผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็กดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนจะเงียบหายไปตามคำสั่งมือที่ยกขึ้นโบกปัดของคิรากร
"ดี..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเพียงคำเดียว ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะสาวเท้าก้าวเข้ามาหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับเสือดาวกำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "ดูเหมือนว่าหนูตัวน้อยของผม จะดึงดูดแมลงน่ารำคาญเข้ามาเยอะเหลือเกินนะ ลินิน"
"คุณ... คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าพวกมันจะมา?" ลินินถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังตั้งตรงแต่หัวใจกลับเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกวาดสายตามองใบหน้านิ่งเฉยนั้นด้วยความโกรธผสมความหวาดหวั่น "คุณใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อตั้งแต่แรก!"
"ฉลาดนี่ครับ..." คิรากรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนเธอแทบหายใจไม่ออก มือหนายื่นออกไปล็อกคางสลักเสลาของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา "แต่รู้ช้าไปหน่อยนะ... และตอนนี้ ถึงเวลาที่หนูจะต้องรับบทลงโทษสำหรับการดื้อรั้นที่ไม่ยอมเชื่อฟังผมสักที"
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาทันทีโดยไม่มีการลังเล การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือการเกี้ยวพาสน์ แต่มันคือการประกาศิตและการลงทัณฑ์อันดุเดือด ริมฝีปากหนาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีระเรื่ออย่างเอาแต่ใจ ลินินพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง ทว่าแรงแค่นั้นกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงดึงดูดมหาศาลจากอัลฟ่าหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเธอ
คิรากรคำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากนุ่ม มืออีกข้างที่ว่างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด ร่างกายของทั้งสองแนบสนิทไร้ช่องว่าง ความตึงเครียดสะสมที่ก่อตัวมาหลายวันราวกับระเบิดเวลาที่ถูกจุดชนวนขึ้นในวินาทีนี้ ลินินรู้สึกราวกับสติสัมปชัญญะกำลังหลุดลอย ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนระทวยลงภายใต้สัมผัสร้อนแรงที่แผดเผาจนเธอแทบละลาย
"อื้อ..." เสียงประท้วงในลำคอเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อมือใหญ่เลื่อนต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกกลมกลึงผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการหลอมรวมเธอให้เป็นเนื้อเดียวกับร่างกายของเขา
คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนจนน่ากลัว หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่กระชั้นชิด เขาจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความจำนนด้วยความหลงใหล
"คุณมัน... คนใจร้าย..." ลินินหอบหายใจตัวโยน มือบางกำเสื้อสูทราคาแพงของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงร่างที่แทบไร้เรี่ยวแรง
"ใช่ครับ... ผมใจร้ายกับทุกคน ยกเว้นคุณ" น้ำเสียงพร่ากระซิบชิดริมหفัใบหู ก่อนที่เขาจะอุ้มร่างบางขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียวโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว ลินินหวีดร้องด้วยความตกใจ รีบเกาะเกี่ยวลำคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเมื่อร่างของเธอถูกวางลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้องนิรภัย
ความมืดสลัวและบรรยากาศที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกยิ่งขับเน้นความเร่าร้อนให้พุ่งสูงขึ้น คิรากรทาบทับร่างลงมา ปิดกั้นทุกทางหนีด้วยแผงอกกว้างและท่อนแขนที่แข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวน เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปตามแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ผิวเนื้อเนียนนุ่มสัมผัสกับความเย็นเยียบของอากาศก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากฝ่ามือและริมฝีปากของชายหนุ่มที่ไล้ไปทั่วลาดไหล่และลำคอระหง
ทุกสัมผัสคือการรุกรานที่เต็มไปด้วยความต้องการอันล้นปรี่ ลินินแอ่นกายหนีสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความสั่นสะท้อน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากทุกครั้งที่เขาจู่โจมจุดอ่อนไหว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดถูกแผดเผาจนมอดไหม้ในกองเพลิงแห่งเสน่หา นี่ไม่ใช่แค่เกมอำนาจ แต่มันคือพันธะทางกายที่ทั้งคู่ต่างโหยหาและพยายามปฏิเสธมาตลอด
คิรากรตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่จูบซับหยาดเหงื่อบริเวณซอกคอขาวผ่อง เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันก้องห้องนิรภัยที่ไร้เสียง ร่างกายแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก้าวข้ามเส้นแบ่งทุกอย่างจนไม่หลงเหลือทางถอย
ทว่า ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงสัญญาณเตือนภัยลับแบบเงียบ (Silent Alarm) บนโต๊ะทำงานของคิรากรกลับกะพริบแสงสีแดงวาบขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ดวงตาคมกริบของคิรากรไหววูบลงชั่วขณะ เขารีบผละใบหน้าออกจากซอกคอของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แววตาเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นคมปลาบเมื่อเหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอระบบควบคุมที่สะท้อนผ่านกระจก
*ระบบป้องกันชั้นนอกสุดถูกทำลาย... และรหัสผ่านที่ใช้เปิดประตู... คือรหัสลับส่วนตัวของตระกูลที่ควรจะมีแค่เขากับ...*
"นายท่านครับ..." เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "คนที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกตัวจริง... กำลังเดินมาที่หน้าประตูห้องนิรภัยแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและอินไปกับความสัมพันธ์อันร้อนแรงนี้เสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 7
เมื่อความอดทนถึงขีดสุด
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!